9 ตำนาน สัตว์ประหลาด ลึกลับรอบโลก และถิ่นที่อยู่ ที่ยังเป็นปริศนา หาคำตอบไม่ได้

9 ตำนาน สัตว์ประหลาด ลึกลับรอบโลก และถิ่นที่อยู่ ที่ยังเป็นปริศนา หาคำตอบไม่ได้
แมวหง่าว
25 พฤษภาคม 2563 ( 14:00 )
109.1K

     ถึงมนุษย์จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดบนโลกใบนี้ และโลกเราก้าวหน้าพัฒนาไปไกลมากแล้วก็ตาม แต่อย่าลืมว่ายังคงมีสัตว์ลึกลับที่อาศัยอยู่ในที่ห่างไกลผู้คน โดนเราไม่อาจพิสูจน์ได้ถึงการมีตัวตนของสัตว์ประหลาดเหล่านี้ได้เลย ลองดูกันดีกว่า ว่าสัตว์ลึกลับเหล่านี้ไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนกันบ้าง

 

 

1. Hawkesbury River Monster

 

 

  • สถานที่ที่พบ : รัฐนิวเซาท์เวลส์ (New South Wales) ประเทศออสเตรเลีย

 

     ลงไปยังดินแดนทางใต้อย่างประเทศออสเตรเลีย หนึ่งในประเทศที่อยู่บนทวีปดึกดำบรรพ์ ดังนั้นคงไม่แปลกหากจะเจอสัตว์ที่ดูเหมือนจะหลงมาจากยุคไดโนเสาร์ อย่าง ‘สัตว์ประหลาดแห่งแม่น้ำ Hawkesbury’ ประเทศ Australia ที่มีรายงานผู้พบเห็นมากกว่า 100 ราย ลักษณะของมันคล้ายไดโนเสาร์ หัวคล้ายงู ความยาวกว่า 35 ฟุต ผู้พบเห็นส่วนใหญ่จะเห็นมันดำผุดดำว่ายอยู่กลางทะเลสาบ ขณะที่พวกเขากำลังตกปลาอยู่ ว่ากันว่ามันดูคล้ายกับ Plesiosaur ไดโนเสาร์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วกว่า 70 ล้านปี

 

 

2. Mongolian death worm

 

 

  • สถานที่ที่พบ : ทะเลทรายโกบี มองโกเลีย

 

     ลึกลงไปในทะเลทรายแห้งแล้งกันดาร ยังมีนักล่าอย่าง หนอนหรือไส้เดือนยักษ์สีแดงเดือด ” เป็นสัตว์ที่อยู่ในตำนานของชาวมองโกเลียน ยาวประมาณ 2-5 ฟุต กินสัตว์อื่นเป็นอาหารด้วยการพ่นพิษใส่เหยื่อ บ้างก็ว่ามันสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้ด้วย (แบบปลาไหลไฟฟ้า) โผล่ขึ้นมาช่วงที่ฝนตกเท่านั้น ส่วนใหญ่คนที่พบเห็นมักจะเป็นชาวพื้นเมือง ในปี ค.ศ. 2005 ได้มีการจัดคณะสำรวจและศึกษาหนอนมรณะมองโกเลียอย่างจริงจัง แต่ไม่พบหลักฐานของการมีตัวตนของมัน แต่ยังไม่สามารถสรุปว่า จะไม่มีพวกมันอยู่จริงในส่วนลึกของทะเลทรายโกบี

 

 

3.Wendigo

 

 

  • สถานที่ที่พบ : แถบ Great Lakes region ประเทศอเมริกา และแคนาดา

 

     เวนดิโก สัตว์ประหลาดตามความเชื่อของชาวพื้นเมืองหลายๆ เผ่าในแถบทวีปอเมริกาเหนือ ทั้งในแคนาดาและสหรัฐอเมริกา รูปร่างคล้ายมนุษย์กึ่งสัตว์ป่า แต่มีรูปร่างที่ผอมบางจนเห็นกระดูก ป็นปีศาจร้ายแห่งป่าที่เข้าสิงผู้คนให้กินเนื้อมนุษย์ด้วยกันเป็นอาหาร ซึ่งในวิถีของอินเดียนแดงบางเผ่า มีลักษณะคล้ายกับเวนดิโกอยู่เหมือนกัน บ้างก็ว่าตำนานนี้ถูกแต่งขึ้นเพื่อเตือนให้นักเดินป่าระวังภัยจากเผ่ากินคน แต่ตำนานนี้ก็มีมานานตั้งแต่ก่อนคนผิวขาวจะเข้ามายังแผ่นดินอเมริกาแล้ว ฉะนั้นมันอาจจะมีอยู่จริงก็ได้

 

 

4.Chupacabra

 

 

  • สถานที่ที่พบ : เปอร์โตริโก,เม็กซิโก, แถบตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริกา

 

     ชูปาคาบรา สัตว์ที่ดูดเลือดแพะเป็นอาหาร มีผู้พบเห็นครั้งแรกในเปอร์โตริโก และยังคงมีผู้พบเห็นมันมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ลักษณะคล้ายสุนัข สูง 4-5 ฟุต ดวงตาสีแดงก่ำ ทั้งนี้สัตว์ที่มันฆ่าเพื่อดูดเลือดเป็นอาหารยังรวมไปถึงสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านด้วย ทั้งหมา แมว ไก่ กระต่าย ฯลฯ มีรายงานว่าเมืองคาโนวานาส (Canovanas) ในเปอร์โตริโก มีฟาร์มสัตว์เลี้ยงกว่า 150 แห่งที่ถูกชูปาคาบราจู่โจม อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานอะไรเกี่ยวกับการพบเห็นเป็นชิ้นเป็นอันเลย มีเพียงพยานบอกเล่าเหตุการณ์ และซากสัตว์ที่ถูกดูดเลือดทิ้งไว้เท่านั้น

 

 

5.Yeti

 

 

  • สถานที่ที่พบ : แถบเทือกเขาหิมาลัย ในประเทศเนปาล และธิเบต

 

     เยติเป็นสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ สูงกว่า 2 เมตร รูปร่างกึ่งมนุษย์กึ่งลิง ไม่มีหาง ขนสีน้ำตาลแดง (เป็นสีขาวเมื่อถูกปกคลุมด้วยหิมะ) มีนิสัยรักสงบ เยตินั้นอยู่ในความเชื่อของชาวเชอร์ปามาช้านาน มีภาพฝาผนังในวัดลามะอายุกว่า 300 ปีที่วาดรูปเยติไว้ด้วย รวมไปถึงมีสิ่งที่เชื่อว่าเป็นหนังศีรษะของเยติถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในวัดลามะแห่งหนึ่งในคุมจุง เมื่อชาวตะวันตกเริ่มเข้ามายังดินแดนแถบนี้ ก็เริ่มมีการตามล่าและค้นคว้าเกี่ยวกับเยติ ซึ่งก็ได้พบกับหลักฐานการมีอยู่ของเยติมากมาย ทั้ง รอยเท้า, ขนและมูล ผู้พบเห็นส่วนมากเป็นนักปีนเขา

 

 

6.Bigfoot

 

 

  • สถานที่ที่พบ : แถบอเมริกาเหนือ

 

     สัตว์ลึกลับที่มีความคล้ายคลึงกับเยติมาก คือรูปร่างคล้ายมนุษย์ ลำตัวสูงใหญ่ พบในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ในทวีปอเมริกาเหนือ โดยเหตุการณ์แรกที่เริ่มมีการกล่าวถึงไอ้ตีนโต คือ ปี ค.ศ. 1811 ในเมืองจัสเปอร์ ประเทศแคนาดา มีการพบรอยเท้าบนหิมะซึ่งมีขนาดยาว 14 นิ้ว กว้าง 8 นิ้ว พบโดย เดวิด ทอมป์สัน หลังจากนั้นก็มีผู้พบเห็นมันจังๆ เรื่อยมา

 

 

     รายงานการพบเห็นบิ๊กฟุตมากที่สุด เกิดขึ้นที่เมืองลอนดอน รัฐโอไฮโอ มีผู้พบรอยเท้า Bigfoot ถึง 122 รอย นับว่ามากที่สุดเท่าที่มีการบันทึกมา ซึ่งรอยเหล่านี้ได้ถูกหล่อปูนปลาสเตอร์ไว้ด้วย

 

 

7.Nessie (Loch Ness Monster)

 

 

  • สถานที่ที่พบ : ทะเลสาบล็อกเนสส์ สกอตแลนด์ สหราชอาณาจักร

 

     สัตว์ประหลาดชื่อดังแห่งสกอตแลนด์ รูปร่างคล้ายไดโนเสาร์เพลสิโอซอรัส ถูกค้นพบครั้งแรกในปี พ.ศ.2477 โดยศัลยแพทย์รายหนึ่งสามารถถ่ายภาพของมันได้ นับจากนั้นมาก็มีผู้อ้างว่าได้เห็นเนสซีกว่า 4,000 ครั้ง ทุกวันนี้ เรื่องราวของเนสซีก็ยังเป็นเรื่องลึกลับที่เป็นที่สนใจของคนทั้งโลก มีผู้ไปสำรวจและศึกษามากมาย แต่ก็ยังไม่เคยมีผู้ใดได้หลักฐานของเนสซีที่หนักแน่นพอสักราย

 

     อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงของเนสซีก็สร้างรายได้ให้แก่รัฐบาลสก็อตแลนด์ และชุมชนใกล้เคียง เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเพื่อหวังจะได้ยลโฉมของมัน ปัจจุบันมีบริษัทพนันประกาศมอบเงินรางวัลจำนวน 1 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 70 ล้านบาท ให้คนที่หาหลักฐานได้ว่าเนสซีมีอยู่จริงด้วย

 

 

8. Bunyip

 

 

  • สถานที่ที่พบ : ตามหนองน้ำ ลำคลองในประเทศออสเตรเลีย

 

     ตัว Bunyip นั้นเป็นสัตว์ตามตำนานของชนเผ่าอะบอริจิน ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งชื่อ Bunyip นั้นมีความหมายว่า "ปีศาจ" มักอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำ มีลำตัวขนาดใหญ่ สีดำ มีฟันเขี้ยวโค้งยาวแบบตัววอลรัส คอยดักจับสัตว์ที่มาดื่มน้ำ หรือผู้คนที่ไม่ระวังตัวเป็นเหยื่อ แต่ปัจจุบันนี้ก็เชื่อกันว่าเป็นคำบอกเล่าของคนโบราณเพื่อเตือนเด็กๆ ไม่ให้ไปเล่นตามหนองน้ำเสียมากกว่า เพราะเราก็รู้กันอยู่แล้วว่า ที่ออสเตรเลียนั้นมีสถิติผู้คนถูกทำร้ายโดยจระเข้อยู่มากมายจริงๆ

 

 

9.Kraken

  • สถานที่ที่พบ : บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติก

 

     สุดยอดสัตว์ยักษ์ในตำนาน ที่สร้างความหวาดหวั่นให้กับนักเดินเรือในอดีตมากที่สุด รูปร่างคล้ายหมึกกล้วย ลำตัวยาวกว่าเสากระโดงเรือ นิสัยดุร้ายโดยธรรมชาติ มีบันทึกเป็นลายลักษ์อักษรครั้งแรกที่นอร์เวย์ในหนังสือชื่อ “The Natural History of Norway” กล่าวถึงสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่เท่าเกาะขนาดย่อมๆ ชอบจู่โจมเรือเดินสมุทรแบบไม่ทันตั้งตัว และจมเรือได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

 

 

     เรื่องราวของหมึกยักษ์ Kraken แม้จะฟังดูเหลือเชื่อ แต่กลับเป็นสัตว์ประหลาดเพียงชนิดเดียวที่มีมูลความจริงมากที่สุดในลิสต์สัตว์ประหลาดรอบโลกนี้ นักชีววิทยาพบว่ามีปลาหมึกสายพันธุ์อาร์คิเทอูธิส (Architeuthis) นั้นน่าจะใกล้เคียงกับตำนานหมึกปีศาจมาก แม้จะไม่ได้ตัวใหญ่ยักษ์ แต่ด้วยความยาว 30-40 เมตร น้ำหนัก 2-3 ตัน ฟันแหลมคมเป็นจะงอย และมีศัตรูตามธรรมชาติเป็นวาฬสเปิร์ม (Sperm Whale) ซึ่งตามบันทึกเดินเรือหลายฉบับก็เขียนถึงเรื่องการพบเห็นปลาหมึกยักษ์ต่อสู้อยู่กับปลาวาฬอยู่บ่อยครั้ง ก็ทำให้น่าเชื่อได้ว่ามันมีอยู่จริงๆ

 

===============

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง