การท่องเที่ยวของ น๊อต-วรุตม์ LOVEiS

การท่องเที่ยวของ น๊อต-วรุตม์ LOVEiS
23 พฤษภาคม 2555 ( 04:37 )
6.7K

“ดนตรีเป็นสื่อนำที่มีอยู่ทุกยุค อยู่ที่ความรู้สึกว่าความรักมันเกิดขึ้นแล้วมีความสุข ผมว่าทุกอย่างขับเคลื่อนได้เพราะความรัก ดนตรีก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้นที่อยู่ในทุกยุค เพลงรักยังไงก็ไม่มีวันตายไปจากโลก”

The Beginning…of the Song Writer and the Singer
ทุกคนรู้จักผมมากขึ้นกับเพลง “เธอใช่ไหม” เพลงประกอบละครเรื่องกลรักลวงใจ แต่งานหลักจริงๆ ของผมคือพนักงานสื่อสารองค์กรที่การไฟฟ้าแห่งประเทศไทย และตอนนี้ก็เรียนปริญญาโทควบคู่ไปด้วย ส่วนงานเพลงเป็นสิ่งที่ผมรัก สมัยเด็กเคยตั้งวงดนตรีกับคิว วงฟลัว เขาเป็นนักร้องส่วนผมเล่นกีตาร์ โตขึ้นมาหน่อยก็เป็นนักแต่งเพลง และเริ่มร้องเพลงที่ตัวเองแต่ง ซึ่งผมชอบแต่งเพลงมากกว่าเพราะมันเป็นเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดมาจากตัวเรา แต่ถ้าพูดถึงจุดเริ่มต้นในวงการนี้คือผมมีโอกาสได้รู้จักพี่บอย โกสิยพงษ์ พี่สุกี้ที่เบเกอรี่มิวสิค แล้วย้ายตามพี่บอยมาค่ายเพลงเลิฟอิส ก็เลยเหมือนกับเป็นคนแรก ๆ ที่ได้สัมผัสเลิฟอิส มีเพลงแรกที่ร่วมงานกับค่ายคือเพลงโปรดตัดสินใจ เป็นอัลบั้มแรกของเลิฟอิสครับ

Music is Everywhere…
แรงบันดาลใจส่วนใหญ่จะได้ตอนไปทะเลครับ ผมจะไปนั่งซึมซับบรรยากาศทะเล แล้วก็กลับมาแต่งที่ห้องนอน เพราะผมต้องการแต่งในที่ที่สบายที่สุด ไอเดียมันก็แบบพุ่งเข้ามา แล้วมีครั้งหนึ่งผมเคยแปรงฟันอยู่แล้วแปรงสีฟันคาปาก ผมต้องมานั่งจด ในบางครั้งเราใช้เวลากับการเขียนมาก ๆ เราจะเริ่มมึน เราก็เลยต้องพัก เพลงจะเกี่ยวกับเรื่องของชาวบ้านบ้าง เป็นเรื่องของผมบ้าง โดยเฉพาะความผูกพันต่อสิ่งสิ่งหนึ่ง ก็เป็นส่วนหนึ่งในเนื้อเพลงเหมือนกัน

ความหลงใหลในดนตรีกับเสียงเพลง
ผมอยู่กับดนตรีมาตั้งแต่เด็ก เพราะว่าพ่อเองก็เล่นดนตรีเยอะ สมัยก่อนพ่อจีบแม่ด้วยเพลงของเดอะบีทเทิลส์ ทำให้รู้สึกว่ามีเรื่องราวทำให้นึกถึงยุคนั้นและคิดว่าเดอะบีทเทิลส์อมตะจริง ๆ และอยากเกิดเป็นคนยุคนั้นด้วยเพราะเป็นยุคที่ดนตรีกำลังเฟื่องฟู เราเล่นดนตรีแล้วเราได้อย่างนั้น ผมเองเล่นดนตรีจีบสาวมาตั้งแต่ ม.1 ความหลงใหลคือดนตรีมันเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนรอบข้างเรามีความสุข พอเพลงที่เราเล่นมันสื่อออกมาจากหัวใจ คนฟังสัมผัสได้ ร้องตามและมีความสุขไปกับเพลงของเรา

Dream to Dream comes true
ทุกอย่างจะเป็นจริงได้ผมว่าสิ่งสำคัญมันอยู่ที่ 2 อย่างคือความฝันและความพยายาม เพราะถ้าเกิดเรามีความฝันแต่ไม่มีความพยายาม ไปไม่ถึง แต่มีความพยายามอย่างเดียวแต่ไม่รู้จะทำอะไร ไม่มีความฝัน มันไร้จุดหมาย

จุดเชื่อมของคนในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต?
ผมคิดว่าน่าจะเป็นดนตรีเนี่ยแหละ สมมุติเมื่อก่อนผมเคยแต่งเพลงจีบสาวตอน ม.1 ถ้าเกิดในอนาคตผมจะจีบสาวอีกผมต้องแต่งเพลง ดนตรีเป็นสื่อนำที่มีอยู่ทุกยุค อยู่ที่ความรู้สึกว่าความรักมันเกิดขึ้นแล้วมีความสุข ผมว่าทุกอย่างขับเคลื่อนได้เพราะความรัก ดนตรีก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้นที่อยู่ในทุกยุค เพลงรักยังไงก็ไม่มีวันตายไปจากโลก

สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในชีวิต
ความรักครับ ผมเป็นลูกคนเดียว เป็นผู้ชายที่ชอบความรักตลอดเวลา คือถ้าเขาไม่รักเรา เราก็ต้องรักเขา ถ้ารู้ว่าคนใกล้ชิดเป็นอะไร ผมจะซึมเศร้ามาก เป็นคนผูกพันกับทุกสิ่งทุกอย่าง อาจเรียกได้ว่าไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงถึงแม้จะเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีกว่าก็ตาม และตรงนี้ก็เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงของผม ชื่อเพลงเรื่องจริงของทุกวัน เกี่ยวกับความรู้สึกที่มันย้อนกลับไปกลับมาเหมือนดูหนังเรื่องเดิมแต่เริ่มใหม่ จะเป็นอกหักที่ยังลืมไม่ได้สักที มันเป็นซิงเกิ้ลแรกที่ปล่อยในอัลบั้มของผม

My Travel Style
ผมชอบการเที่ยวเป็นกลุ่ม ชอบเที่ยวแบบแสงสีบ้าง ชอบไปดูที่สวย ๆ ผมชอบไปทะเลหัวหินไปมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว ไปที่เดิม กับกลุ่มเพื่อนเดิม ๆ เล่าเรื่องเดิม ๆ นั่งเล่นริมหาด เงียบดี ไปเพื่อพักผ่อนอย่างเดียวเลย ตอนเย็นก็เตะฟุตบอลชายหาด เล่นทะเล โดนแมงกะพรุนนิดหน่อย (ฮา) และสนใจสถานที่ที่คนในเมืองที่เขาอยู่ว่าเขาเที่ยวกันที่ไหน ถ้าเที่ยวต่างประเทศจะชอบเที่ยวแบ็กแพ็ก เคยไปฮ่องกงหลงทางกับเพื่อนมาแล้ว ถามใครเขาหนีผมหมดเลย ก็เดินไปเรื่อย ๆ ก็หาผู้โชคร้ายกันต่อไป สนุกครับ

Dreamed Destiny
อยากไปภูเก็ตกับมัลดีฟส์ เพราะจริง ๆ แล้วผมไปตอนเด็กมาก เห็นแต่ในรูปก็ทำให้อยากไป ส่วนมัลดีฟส์นี่ถ้าไปเมื่อไหร่จะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งเลยฮะ มัลดีฟส์นี่ No news No shoes ไม่ต้องใส่รองเท้า ทีวีไม่มีให้ดู เท่าที่เห็นในรูปที่เขาไปกันมา เท่เป็นบ้า เปิดในห้องแล้วมีทะเล คือทะเลอยู่ในห้องเลย ผมอยากไปมาก

สถานที่แห่งความทรงจำ
เมลเบิร์น ออสเตรเลียเท่านั้น ตอนนั้นผมอยู่ปี 1 เป็นช่วงที่พิสูจน์ว่าเราอยู่มหา’ลัยต่อไปได้ไหม เกรดไม่ค่อยดี ก็เลยไปอยู่เมลเบิร์นกับเพื่อนสามเดือน แล้วด้วยความคึกคะนองไปเที่ยวอย่างเดียวเลย มีเพื่อนเป็นกลุ่ม ก็ปาร์ตี้กัน สุดท้ายมีเรื่องกันเอง ผมโดนตีหัว แม่ให้กลับเมืองไทยเลย ทำให้เรารู้ว่าชีวิตวัยรุ่นบางครั้งต้องมีขอบเขตบ้าง ไม่ใช่ว่าอยู่เมืองนอกแล้วจะทำอะไรก็ได้

สิ่งที่ได้จากการออกเดินทาง
อย่างแรกเลย เติมพลังชีวิต ผมไปเที่ยวทุกครั้ง จะมีความสุขที่สุดคือวันแรกที่ไปถึงกับวันสุดท้ายที่จะกลับ วันแรกที่ไปถึงรู้สึกดีมาก และวันที่กลับเราหวงแหนสิ่งเหล่านี้ ไม่อยากจากไปเลย ขอกลับพรุ่งนี้ได้ไหม?

เสน่ห์ที่เหมือนกันระหว่างท่องเที่ยวกับดนตรี
มีสิ่งใหม่ตลอดเวลา และก็มีสิ่งเก่าที่ไม่เคยหายไป อย่างพัทยาก็มีอะไรใหม่ ๆ ตลอด ดนตรีก็เหมือนกัน มีเก่าที่ขาดไม่ได้ก็คือความเป็นเอกลักษณ์ของศิลปิน ซึ่งทุกคนต้องมี แต่สิ่งใหม่ก็คือเขาเหล่านั้นจะสร้างดนตรีอย่างไรให้เป็นตัวเอง นั่นคือสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นทุกเมื่อ

 

ทุกเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว คลิกที่ http://travel.truelife.com

มาเป็นเพื่อนกับเราได้อีกหนึ่งช่องทางที่ Facebook (อย่าลืมเข้ากด Like กันเยอะๆนะคะ)

http://www.facebook.com/TravelTruelife