ช่วงบ่ายของวันที่ลูกค้าน้อย ๆ นายหัวชวนให้เอาเรือหางยาวออกไปตกปลา พวกเราเตรียมเสบียงคือ น้ำเปล่า น้ำอัดลม เบียร์ ขนม และที่ขาดไม่ได้เลยคือแตงโม ซึ่งนับว่าเป็นผลไม้ที่ช่วยคลายร้อน และสร้างความสดชื่นได้เป็นอย่างดี เมื่อพร้อมกันแล้วกัปปิตันวันนี้คือ “บังเหน่ง” บังเหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านการตกปลา เพราะจะรู้ว่าตรงไหนที่มีปลาเข้า และน่าจอดเรือหย่อนเบ็ด ในเรือของบังมีเบ็ดหลากหลายชนิดไว้คอยบริการลูกค้าและเพื่อน ๆ ที่รักในการตกปลา กำลังนั่งเรือออกไปนอกอ่าว บังเหน่งพาขับเรือไปจอดที่ปากอ่าวโละดาลัม หรือหาดหลังของเรานั่นเอง วันนี้ปากอ่าวมีลมเล็กน้อย จึงทำให้เรือโยกโคลง จนลูกเรือทำท่าจะเมาคลื่น บังเปลี่ยนเป็นวิ่งเรือไปเรื่อย ๆ สมาชิกในเรือลองใช้เบ็ดขนาดใหญ่ โยนลงไปในน้ำทะเลขณะที่เรือกำลังเคลื่อนไปเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ วิธีนี้คือวิธีตกปลาอินทรี แต่ช่วงนี้อินทรีไม่เข้าบริเวณนี้ บังบอกว่ามีฝูงปลาเช็กล่า เข้าบริเวณซากเรือ มุ่งหน้าสู่หน้าถ้ำไวกิ้งบริเวณซากเรือเกล็ดแก้ว “ปลาเช็กล่า บางที่เรียกข้างเหลือง บางที่เรียก สีกุน หรือถ้าตัวเล็กชาวเกาะจะเรียกว่า ปลาแมว หรือปลาสำหรับแมว เป็นปลาในตระกูลปลาทูอีกชนิดหนึ่ง ขนาดลำตัวโตเต็มที่ประมาณ 15 เซนติเมตร สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด เช่น ต้มยำ นึ่ง ทอด หรือนำมาผ่าแล้วตาก ทำปลาแดดเดียว ปลาแห้ง เก็บไว้ทานได้นานเลยทีเดียว” ตกปลาด้วยเบ็ดสาย “ซากเรือคือเรือหลวงเกล็ดแก้ว เป็นเรือสำรวจสมุทรศาสตร์ ที่ปลดระวางเมื่อปี 2554 และถูกมอบให้กับจังหวัดกระบี่ เมื่อปี 2557 ทางจังหวัดกระบี่ได้นำไปจมลงทะเล เพื่อจัดทำเป็นปะการังเทียมและเป็นแหล่งดำน้ำที่เกาะพีพีบริเวณหน้าถ้ำไวกิ้ง หรือรอบๆ อ่าวมาหยานั่นเอง” บังขับเรือไปอย่างช้า ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเราชื่นชมธรรมชาติของภูเขาหินปูนที่ถูกลมและทะเลกัดเซาะจนแหว่งวิ่น มองดูเป็นศิลปะทางธรรมชาติที่งดงามอีกรูปแบบหนึ่ง ปลาเช็กล่าหรือ สีกุน เมื่อมาถึงบริเวณซากเรือเกล็ดแก้ว เรามองไม่เห็นซากเรือที่จมลงก้นทะเลเพราะมีความลึกมากกว่า 10 เมตร บังเหน่งสอนวิธีตกปลาเช็คล่าให้ทุกคนคือต้องใช้เบ็ดสาย และไม่ต้องใช้เหยื่ออะไร เบ็ดสายคือเชือกเอ็นที่ผูกกับเบ็ดจำนวนนับสิบ เพียงแค่หย่อนเบ็ดสายลงไปในน้ำทะเลแล้วค่อย ๆ ดึงเบ็ดขึ้นมา เท่านี้ปลาเช็กล่าก็ติดขึ้นมาตามจำนวนเบ็ดของเรา เราปลดปลาใส่ลังน้ำแข็งแล้วหย่อนเบ็ดลงไปใหม่ ทำแบบนี้ซ้ำ ๆ จนได้ปลาจำนวนที่พอใจ ปลาเช็กล่า หรือ สีกุน ขากลับบังพาขับมาขึ้นหาดอีกฝั่งของเกาะพีพีหรือที่เรียกกันว่าหาดหน้า จากนั้นจึงยกลังปลาลงจากเรือ ยกใส่รถเข็น จำนวนปลาที่ได้มีมากพอจะแบ่งปันให้กับเพื่อน ๆ หรือคนรู้จักที่ทักทายตามถนนระหว่างทางกลับร้าน ของที่หาได้จากท้องทะเลหากได้มากพอ เราจะแบ่งปันแจกจ่าย ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยหวงเพราะถือว่าเราได้มาฟรี ๆ ก็แบ่งให้เพื่อน ๆ และคนรู้จักได้นำไปทำกับข้าวกันแบบฟรี ๆ ถือเป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของสังคมเล็ก ๆ ที่พอมีให้เห็น “ที่นี่เกาะพีพี” :::ภาพโดยผู้เขียน:::