ประวัติจังหวัดอ่างทอง เที่ยวใกล้กรุงเทพ ไหว้พระวัดดัง ถ่ายรูปวัดสวยๆ อันเก่าแก่

ประวัติจังหวัดอ่างทอง เที่ยวใกล้กรุงเทพ ไหว้พระวัดดัง ถ่ายรูปวัดสวยๆ อันเก่าแก่
เอิงเอย
7 พฤษภาคม 2564 ( 16:13 )
6.6K

     ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ ไหว้พระ 9 วัด อีกแห่งที่เรานิยมไปเที่ยวกันมากๆ รองจาก อยุธยา เลยก็คือที่ จังหวัดอ่างทอง นั่นเองค่ะ เพราะเป็นจังหวัดเก่าแก่ที่มี วัดสวย วัดเก่าแก่ และโด่งดัง อีกทั้งยังเป็นเมืองที่สงบเงียบอีกด้วย ตามเรามารู้จัก ที่มาของอ่างทอง ประวัติจังหวัดอ่างทอง ที่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยากันค่ะ

ประวัติจังหวัดอ่างทอง เมืองเกษตรกรรม อันเก่าแก่
ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ ไหว้พระวัดสวย


     อ่างทอง เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางค่ะ ซึ่งตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และติดกับ พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงเก่าในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยานั่นเอง ทำให้ที่นี่เป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของกรุงศรีอยุธยา และยังเคยเป็นยุทธภูมิระหว่างทหารไทยกับทหารพม่าหลายครั้งในสมัยนั้นอีกด้วย

 

Panwasin seemala / Shutterstock.com

 

      โดยอ่างทองในอดีตนั้น สันนิษฐานว่ามีผู้คนอาศัยอยู่มานานหลายร้อยปีเลยทีเดียวค่ะตั้งแต่ในสมัยทวารวดี แต่เป็นเมืองไม่ใหญ่มาก และในสมัยสุโขทัย ก็มีผู้คนเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในอ่างทองเช่นกัน อีกทั้งยังได้รับอิทธิพลจากสุโขทัยมาด้วย โดยเราจะเห็นได้จากลักษณะของพระพุทธรูปสำคัญในอ่างทอง ที่จะมีลักษณะเป็นแบบสุโขทัยหลายองค์ ทั้ง พระพุทธไสยาสน์ วัดขุนอินทประมูล และ พระพุทธไสยาสน์ วัดป่าโมกวรวิหาร นั่นเองค่ะ

 

ที่มาของจังหวัดอ่างทอง

 

Santi.m / Shutterstock.com

 

      ในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น อ่างทองได้ยกฐานะเป็นเมืองโดยใช้ชื่อว่า “แขวงเมืองวิเศษไชยชาญ” ในช่วงประมาณ พ.ศ.2127 โดยในพระราชพงศาวดารได้กล่าวถึงชื่อ เมืองวิเศษชัยชาญ ว่าเป็นที่ประทับ และชุมพล เมื่อครั้งที่ สมเด็จพระนเรศวร และ สมเด็จพระเอกาทศรถ ได้เสด็จยกกองทับไปรบกับพระยาพะสิมที่เมืองสุพรรณบุรี จึงมีการสันนิษฐานว่า เมืองวิเศษไชยชาญ ได้ตั้งเมืองในสมัยแผ่นดิน พระมหาธรรมราชา ค่ะ โดยตั้งอยู่ในบริเวณแม่น้ำน้อย

 

 

      ตัวเมืองวิเศษไชยชาญสมัยนั้น ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำน้อย ต่อมาสภาพพื้นที่และกระแสน้ำในแม่น้ำน้อยเปลี่ยนแปลงไป การคมนาคมไปมาระหว่างแม่น้ำน้อยกับแม่น้ำเจ้าพระยา เดินทางติดต่อไม่สะดวก จึงย้ายที่ตั้งเมืองไปอยู่ที่ตำบลบ้านแห ที่บริเวณ วัดไชยสงคราม (วัดกระเจา) พร้อมกับขนานนามให้เป็นสิริมงคลแก่เมืองใหม่ว่า “เมืองอ่างทอง” นั่นเองค่ะ

 

 

      ต่อมาในปี พ.ศ. 2356 รัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ได้โปรดเกล้าฯ ให้เปิดทำนบกั้นน้ำที่หน้าเมืองอ่างทอง เพื่อให้น้ำไหลไปทางคลองบางแก้วแต่ไม่สำเร็จ จึงย้ายเมืองอ่างทองไปตั้งที่ปากคลองบางแก้ว ตำบลบางแก้ว ซึ่งเป็นอำเภอเมืองอ่างทองมาจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ

 

ศึกบางระจัน


     นอกจากนี้ อ่างทองยังมีประวัติศาสตร์สำคัญในช่วงก่อน เสียกรุงครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2310 คือ พม่าได้ใช้แขวงเมืองวิเศษชัยชาญเป็นที่ตั้งค่ายเพื่อตีกรุงศรีอยุธยา และทำให้เกิดการสู้รบครั้งสำคัญที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทย นั่นคือ ศึกบางระจัน ค่ะ

      โดยมี นายดอก และ นายทองแก้ว ชาวเมืองวิเศษไชยชาญ ได้ร่วมกับชาวบ้านของเมืองวิเศษไชยชาญสู้รบกับพม่าอยู่ที่ค่ายบางระจัน ซึ่งสมัยนั้นสนามรบส่วนใหญ่อยู่ในท้องที่อำเภอแสวงหานั่นเอง

      ต่อมาประชาชนชาวเมืองอ่างทองจึงพร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่นายดอก และนายทองแก้ว ไว้ที่บริเวณ วัดวิเศษไชยชาญ อำเภอวิเศษชัยชาญ โดยที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารเสด็จพระราชดำเนินมาทรงกระทำพิธีเปิดอนุสาวรีย์เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2520 ดังนั้นในวันที่ 25 มีนาคมของทุกปี ชาวเมืองอ่างทองจึงได้กระทำพิธีวางมาลาสักการะอนุสาวรีย์นายดอก นายทองแก้ว เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณความดีในวีรกรรมความกล้าหาญของท่านเป็นประจำทุกปีค่ะ

 

ที่มาของชื่อ จังหวัดอ่างทอง

      ที่มาของชื่อ “อ่างทอง” นั่น ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดค่ะ แต่มีการสันนิษบานออกมาได้เป็น 3 ข้อใหญ่ๆ ก็คือ

      ข้อที 1 เชื่อว่า คำว่าอ่างทอง น่าจะมาจากลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ คือเป็นที่ราบลุ่มเป็นแอ่งคล้ายอ่าง ซึ่งเต็มไปด้วยทุ่งนาที่ออกรวงเหลืองอร่ามเหมือนทอง จึงเป็นที่มาของชื่อจังหวัดอ่างทอง และดวงตราของจังหวัด เป็นรูปรวงข้าวสีทองอยู่ในอ่างน้ำ ซึ่งมีความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหารและเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ นั่นเอง

 

Shutter Echo / Shutterstock.com

 

      ข้อที่ 2 เชื่อว่าอ่างทอง น่าจะมาจากชื่อของหมู่บ้านเดิมที่เรียกว่า “บางคำทอง” ตามคำสันนิษฐานของพระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์) สมุหเทศาภิบาล มณฑลอยุธยา เมื่อครั้งที่กราบทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในคราวเสด็จประพาสลำแม่น้ำน้อยและลำแม่น้ำใหญ่ใน พ.ศ.2459 โดยชื่อ บางคำทองนั้นแต่งตั้งมาในครั้งกรุงเก่า ว่าด้วยตามเสด็จพระราชดำเนินเมืองนครสวรรค์ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชจากกรุงเก่า

     และบางกระแสก็ว่า อาจเพี้ยนมาจากชื่อของแม่น้ำลำคลองในย่านนั้น ที่เคยมีชื่อว่า “ปากน้ำประคำทอง” ซึ่งเป็นทางแยกแม่น้ำหลังศาลากลางจังหวัด และส่วนในเข้าไปเรียกว่า “แม่น้ำสายทอง”

 

 

      ข้อที่ 3 ชื่ออ่างทองน่าจะมาจากชื่อ “บ้านอ่างทอง” ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงกล่าวไว้ในหนังสือชุมนุมพระนิพนธ์เรื่องสร้างเมืองไว้ตอนหนึ่งว่า “เมืองอ่างทองดูเหมือนจะตั้งเมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวร เดิมชื่อเมืองว่า วิเศษไชยชาญ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย ที่ลงมาจากนครสวรรค์ อยู่มาแม่น้ำน้อยตื้นเขิน ฤดูแล้งใช้เรือไม่สะดวก ย้ายเมืองออกมาตั้งริมแม่น้ำพระยาที่บ้านอ่างทองจึงเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองอ่างทอง”

 

คำขวัญจังหวัดอ่างทอง

      พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน

 

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอ่างทอง

      จังหวัดอ่างทอง ด้วยความที่เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ยุคสมัยทวารดี เรื่อยมาจนถึง สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา รัตนโกสินทร์ จนถึงปัจจุบัน ทำให้ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์มากมาย โบราณสถาน และวัดสวยเก่าแก่ ทำให้เป็นอีก ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ ที่คนนิยมมาทำบุญ ไหว้พระ กันค่ะ

      วัดเก่าแก่ที่สำคัญ และน่าไปแวะเที่ยวมีมากมายทั้ง วัดขุนอินทประมูล วัดไชโยวรวิหาร วัดม่วง วัดท่าสุทธาวาส วัดสังกระต่าย วัดป่าโมกวรวิหาร วัดจันทรังษี วัดท่าอิฐ วัดต้นสน และอื่นๆ ค่ะ

 

 

      นอกจากนี้ อ่างทอง ยังเป็นเมืองแห่งหัตถกรรมทั้งตุ๊กตาชาววัง การทำกลอง การผลิตเครื่องจักสานต่างๆ ทำให้มีศูนย์การเรียนรู้วิถีชาวบ้านที่น่าสนใจมากมายอย่าง หมู่บ้านทำกลองเอกราช หมู่บ้านผลิตกลองที่มีชื่อเสียงและดีที่สุดในประเทศไทย และ ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ ในบริเวณวัดท่าสุทธาวาส ที่จัดแสดงผลงาน และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตุ๊กตาชาววังอีกด้วย

 

prajit48 / Shutterstock.com

 

       ในวันหยุดสบายๆ นี้ ใครที่อยากหาที่เที่ยวชิลๆ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ได้ออกไปเห็นทุ่งนาสีเขียวขจี หรือ ไปไหว้พระวัดดัง เที่ยววัดสวย ทำบุญ ต่างๆ เราแนะนำว่า ใครลองมาเที่ยว อ่างทอง ดูสักครั้งค่ะ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตที่น่าสนใจ และเป็นอีกจังหวัดที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ เลยทีเดียวค่ะ

 

อ้างอิง 

http://www.angthong.go.th

http://www.tambonphothong.go.th

 

ตามติดเทรนด์เที่ยว อัพเดทที่พักสวย
แชร์ทริปสุดชิล โพสต์ภาพสุดปัง ของคุณได้แล้วที่ แอปทรูไอดี
คลิกเลย >> TrueID Travel Community <<

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง