ประวัติ จังหวัดเชียงราย มรดกแห่งล้านนา เมืองสุดแดนเหนือ ประเทศไทย

ประวัติ จังหวัดเชียงราย มรดกแห่งล้านนา เมืองสุดแดนเหนือ ประเทศไทย
SummerB
16 มิถุนายน 2564 ( 08:00 )
3.9K

      เชียงราย เป็นที่รู้จักกันในฐานะจังหวัดสุดแดน ภาคเหนือ ของ ประเทศไทย เต็มไปด้วยขุนเขา และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสุดอลังที่ใครๆ ก็ต้องไปสัมผัส อีกทั้งยังมีวัดวาอารามที่บ่งบอกถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของดินแดนนี้อีกด้วย ลองตามเรามาเจาะลึก ประวัติ จังหวัดเชียงราย กันค่ะ ว่าเมืองเก่าแก่แห่งอาณาจักรล้านนาแห่งนี้จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

 

เปิด ประวัติ จังหวัดเชียงราย 

ดินแดนเหนือสุดของไทย



      เชียงราย เป็นจังหวัดที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศไทย ชายแดนทิศเหนือติดกับ แคว้นเชียงตุง ประเทศเมียนม่า ชายแดนทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับ แม่น้ำโขง ส่วนทิศตะวันออกติดกับ ประเทศลาว สภาพภูมิประเทศทั่วไปเป็นป่าไม้และเทือกเขาสูง ทำให้อากาศของจังหวัดเชียงรายในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาวจะมีอุณหภูมิที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในช่วงฤดูหนาวอากาศจะค่อนข้างเย็น อยู่ที่ประมาณ 8 องศา ยิ่งถ้าขึ้นไปบนดอยอากาศก็จะยิ่งต่ำลงไปอีก ส่วนในฤดูร้อน อุณหภูมิอาจขึ้นไปถึงประมาณ 36-37 องศาเซลเซียสเลยก็เป็นได้ค่ะ



ประวัติ จังหวัดเชียงราย

 

     หลายคนคงพอทราบแล้วว่า เชียงราย เป็นเมืองเก่าแห่งอาณาจักรล้านนาที่มีประวัติความมายาวมากกก เรียกว่านานกว่า 700 ปีเลยทีเดียว ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า เมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 1805 หลังจากที่พญามังรายได้รวบรวมหัวเมืองทางเหนือ และเสด็จไปรวมพลที่ เมืองลาวกู่ต้า ช้างก็พระองค์ก็ได้พลัดหายไปทางทิศตะวันออก พระองค์จึงเสด็จตามรอยช้างไปจนถึง ดอยจอมทอง ที่ตั้งอยู่ตรงริ่มฝั่ง แม่น้ำกกนัทธี เห็นว่าชัยภูมิเหมาะแก่การสร้างเมือง จึงให้สร้างเวียงโอบล้อมดอยจอมทองไว้ ขนานนามว่า “เวียงเชียงราย”

 

วัดพระธาตุเจดีย์หลวง ที่เที่ยวเชียงราย

 

     จนกระทั่งปี พ.ศ. 1839 ก็มีการสร้างเมืองใหม่ขึ้น ชื่อว่า "นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่" หรือ เชียงใหม่ และตั้งให้เป็นราชธานีแห่ง อาณาจักรล้านนา นับแต่นั้น หลังจากที่พญามังรายย้ายไปครองราชสัมบัติที่เชียงใหม่แล้ว เมืองเชียงรายก็ขึ้นต่อเมืองเชียงใหม่ โดยมี ขุนคราม หรือ พระไชยสงคราม พระราชโอรสของพญามังรายครองราชสมบัติที่เชียงรายสืบต่อมา

 

 

     ในกาลต่อมาแคว้นล้านนาไทยได้ตกอยู่ในการปกครองของพม่า ยาวนานมาจนถึงปี พ.ศ. 2330 ที่เกิดสงครามระหว่างไทยและพม่ากันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งทัพจากแคว้นเชียงตุงโดนไทยตีจนแตกพ่ายกลับไป เมืองเชียงรายก็ถูกทิ้งร้างมาตลอด จนในปี พ.ศ. 2386 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดให้ตั้งเมืองเชียงรายให้เป็นเมืองในสังกัดเมืองเชียงใหม่ ก่อนจะกลายมาเป็นจังหวัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2453 จนถึงปัจจุบันค่ะ



คำขวัญ จังหวัดเชียงราย

 

วัดพระธาตุดอยตุง ที่เที่ยวเชียงราย

 

“เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน

ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง”

 

     คำขวัญจังหวัดกล่าวถึงการที่เชียงรายเป็นจังหวัดที่อยู่เขตแดนเหนือสุดของประเทศไทย อีกทั้งยังมี สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นจุดที่ตั้งอยู่ระหว่างเขตชายแดนของทั้ง 3 ประเทศ ไทย ลาว และเมียนมา นอกจากนี้ก็เป็นที่ตั้งของ พระธาตุดอยตุง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงรายเป็นเวลาช้านาน ตามตำนานกล่าวไว้ว่า พระมหากัสสปะได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมามอบให้กับ พระเจ้าอชุตราช กษัตริย์ผู้ครองเมืองโยนกนาคพันธุ์ (อำเภอแม่จันในปัจจุบัน) พระองค์จึงได้สร้าง เจดีย์พระธาตุดอยตุง ขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนับแต่นั้นมาค่ะ 



ที่เที่ยวที่น่าสนใจ จังหวัดเชียงราย

 

musicphone / Shutterstock.com

 

Chaton Chokpatara / Shutterstock.com

 

     พูดถึง เชียงราย สิ่งแรกที่นึกถึงก็คงไม่พ้นวิวและบรรยากาศสวยๆ บนดอย และอากาศเย็นๆ ใช่มั้ยล่ะคะ แน่นอนว่าสถานที่ยอดฮิตที่พลาดไม่ได้เลยคือ ดอยแม่สลอง ดอยตุง และ ดอยช้าง ซึ่งสถานที่เหล่านี้ล้วนเป็นแหล่งของไร่ชา ไร่กาแฟ และสวนดอกไม้ชั้นยอดของเชียงรายเลยล่ะ เราจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวเขาที่ออกมาทำไร่ทำสวน รวมถึงดื่มด่ำกับทิวทัศน์สวยงามของภูเขาที่ตั้งสลับซับซ้อนไปทั่วบริเวณ ฟินมากๆ 🍃

 

 

      นอกจากนี้ยังมีที่เที่ยวสุดท้าทายสำหรับสายลุย เช่น ภูชี้ฟ้า ภูชี้ดาว ดอยผาตั้ง และ ดอยช้างมูบ เป็นต้น ซึ่งแต่ละที่ก็เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สุดยอดจะอลังการงานสร้าง ยิ่งประกอบกับแสงยามเช้าตรู่เมื่ออาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าก็ยิ่งเป็นภาพที่สวยจนแทบลืมหายใจเลยค่ะ 😲 🏞

 

 

     ส่วนสายบุญก็ต้องห้ามพลาดไปไหว้พระทำบุญที่วัดเก่าแก่ประจำจังหวัดเชียงราย เช่น วัดพระธาตุดอยตุง วัดพระธาตุดอยจอมทอง วัดพระธาตุเจดีย์หลวง วัดพระแก้ว และ วัดมิ่งเมือง เพราะนอกจากความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบล้านนาแล้ว ยังเป็นวัดที่อยู่คู่เมืองเชียงรายมายาวนานมากๆ อีกด้วย ส่วนใครที่อยากชมสถาปัตยกรรมแบบร่วมสมัยสุดอลัง ก็ต้องไปเยือน วัดร่องขุ่น และ วัดร่องเสือเต้น เลยค่ะ รับรองว่าทุกคนจะต้องตะลึงกับศิลปกรรมสุดวิจิตรตระการตาที่หาดูไม่ได้ง่ายๆ จากที่ไหนอีกแล้ว

 

 

ตามติดเทรนด์เที่ยว อัพเดทที่พักสวย
แชร์ทริปสุดชิล โพสต์ภาพสุดปัง ของคุณได้แล้วที่ แอปทรูไอดี
คลิกเลย >> TrueID Travel Community <<