สวัสดีผู้อ่านทุกท่านจ้า บทความนี้จะเป็นการไปที่พระวิหารกรุงเทพที่กำลังเปิดให้เข้าไปรับชมอยู่ในตอนนี้นี่เอง แล้วอยู่แถวที่ผู้เขียนอยู่ด้วย ผู้เขียนเลยไปแยะเยี่ยมเยือนว่าเป็นยังไง ยังไงก็ขอฝากบทความด้วยเน้อ ฝากกดแชร์ให้ผู้อื่นได้เข้ามาอ่านกันเยอะๆ เน้อ มาเริ่มกันเลยก่อนที่จะเข้ามาที่พระวิหารกรุงเทพ จะมีให้ลงทะเบียนล่วงหน้าก่อน ซึ่งจะเปิดถึงวันที่ 16 กันยายนนี้ สำหรับการเข้าชมฟรี คลิกที่ลิงก์นี้ได้เลย เว็บไซต์หลักของพระวิหารกรุงเทพ หน้าตาจะประมาณนี้ จะมีให้เลือกวันที่จะไป กรอกอีเมล ชื่อ-นามสกุล ซึ่งเขาจะให้บัตรเข้าชมให้ผ่านทางอีเมล จะเป็นไฟล์ PDF เน้อผู้เขียนได้เลือกการเดินทางเป็นรถไฟฟ้า Airport Rail Link สถานีรามคำแหง เช่นเคย ผู้เขียนใช้รถไฟฟ้า Airport Rail Link ในการเดินทางไปทำบทความบ่อยมากเลย รอบนี้ก็เช่นกัน และนี่เป็นการเดินทางที่น่าจะใกล้ที่สุดของผู้เขียนแล้วละ เพราะ แค่นั่งรถไฟฟ้า Airport Rail Link สถานีรามคำแหงไปลงที่ สถานีมักกะสัน ราคา 15 บาท เวลากลับก็ 15 บาทเช่นกัน ไปกลับรวมแล้วก็ 30 บาทหลังลงจากสถานีมักกะสัน ผู้เขียนก็เดินทางไปแบบงงๆ มาก ผู้เขียนก็ศึกษาข้อมูลมาว่าไปยังไง แล้วก็พอมารู้อีกทีว่าอยู่ตรงข้าม Airport Rail Link มักกะสันเลยและนี่คือด้านหลังของผู้เขียนเข้ามาทางด้านหลังของสถานที่ ซึ่งไปงงๆ มาก แต่ก็มีคนออกมาต้อนรับ ซึ่งมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ต้อนรับได้อบอุ่นมากจนผู้เขียนทำตัวไม่ถูกเลย และก็จะมีคนคอยนำพาเราไปเยี่ยมชมภายในสถานที่แล้วก็จะมีคลิปวิดีโอแนะนำและก็จะมีให้รู้กฎภายในงาน ซึ่งกฎที่ผู้เขียนจำได้แม่นเลยคือ "ห้ามถ่ายรูปภายในสถานที่ แต่สามารถถ่ายภายนอกได้" และแน่นอนว่าบทความนี้จะไม่มีการถ่ายภายในสถานที่นะจ๊ะ จะเน้นไปที่สถานที่ภายนอกอย่างเดียว และก็ไม่ให้ใช้เสียงภายในสถานที่ จะมีคนมาใส่เหมือนถุงครอบเท้าให้เราได้ใส่เข้าไปในสถานที่นั้นด้วย และพอหลังจากเดินเสร็จก็ถอดออกได้เลยจะมีคนมาถอดให้ ซึ่งเอาจริงผู้เขียนก็เกร็งๆ เหมือนกัน คิดว่าจะเหมาะสมไหม ใจจริงผู้เขียนอยากจะถอดเองด้วยผู้เขียนก็ได้เจอกับคนใหม่ๆ ภายในสถานที่ แล้วก็ได้ทำความรู้จักกัน แต่เสียดายที่ไม่ได้แลกการติดต่อกัน แต่ผู้เขียนก็ยินดีมากที่ได้เจอกัน ซึ่งคนที่ผู้เขียนเจอนั้นมองว่าผู้เขียนมาที่นี่เป็นครั้งแรกแล้วก็คิดว่าจะหลงทางเลยเข้าหาผู้เขียน ซึ่งแน่นอนแหละว่าผู้เขียนหลงทางแน่นอน ผู้เขียนมาครั้งแรกด้วย ต้องบอกเลยว่าคนที่ผู้เขียนได้เจอได้คุยกันนั้นมีข้อมูลภายในสถานที่เยอะมากๆ ผู้เขียนก็ยอมรับว่าจำไม่ได้หมด แต่ก็รู้คร่าวๆ แต่ว่าสถานที่ภายในสวยมาก การออกแบบภายในนี่รายละเอียดดีมากจริงๆ อยากให้ผู้อ่านได้เข้ามาดูเองจะได้รู้ว่าดีขนาดไหน ภายนอกนั้นเต็มไปด้วยสถานที่ชวนถ่ายรูปทั้งนั้นเลย ซึ่งจุดที่ผู้คนจะเน้นไปถ่ายรูปมากที่สุดก็จะเป็นจุดในรูปนี่แหละ เป็นการยืนยันว่ามาที่นี่แล้วนะ เป็นรูปปั้นของพระเยซูนั่นเองความรู้สึกหลังไปที่พระวิหารกรุงเทพของผู้เขียนเป็นยังไง ผู้เขียนเองก็เคยอ่านรีวิวของคนอื่นเหมือนกันก่อนที่จะมาที่พระวิหารกรุงเทพ ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรเลย ไปแบบว่างเปล่ามาก แต่พอมาสถานที่จริงก็เหมือนรู้สึกว่าผู้คนภายในสถานที่นั้นมีการต้อนรับและก็ใจดีมากๆ เลย เหมือนรู้สึกว่าเราได้มาอยู่ในที่ที่ผู้คนนั้นรักกัน ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหน แต่ทุกคนที่นี่เหมือนเป็นเพื่อนหรือครอบครัวด้วยกันเลย ได้เจอคนใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ (ที่อายุน่าจะมากกว่าผู้เขียนด้วย เพราะ เขาเรียกผู้เขียนว่าน้อง) เป็นอะไรที่ถือว่าแปลกใหม่มากสำหรับผู้เขียน มีชาวต่างชาติทักทาย "สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ" ผู้เขียนเยอะมาก เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ผู้เขียนรู้สึกว่าทำให้จิตใจสงบได้เลย เหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกที่มีแต่คนรักเรา และก็ต้องบอกเลยว่านี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะมาด้วยจุดประสงค์ใด แต่มาแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน แถมจะได้ความรู้สึกดีๆ กลับไปด้วย และผู้คนในสถานที่ก็พร้อมต้อนรับเสมอ เป็นกันเองมากหลังจากเยี่ยมชมเสร็จผู้เขียนก็มารู้อีกทีว่าสถานที่จะอยู่แถววิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโกนี่เอง ก็จะอยู่ตรงแถวตรงสี่แยกอโศกแหละ เดินไปก็เจอแล้ว ยังไงก็ถ้ามีโอกาสก็เข้าไปเยี่ยมชมได้เน้อเปิดลงทะเบียนเข้าชมฟรีจนถึงวันที่ 16 กันยายนนี้ ลงทะเบียนได้ที่นี่ ลงทะเบียนเข้างาน ซึ่งจะเป็นการจองช่วงเวลานะจ๊ะเปิดทุกวัน ยกเว้น วันอาทิตย์ เวลา 09:00 น. - 21:00 น. และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้าเว็บหลักของทางพระวิหารกรุงเทพได้เลย เว็บไซต์หลักของพระวิหารกรุงเทพพิกัด: พระวิหารกรุงเทพภาพหน้าปกทำโดย Canvaภาพประกอบผู้เขียนถ่ายเองจ้าและก็ภาพที่ผู้เขียนแคปจาก เว็บไซต์หลักของพระวิหารกรุงเทพช่องทางการติดตามของผู้เขียนFacebook: AmmarinJTwitter (X): AmmarinJ อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !