การไปเยือนบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรีเป็นครั้งที่ 2 ต่างออกไปจากครั้งแรกในแง่ที่ว่าฉันมีโอกาสได้เดินชุมชนในตลาดบ้านโป่ง โดยตั้งต้นยืนตรงหันหน้าออกถนนที่หน้าร้าน “ขนมกัญญา” ร้านขนมไทยคู่บ้านคู่เมืองบ้านโป่งและจังหวัดใกล้เคียง และปากซอยเข้าตลาดไม่ไกลจากร้านใช้เวลาเดินไม่ถึงสองนาที ฉันพกลูกกุญแจไว้ในใจและไขใจให้เปิดรับเรื่องราวของชุมชน ที่ไหนมีตลาดที่นั่นสะท้อนวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นในชุมชน ตลาดยังทำให้ย้อนมองไปถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของพื้นที่ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของผู้ไปเยือนสายสตรีททั้งหลายอีกด้วย ขณะเดียวกันก็มีบทบาทในฐานะเป็นแหล่งเรียนรู้ จากการเดินและสังเกตตลาดอย่างมีส่วนร่วม ฉันค้นพบว่ามีการแบ่งพื้นที่จัดสรรเป็นบล็อกง่ายต่อการเดิน อีกหนึ่งข้อสังเกตคือทางเท้าย่านตลาดและย่านตัวเมืองสะอาดมาก ร่องรอยของเวลาและเรื่องราวปรากฏ สะท้อนผ่านสิ่งต่าง ๆ ให้ได้เห็น วัตถุ ข้าวของที่ปรากฏตามห้องแถวคูหาต่าง ๆ เป็นสิ่งบันทึกประวัติศาสตร์เอาไว้ให้ฉันเรียนรู้ ประกอบไปด้วย บานประตูไม้แบบบานเฟี้ยม หน้าต่างไม้ ตู้ไม้สำหรับจัดวางสินค้าในร้าน แผง การตกแต่งภายในร้านที่คงสภาพเดิมไว้ให้เห็น ประตูเหล็กยังสะท้อนถึงการมาของอุตสาหกรรมที่เข้ามาแทนที่ประตูไม้แบบดั้งเดิม แม่กุญแจสลักยี่ห้อด้วยตัวอักษรภาษาจีนที่ยังใช้ล็อกประตูบานเฟี้ยมสะท้อนถึงการเดินทางมาตั้งถิ่นฐานที่นี่ของชาวจีนโพ้นทะเล ทำมาค้าขายอยู่ที่บ้านโป่งจนถึงปัจจุบันผ่านมาหลายยุคหลายสมัย เมื่อสะดุดตาระยะใกล้กับแม่กุญแจที่เจ้าของบ้านยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบันจนต้องนึกไปถึงว่าลูกกุญแจที่ใช้ไขมีการปั๊มใช้มากี่อายุคนแล้วนะ การไขอดีตจึงปรากฏให้เห็น การมาของชาวจีนยังปรากฏวัฒนธรรม ประเพณี ศาลเจ้าจีน โรงเจ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์น่าสนใจของชาวบ้านโป่ง นอกจากนี้วัดวา มัสยิด และโบสถ์คริสต์ก็ปรากฏให้เห็นจนเรียกได้ว่าเป็นพหุอัตลักษณ์ของที่นี่ กิจการที่พบมากที่สุดในการเดินเล่นในชุมชนตลาดคือร้านขายผ้า ร้านขายทอง และคลินิกรักษาโรคซึ่งฉันอยากจะเรียกว่าสุขศาลาสำหรับรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของชาวบ้านโป่งเป็นสามกิจการที่เยอะที่สุด ส่วนประเภทร้านค้าทั่วไปทำกิจการขายของหลากหลายแตกต่างกันออกไป เช่น ร้านชำ ร้านขายเครื่องเทศ ร้านขายอุปกรณ์เครื่องเขียน ร้านขายสุรา ร้านถ่ายภาพ ร้านขายเสื้อผ้า ร้านค้าและกิจการต่าง ๆ เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมของชาวเมืองสมัยก่อน อย่างเช่น ร้านขายผ้า สะท้อนถึงสมัยก่อนคนนิยมซื้อผ้ามาตัดเย็บมากกว่าการซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูป ร้านขายทองเป็นตัวบ่งชี้เศรษฐกิจภาพรวมของบ้านโป่งที่มีการเติบโตและการค้ารุ่งเรือง ส่วนคลีนิกรักษาโรคยังไปสอดรับกับคนที่นี่นิยมให้ลูกหลานเรียนแพทย์ และสะท้อนตัวเลขรายได้ทางเศรษฐกิจว่าคนท้องถิ่นมีกำลังในการจ่ายเพื่อรักษาตัวเองผ่านภาคเอกชน แม้แต่การปรากฏป้ายร้านซ่อมวิทยุและตอนนี้ห้องแถวก็ยังมีข้าวของที่เกี่ยวข้องอยู่ในร้าน ทำให้คนอีกรุ่นได้เห็นว่าในอดีตที่ผ่านมา วิทยุทรานซิสเตอร์ เป็นเครื่องมือสื่อข่าวสารให้กับผู้คนและชุมชน ร้านที่เป็นแผงหนังสือพิมพ์ก็ยังทำหน้าที่ส่งข่าวสารให้คนได้อ่านและจำหน่ายเฉพาะนิตยสาร หนังสือพิมพ์ที่มีคนท้องถิ่นนิยมอ่าน เป็นต้น การเดินในตลาดบ้านโป่งสำหรับฉันในครั้งนี้ จึงเป็นการไขกุญแจของปัจจุบันที่ถือเอาไว้ เพื่อเข้าไปสำรวจอดีตในการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย ตลาดกับชุมชนเป็นดังหน่อที่ได้ผลิดอกออกผลเรื่องราวที่ฉันมิอาจมองข้าม แม้กระทั่งรอยฉีกของกาลเวลาที่ผ่านสีของไม้ ร่องลึก ความผุพังของบานประตูหน้าต่าง สีที่ถลอกปอกเปิก เผยให้เห็นแง่มุมที่ต้องหยุดพิจารณาอย่างลุ่มลึกกันทีเดียว Story and Photo by Nonglak Butler