สวัสดีค่ะ บทความนี้อยากชวนมาคุยกันเรื่องการเดินทางไกลด้วยรถไฟฟ้า ว่าสะดวกแค่ไหน มีปัญหาเรื่องการแวะชาร์จไฟหรือเปล่า และควรแวะชาร์จที่ไหนบ้าง ที่สำคัญคือ หากวางแผนดี ๆ จะใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณเท่าไหร่ และจะจัดสรรเวลาอย่างไรไม่ให้รู้สึกเสียเวลาระหว่างทางค่ะ ขอเกริ่นนำสักนิดนะคะ จริง ๆ แล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของครอบครัวเราที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้า BYD ปีนี้ก็เข้าปีที่ 4 แล้วค่ะ น้องพาเราเดินทางมาหลายที่ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ เหนือสุดคืออำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง และใต้สุดก็ไปไกลถึงภูเก็ตเลยค่ะ ตลอดระยะเวลาที่ใช้งานมา รถยังไม่เคยงอแงให้หนักใจ สิ่งเดียวที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษคือ “การบริหารจัดการจุดชาร์จไฟ” ให้เหมาะกับเวลาเดินทาง ช่วงแรก ๆ เราก็มีลองผิดลองถูกกันบ้าง เพราะจุดชาร์จยังไม่เยอะเหมือนตอนนี้ แต่พอใช้งานต่อเนื่อง เราเริ่มรู้จังหวะ รู้ระยะ และวางแผนได้ดีขึ้น ทำให้การเดินทางไม่รู้สึกเสียเวลาอย่างที่หลายคนกังวล อีกทั้งปัจจุบันตู้ชาร์จไฟก็มีเพิ่มขึ้นมาก เมื่อเทียบกับช่วงแรกที่เริ่มใช้รถไฟฟ้าค่ะ ถ้าถามว่า BYD วิ่งได้ไกลแค่ไหน จากการใช้งานจริง หากขับด้วยความเร็วประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และใช้แบตเตอรี่จนเกือบหมด น่าจะวิ่งได้ราว ๆ 350 กิโลเมตร ซึ่งระยะนี้ช่วยให้เราวางแผนจุดแวะพักได้ค่อนข้างชัดเจน ไม่ต้องแวะถี่เกินไปค่ะ จุดแวะชาร์จไฟ และการจัดสรรเวลาระหว่างทาง ทริปนี้เราออกเดินทางจากเชียงใหม่ด้วยแบตเตอรี่เต็ม 100% และเลือกแวะชาร์จเฉพาะจุดที่สามารถ “พักไปพร้อมกับทำอย่างอื่นได้” เพื่อไม่ให้รู้สึกเสียเวลา 1. 📌 ปั๊มน้ำมันบางจาก หจก.เถิน-นภา จุดแวะพักแรก เราเลือกชาร์จกับตู้ Reversharger ซึ่งตอนนี้ปั๊มบางจากมีหัวชาร์จเพิ่มอีก 2 หัว ของแบรนด์ SPARK EV แล้วค่ะ ช่วงเช้าใครยังไม่ได้ทานข้าว ที่นี่มีร้านข้าวมันไก่สิงคโปร์ “เจิน ห่าว ชือ” ให้ฝากท้องได้ แต่สำหรับเรา ทานข้าวมาเรียบร้อยแล้ว เลยใช้เวลาช่วงชาร์จเข้าห้องน้ำ ยืดเส้นยืดสาย และพักผ่อนเล็กน้อย ใช้เวลาชาร์จประมาณครึ่งชั่วโมง ถือเป็นการพักคนและพักรถไปพร้อมกันค่ะ 2. 📌 ปั๊มน้ำมันบางจาก กำแพงเพชร เพื่อไม่ให้เสียเวลากับการแวะหลายรอบ เราเลือกจุดนี้เป็นจุดพักยาวสำหรับมื้อกลางวัน พร้อมชาร์จไฟไปด้วย เราเลือกร้านบะหมี่เมืองกำแพงเพชรนอกจากจะมีร้านอาหารแล้ว ภายในปั๊มยังมีสวนหย่อมเล็ก ๆ สำหรับนั่งพักผ่อน อยู่บริเวณข้างร้านอินทนิล ทำให้ช่วงเวลาชาร์จไฟไม่รู้สึกเสียเปล่าเลยค่ะ 3. 📌 ปั๊มน้ำมันบางจาก กม.149 นครสวรรค์–ชัยนาท (ขาเข้า) จุดแวะชาร์จสุดท้ายก่อนวิ่งยาวเข้ากรุงเทพฯ แวะซื้อน้ำ เข้าห้องน้ำ และยืดเส้นยืดสายอีกครั้ง เพื่อให้พร้อมสำหรับการขับยาว ๆ จนถึงบ้าน สรุปเวลาในการเดินทาง การเดินทางจากเชียงใหม่ถึงกรุงเทพฯ ในทริปนี้ เราใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 11 ชั่วโมง จากประสบการณ์ของเรา รถไฟฟ้าอาจไม่เหมาะกับคนที่ต้องรีบทำเวลาแบบเป๊ะ ๆ แต่เหมาะมากกับคนที่เดินทางแบบสบาย ๆ รู้จักจัดสรรเวลาพัก และเลือกแวะชาร์จในจุดที่สามารถทำกิจกรรมอื่นไปพร้อมกันได้ ข้อดีของการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ประหยัดค่าใช้จ่ายมาก ค่าไฟสำหรับทริปนี้อยู่ที่ประมาณ 900 บาท ได้พักเป็นช่วง ๆ ทำให้ไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป ช่วยลดมลภาวะทางอากาศ ราคารถไฟฟ้าในปัจจุบันก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น ถ้าถามว่าเรายังจะใช้รถไฟฟ้าต่อไปไหม คำตอบคือ ยังใช้ต่อแน่นอนค่ะ ด้วยความที่แฟนต้องเดินทางไปต่างจังหวัดบ่อย การใช้รถไฟฟ้าและวางแผนการเดินทางให้เหมาะสม ถือว่าคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวเรามาก ๆ ค่ะ เครดิต รูปภาพหน้าปก โดย IsmaelMarder เครดิต รูปภาพประกอบทั้งหมด โดย เจ้าหมีเน่า (นามปากกา) อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !