บ๊ายบาย Tax-Free! ญี่ปุ่นปรับกฎ ช้อปจ่ายราคาเต็ม-ขอคืนภาษีทีหลัง เริ่ม 1 พ.ย. 69
ใครมีแพลนไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงปลายปี 2569 อย่าลืมเตรียมตัวให้ดี เพราะวิธีการช้อปปิ้งที่นี่กำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อประเทศญี่ปุ่นเตรียมปรับระบบการซื้อสินค้าแบบปลอดภาษี (Tax-Free) ครั้งใหญ่ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 จากเดิมที่เคยยื่นพาสปอร์ตแล้วได้ส่วนลดภาษี 10% ทันทีที่เคาน์เตอร์ชำระเงิน จะถูกเปลี่ยนเป็นระบบ “Refund Method” (จ่ายเต็มก่อน แล้วค่อยรับเงินคืนทีหลัง)
The Villa Studio / Shutterstock.com
บ๊ายบาย Tax-Free! ญี่ปุ่นปรับกฎ
ช้อปจ่ายราคาเต็ม-ขอคืนภาษีทีหลัง เริ่ม 1 พ.ย. 69
ตารางสรุป ระบบเดิม VS ระบบใหม่ ต่างกันอย่างไร?
| ระบบเดิม (ใช้ถึง 31 ต.ค. 2569) | ระบบใหม่ (เริ่ม 1 พ.ย. 2569 เป็นต้นไป) | |
| การชำระเงินที่ร้าน | จ่ายเฉพาะราคาไม่รวมภาษี (รับส่วนลด 10% ทันที) | จ่ายราคาเต็มรวมภาษีบริโภค 10% ไปก่อน |
| จุดขอรับเงินคืน | ทำเรื่องหักภาษีจบที่หน้าร้านค้า | ทำเรื่องขอคืนภาษีที่สนามบิน/ท่าเรือก่อนบินกลับ |
| ถุงซีลพลาสติก (Consumables) | ต้องแพ็กถุงซีล ห้ามแกะกิน/ใช้ในญี่ปุ่น | ยกเลิกถุงซีลแล้ว! (แพ็กใส่กระเป๋าได้สะดวกขึ้น) |
| วงเงินซื้อสินค้าสิ้นเปลือง | จำกัดไม่เกิน 500,000 เยน/ร้าน/วัน | ยกเลิกเพดาน 500,000 เยนแล้ว! |
| ยอดซื้อขั้นต่ำ | 5,000 เยนขึ้นไป (ไม่รวมภาษี) ต่อร้าน/วัน | 5,000 เยนขึ้นไป (ไม่รวมภาษี) ต่อร้าน/วัน (คงเดิม) |
4 ขั้นตอนช้อปปิ้ง & ขอคืนภาษีระบบใหม่ (Refund Method)
Step 1: ช้อปสนุก จ่ายราคาเต็ม
เลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ Tax-Free Shop เมื่อชำระเงิน ให้ยื่นพาสปอร์ต (หรือ QR Code จาก Visit Japan Web) โดยเราจะต้อง ชำระเงินเต็มจำนวน (รวมภาษีบริโภค 10%) จากนั้นทางร้านจะบันทึกข้อมูลการซื้อเข้าสู่ระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่นโดยอัตโนมัติ
(ตัวอย่าง: รองเท้าราคา 20,000 เยน + ภาษี 10% = ชำระเงินหน้าร้าน 22,000 เยน)
Step 2: เก็บหลักฐาน และนำสินค้าออกภายใน 90 วัน
เก็บใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐานให้ครบถ้วน โดยสินค้าที่ซื้อแบบ Tax-Free จะต้องถูกนำออกจากประเทศญี่ปุ่น ภายใน 90 วัน นับจากวันที่ซื้อ
Step 3: สแกนพาสปอร์ตที่สนามบิน (ก่อนโหลดกระเป๋า!) 🚨
เมื่อถึงวันเดินทางกลับที่สนามบินหรือท่าเรือ ให้ไปที่ ตู้ทำรายการภาษีอัตโนมัติ (Kiosk Terminal) ในบริเวณโถงผู้โดยสารขาออกต่างประเทศ
🟢 ถ้าขึ้นไฟสีเขียว (Green): ผ่านขั้นตอนเรียบร้อย ไม่ต้องตรวจของ
🔴 ถ้าขึ้นไฟสีแดง (Red): เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะขอสุ่มตรวจสินค้าจริง! คุณต้องแสดงของทั้งหมดที่ซื้อมาให้เจ้าหน้าที่ดู
Step 4: รับเงินภาษีคืนเข้ากระเป๋า
เมื่อผ่านการยืนยันจากศุลกากรแล้ว คุณจะได้รับเงินคืนภาษีตามช่องทางที่ร้านค้าหรือระบบรองรับ เช่น คืนเข้าบัตรเครดิต, บัญชีธนาคาร, แอปพลิเคชันรับเงิน หรือรับเป็นเงินสด ณ จุดบริการสนามบิน
ถึงดูแล้วจะทำให้เราต้องยุ่งยากกว่าเดิม แต่นอกจากเรื่องการจ่ายเงินก่อนแล้ว ระบบใหม่นี้ยังมี ข้อดี อยู่บ้างครับ ที่ช่วยให้การเที่ยวญี่ปุ่นสะดวกขึ้น เช่น
- เลิกซีลถุงพลาสติกหนาเตอะ: เดิมทีเวลาซื้อขนมหรือเครื่องสำอาง ร้านจะใส่ถุงซีลห้ามแกะจนกว่าจะถึงไทย ทำให้จัดกระเป๋ายากมาก แต่ระบบใหม่ ยกเลิกข้อบังคับถุงซีลแล้ว สามารถแกะจัดลงกระเป๋าเดินทางได้ง่ายขึ้นทันที! (แต่ยังคงห้ามแกะทานหรือใช้ในญี่ปุ่นอยู่นะครับ)
- ปลดล็อกเพดานช้อปขนม/สกินแคร์: เดิมทีกลุ่มสินค้าสิ้นเปลือง (Consumables) จะจำกัดยอดซื้อไม่เกิน 500,000 เยน/ร้าน/วัน แต่ระบบใหม่ได้ ยกเลิกเพดานจำกัดนี้แล้ว สายเหมาของฝากช้อปได้สบายใจขึ้น
====================