รีเซต

12 พิกัด เที่ยวเปรัก Perak มาเลเซีย ที่เที่ยวลับๆ ประทับใจเกินร้อย

12 พิกัด เที่ยวเปรัก Perak มาเลเซีย ที่เที่ยวลับๆ ประทับใจเกินร้อย
เอิงเอย
3 มีนาคม 2566 ( 11:00 )
29.7K

      เปรัก (Perak) คือ 1 ใน 13 รัฐของ มาเลเซีย ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือและมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดยะลา ค่ะ แต่น่าแปลกใจที่คนไทยกลับไม่ค่อยรู้จักมากนัก วันนี้เราจึงอยากชวนเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับ 12 ที่เที่ยวในรัฐเปรัก ที่กล้าบอกเลยว่าหากได้มาสัมผัสด้วยตาตนเองสักครั้ง จะต้องตกหลุมรักแบบถอนตัวไม่ขึ้น! 

 

Ahmad Mustazza / Shutterstock.com

พิกัดลับ ที่เที่ยวเปรัก Perak มาเลเซีย  


     ถึงแม้ว่า เปรัก (Perak) จะไม่ใช่เมืองเด่นที่โด่งดังในหมู่นักท่องเที่ยวมากเท่ากับ กัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur ) มะละกา (Malacca) หรือ ปีนัง (Penang) ที่นักท่องเที่ยวไทยเรารู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ที่นี่ก็เป็นรัฐที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของมาเลเซียเลยทีเดียวค่ะ และยังเคยได้รับการโหวตจาก Lonely Planet ให้เป็นรัฐน่าเที่ยวอันดับ 7 ของโลกในปี 2017 อีกด้วย สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในเมืองเงียบๆ แต่ว่าทรงเสน่ห์นี้ เปรียบได้กับอัญมณีล้ำค่าเม็ดจิ๋วที่มักถูกมองข้ามไปเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น อย่ารอช้า… ตามเรามาปักหมุดเที่ยวในรัฐเปรัก กันตามลิสต์นี้ได้เลยค่ะ

 

1. Ipoh Old Town
สตรีทอาร์ต เดินชมตึกโบราณทั่วเมืองเก่าอิโปห์

 

NavinTar / Shutterstock.com

 

     อิโปห์ (Ipoh) เมืองหลวงของรัฐปารัก และเป็นเมืองที่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวมากที่สุดของรัฐนี้ค่ะ อิโปห์โด่งดังในเรื่องของสตรีทอาร์ตที่ให้ผู้มาเยือนได้ออกแรงเดินถ่ายรูปเช็กอินกันทุกวันไม่มีเบื่อ คนรักสตรีทอาร์ทบอกเลยว่าเพลินมากๆ ค่ะ

 

NavinTar / Shutterstock.com

 

     นอกจากภาพศิลปะบนกำแพงซึ่งเป็นผลงานของศิลปินสตรีทอาร์ตชาวลิทัวเนีย อย่าง Ernest Zacharevic นักวาดคนเดียวกับที่เนรมิตภาพวาดสุดฮิปให้ เมืองจอร์จทาวน์ (George Town) รัฐปีนัง ที่กลายเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกแล้ว ที่นี่ยังรายล้อมด้วยอาคารเก่าแก่สถาปัตยกรรมโคโรเนียล-จีน อย่าง สถานีรถไฟ หอนาฬิกา มีคาเฟ่เก๋ๆ ให้นั่งพักขาจิบกาแฟขาว (White Coffee) เครื่องดื่มเก่าแก่ซึ่งเป็นซิกส์เนเจอร์ของเมืองอิโปห์ พร้อมกับชิมอาหารเลิศรส และสถานที่ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดจีนโบราณที่ตั้งอยู่ในถ้ำบนภูเขาหินอีกด้วย

=====================

 

2. Ubudiah Mosque
ชมความสวยงาม มัสยิดแห่งเมืองกัวลากังซาร์

 

 

     มัสยิดอูบูดียาห์ (Ubudiah Mosque) ศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองกัวลากังซาร์ (Kuala Kangsar)มัสยิดเก่าแก่อันงดงามที่สร้างขึ้นในรัชสมัยของสุลต่านองค์ที่ 28 ของรัฐเปรัก ในปี ค.ศ.1911 เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณต่อพระเจ้าที่ช่วยให้พระองค์หายจากอาการประชวร 

 

 

     ความงดงามของมัสยิดแห่งนี้ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอินโด-ซาราเซนิก (Indo-Saracenic) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งได้รับการออกแบบโดย Arthur Benison Hubback สถาปนิกผู้ออกแบบสถานีรถไฟเมืองอิโปห์ และสถานีรถไฟกรุงกัวลาลัมเปอร์นั่นเองค่ะ เราจะได้เห็นโดมสีทองตรงกลางอาคาร และหออะซานทั้ง 4 มุม ภายในมัสยิดยังประกอบไปด้วยกระเบื้องหินอ่อนสีขาวละมุนตาจากประเทศอิตาลี

=====================

 

3. Iskandariah Royal Museum 
เยี่ยมชมพระราชวังไม้ ที่ประทับชั่วคราวของสุลต่านแห่งเปรัก

 

Runrun2 / Shutterstock.com

 

     Iskandariah Royal Museum สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1926 ค่ะ พระราชวังแห่งนี้เคยเป็นที่พำนักชั่วคราวของ สุลต่าน อิสกันดาร์ ชาห์ (Iskandar Shah) ในช่วงปี ค.ศ.1931-1933 ระหว่างที่พระราชวัง Istana Iskandariah แห่งใหม่กำลังก่อสร้างอยู่ ที่นี่มีความโดดเด่นก็คือ ตัวอาคารของพระราชวังสร้างขึ้นจากไม้ทั้งหลัง โดยนายช่างชาวมาเลเซีย มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบมาเลเซียที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร และนี่ถือเป็นจุดเด่นที่ดึงดูให้นักท่องเที่ยวต่างชาติแวะมาเก็บภาพสวยๆ เป็นที่ระลึกอยู่อย่างไม่ขาดสายเลยทีเดียวค่ะ เพราะฉะนั้น ต้องไม่พลาดที่จะแวะมาเที่ยวที่นี่กันสักครั้ง

 

ที่เที่ยวเปรัก พระราชวังไม้ Iskandariah Royal Museum

Syahtuah Mohamed / Shutterstock.com

 

     นอกจากฝีมือการแกะสลักไม้อันแสนวิจิตรที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นแล้ว ฝาผนังที่บุด้วยผ้าทอ ยังช่วยทำให้ตัวพระราชวังโดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีก ตัวอาคารความสูง 2 ชั้น ตั้งอยู่บนเสาไม้ 60 ต้น ภายในอาคารประกอบด้วยห้องนอน ห้องรับรอง โถงรับประทานอาหาร และห้องทำงาน หลังจากพระราชวัง Istana Iskandariah สร้างเสร็จ พระรางวังชั่วคราวแห่งนี้ยังคงถูกใช้เป็นสถานที่สำคัญในโอกาสพิเศษต่างๆ ของราชวงศ์ และปัจจุบันได้เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมในฐานะ Perak Royal Museum ภายในมีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของรางวงศ์ในสมัยก่อนอีกด้วย  

=====================

 

4. Sunway Lost World
ผจญภัยใน Lost World เสิร์ฟความสนุกครบทุกรสชาติ

 

Cneo Osman / Shutterstock.com

 

     Sunway Lost World คือสวนสนุกขนาดใหญ่ที่ใครๆ ต่างให้คำจัดกัดความว่า “มากกว่าสวนสนุก” เพราะที่นี่ตั้งอยู่ภายในอ้อมกอดของขุนเขาแสนสมบูรณ์ บนพื้นที่ขนาดมหึมาแบ่งออกเป็น 10 โซน ประกอบด้วยจุดต่างๆ ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กันมากถึง 88 แห่ง ซึ่งมีความสนุกและความบันเทิงทุกรูปแบบรอให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาสัมผัสทุกวันเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ถ้ำอายุ 400 ล้านปี สวนสนุก ธีมพาร์ค ไนท์พาร์ค สวนสัตว์ การแสดงโชว์ ร้านอาหารรสชาติอร่อย โซนช้อปปิ้ง ที่พัก สปา และห้องจัดเลี้ยง เป็นต้น

 

Moma okgo / Shutterstock.com

 

     ไฮไลต์ห้ามพลาดของที่นี่มีด้วยกันหลายจุด ทั้ง สไลเดอร์บิดเกลียวขนาดมหึมาใน Lost World Water Park สวนน้ำขนาดใหญ่ ผจญภัยสำรวจถ้ำโบราณอายุ 400 ล้านปี แช่ตัวผ่อนคลายในบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ โหนสลิงและปีนผาใน Lost Wolrd Adventure Park ชมความน่าเกรงขามของเสือโคร่งไซบีเรียเจ้าป่าที่มีความแข็งแรงดุดันใน Lost World Tiger Valley เป็นต้น ส่วนใครที่อยากเที่ยวให้ครบทุกโซนแต่กลัวว่าจะเทีี่ยวไม่ทันใน 1 วัน ยังสามารถเช็กอินเข้าพักเพื่อสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดใน Lost World Hotel ได้เลยค่ะ     

=====================


5. Taiping Lake Gardens
สูดอากาศดีๆ ริมทะเลสาบ ทักทายค่างแว่น

 

 

     สวนสาธารณะริมทะเลสาปไท่ผิง (Taiping Lake Gardens) สวนสาธารณะขนาด 60 เฮกตาร์ ซึ่งในอดีตเคนเป็นเหมืองดีบุกขนาดใหญ่มาก่อนค่ะ และในปัจจุบันได้รับการปรับภูมิทัศน์ให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองไท่ผิง โดยกิจกรรมที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวที่นี่เลยก็คือ การปั่นจักรยานชมธรรมชาติ สูดอากาศดีๆ เดินเล่นชมพรรณไม้ไปตามทางเดินที่ทอดยาวไปใต้ร่มไม้หนาครึ้ม ใครชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำก็สามารถเช่า Paddle Board มาพายเล่นในทะเลสาบ West Lake ได้อย่างสบายใจอีกด้วย

 

 

     ไฮไลท์อีกอย่างที่พลาดไม่ได้เลยก็คือต้องแวะไปทักทาย ค่างแว่นถิ่นใต้ (Dusky Leaf Monkeys) สัตว์ประจำถิ่นมาเลเซียที่ชอบออกมาแอบดูนักท่องเที่ยวอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมแนะนำสำหรับครอบครัว คือ การชวนกันมาศึกษาชีวิตสัตว์ป่ามากกว่า 180 สายพันธุ์ในช่วงกลางคืน ที่ Taiping Zoo ไนท์ซาฟารีแห่งแรกของมาเลเซีย ซึ่งตั้งอยู่ติดทะเลสาปไท่ผิงนี่เอง

=====================


6. Pangkor Island
ทิ้งตัวบนชายหาด ริมทะเลสีฟ้าคราม 

 

 

      ถ้าถามหาเกาะที่สวยที่สุดของรัฐปารัก ต้องมีชื่อของ เกาะปังกอร์ (Pangkor Island) ผุดขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงแน่ๆ เพราะทัศนียภาพจากจุดชมวิวสูงจากระดับน้ำทะเล 1,216 เมตร บนเกาะปังกอร์มักจะสะกดสายตาของผู้มาเยือนได้อยู่หมัดเลยทีเดียวค่ะ

 

 

     ใครชอบการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ก็สามารถเดินเท้าวัดพลังความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อได้อย่างเต็มที่ ส่วน fc โลกใต้สมุทร ต้องรีบคว้าสนอร์เกิลกระโจนลงทะเลสีครามไปชื่นชมความงามของแนวปะการังที่มีความสมบูรณ์มากๆ และที่พลาดไม่ได้คือ ดื่มด่ำบรรยากาศธรรมชาติ ชมวิถีชีวิตของชาวชุนชนท้องถิ่น ชิมอาหารทะเลสดๆ ฝีมือชาวประมง บอกเลยว่าอร่อยเด็ดไม่แพ้เชฟโรงแรมดัง หรือหากอยากสัมผัสความโรแมนติกยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ก็สามารถเช็กอินเข้าพักในรีสอร์ทสุดหรูบนเกาะแห่งนี้ได้เลย

=====================

 

7. Tempurung Cave
ผจญภัยในถ้ำหินปูนอายุกว่า 400 ล้านปี  

 

 

     สายผจญภัยสำรวจธรรมชาติ น่าจะถูกใจทริปเดินเท้าชมความงามภายใน ถ้ำเทมปูรัง (Tempurung Cave) อายุกว่า 400 ล้านปี ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย ด้วยความยาวประมาณ 4.5 กิโลเมตร และมีลำธารใต้ดินความยาวประมาณ 1.6 กิโลเมตรค่ะ

 

 

     ภายในโถงถ้ำประกอบไปด้วยหินงอกหินย้อยรูปทรงสะดุดตา และโดมขนาดยักษ์จำนวน 5 โดม ได้แก่ Golden Flowstone Cavern, Gergasi (Giant) Cavern, Tin Mine Cavern, Alam (Universe) Cavern และ Battlefield Cavern ซึ่งแต่ละโดมก็มีลักษณะคล้ายกับกะลามะพร้าว จึงเป็นที่มาของชื่อถ้ำเทมปูรัง ซึ่งเป็นภาษาบาฮาซา แปลว่า กะลามะพร้าว นั่นเอง   

=====================

 

8. Tower of Teluk Intan
หอเอนชมเมือง แลนด์มาร์ครัฐเปรัก

 

shaifulzamri / Shutterstock.com

 

     ที่อิตาลีมี “หอเอนเมืองปิซา” ที่เปรักก็มี หอเอนเมืองเตลุกอิตาน (Tower of Teluk Intan) เช่นเดียวกันค่ะ หอเอนเตลุกอินตาน (Tower of Teluk Intan) หรือ Menara Jam Condong แห่งนี้มีความสูง 25.5 เมตร เป็นหอนาฬิกาหน้าตาคล้ายเจดีย์ของชาวจีน สร้างขึ้นในยุคอาณานิคม หรือศตวรรษที่ 19 โดยสถาปนิกชาวจีน Leong Choon Cheong 

 

Yunus Malik / Shutterstock.com

 

      หอเอนแห่งนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่แลนด์มาร์คของเมืองเฉยๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นทั้งหอนาฬิกา และหอเก็บน้ำของเมืองอีกด้วย อาคารอิฐผสมไม้สไตล์จีนที่มีแทงก์เก็นน้ำสูง 5 เมตร ลึก 18.36 ลูกบาศก์เมตร วางอยู่บนชั้น 4 ของอาคาร เริ่มมีการทรุดและเอียงมากขึ้นหลังสถานการณ์น้ำท่วมในปี พ.ศ.2538 เนื่องจากบริเวณที่ตั้งอยู่มีสภาพพื้นดินที่ค่อนข้างอ่อนเนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำเปรักเท่าไรนัก แม้ปัจจุบันจะไม่ได้ทำหน้าที่เก็บกักน้ำให้ชาวเมืองแล้ว แต่นาฬิกาบนหอเอนแห่งนี้ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างเที่ยงตรง และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมพื้นที่ทั้ง 3 ชั้น 

      ทุกคนสามารถเดินถ่ายรูปเล่นบนบันไดโค้งทั้ง 110 ขั้น ภายในอาคารทุกวัน เวลา 09.00 - 17.00 น. และในช่วงค่ำจะมีการเปิดไฟสวยงามให้นักท่องเที่ยวได้แวะมาเก็บภาพแสงไฟสว่างไสวได้แบบ 360 องศาอีกด้วยค่ะ

=====================

 

9. Royal Belum
สู่อ้อมกอดของผืนป่า ตามหาดอกไม้ยักษ์โบราณ

 


     เพียงแค่ก้าวเข้าสู่ ผืนป่าโบราณ รอยัล เบลัม (Royal Belum) ก็เหมือนได้ย้อนเวลาวาร์ปกลับสู่ยุคดึกดำบรรพ์เมื่อครั้ง 130 ล้านปีก่อนทันที เพราะผืนป่าใน เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์รอยัล เบลัม (The Royal Belum State Park) ยังคงความสมบูรณ์ของเหล่าไม้ดอกมากถึง 3,000 สายพันธุ์ รวมทั้ง บัวผุด (Rafflesia) ดอกไม้ยักษ์ยุคโบราณ สายพันธุ์หายากถึง 3 สายพันธุ์ด้วยกัน

 

 

     นอกจากนี้ ผืนป่าที่มีอายุเก่าแก่กว่าป่าเอมะซอน หรือป่าในประเทศคองโก ยังเป็นแหล่งรวมของบรรดาสัตว์เลี้ยงป่าใกล้สูญพันธุ์มากถึง 14 ชนิด ทั้ง เสือโคร่งมลายู หมีแดดหิมาลายัน ชะนีมือขาว และช้างอินเดีย รวมทั้งนกนานาชนิด และนกเงือกอีก 10 สายพันธุ์ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่จองทริปล่องแพชมสัตว์ป่า จะสามารถพบเห็นสัตว์ป่าหายากออกมากินน้ำได้ โดยเฉพาะในโซนที่เงียบสงบห่างไกลผู้คน   

     และในพื้นที่ป่าสมบูรณ์ขนาด 117,500 เฮกตาร์นี้ที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศไทย ยังเป็นที่อยู่อาศัยของ ชนเผ่าโบราณ อีกด้วย นักท่องเที่ยวที่สนใจธรรมชาติต่างก็นั่งเรือเข้ามาจับจองทริปเดินป่าศึกษาพันธุ์ไม้โบราณ แวะชมน้ำตกขนาดใหญ่ แบกกล้องส่องนกหายากหลากหลายชนิด เป็นอีกเส้นทางศีกษาธรรมชาติที่ต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิต!

 

shaifulzamri / Shutterstock.com

 

     สำหรับใครที่ชอบบรรยากาศการล่องเรือเที่ยวชมธรรมชาติแบบหมู่คณะ ก็สามารถเหมาเรือ Boat House และซื้ออาหารจากซูเปอร์มาร์เก็ตหรือตลาด ขึ้นมาปรุงอาหารในระหว่างลอยลำชื่นชมความสมบูรณ์ของผืนป่าได้ด้วยค่ะ ส่วนนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ต้องไม่พลาดจับจองทริปเดินป่าศึกษาพันธุ์ไม้โบราณ แวะชมน้ำตกขนาดใหญ่ แบกกล้องส่องนกหายากหลากหลายชนิด บอกเลยว่าได้รับความประทับใจกลับไปแบบเต็มๆ แน่นอน

=====================


10. Kellie’s Castle 
ถ่ายรูป เดินชมปราสาท สัมผัสบรรยากาศสุดหลอน

 

 

     ปราสาทเคลลี (Kellie’s Castle) ปราสาทที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสาน มัวร์ (Moor) อินโด-ซาราเซนิก (Indo-Saracenic) และโรมัน (Roman) รูปร่างคล้ายเกือกม้า สูง 6 ชั้น ตั้งอยู่บนยอดเขา Batu Gajah ริมแม่น้ำรายา (Sungai Raya) ของ William Kellie-Smith วิศวกรโยธาชาวสก็อตแลนด์ ที่สร้างไว้ให้กับครอบครัว

 

fadhlan mohamad 2021 / Shutterstock.com

 

      ในยุคนั้น ปราสาทเคลลี ถือว่าเป็นอาคารที่มีความโอ่อ่าหรูหรามาก และหากมีโอกาสสร้างจนเสร็จ ก็จะเป็นอาคารแห่งแรกของมาเลเซียที่มีลิฟต์ติดตั้งอยู่ ภายในอาคารประกอบด้วยห้องต่างๆ จำนวนมาก มีอุโมงค์ลับ ชั้นดาดฟ้าสำหรับงานปาร์ตี้ และสนามเทนนิส แต่น่าเสียดายที่ปราสาทสุดทันสมัยแห่งยุคนั้น ไม่มีโอกาสได้สร้างจนสมบูรณ์ เนื่องจากเจ้าของได้เสียชีวิตลงด้วยโรคปอดบวม ระหว่างการเดินทางไปยังเมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส การก่อสร้างทั้งหมดก็ถูกระงับลง และตัวปราสาทก็ถูกขาดทอดตลาดให้กับบริษัท Harrisons และ Crosfield ของประเทศอังกฤษ ก่อนจะถูกทิ้งร้างเป็นเวลานานหลายทศวรรษ ก่อนจะกลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งเมื่อกลายเป็นฉากหนึ่งในภาพยนตร์ที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ เรื่อง Anna and the King 

      และที่โด่งดังไม่แพ้กัน คือเรื่องเล่าชวนหลอนของเหล่าวิญญาณที่ยังคงวนเวียนอยู่ในซากปรักหักพัง ว่ากันว่าที่แห่งนี้มีวิญญาณสถิตย์อยู่ 2 ตน ตนแรกสิงสู่อยู่บริเวณโถงทางเดินกลางปราสาท และอีกตนเป็นผีสาวที่มักเดินขึ้นลงบันไดเวียนให้นักท่องเที่ยวได้ยินเสียงฝีเท้าอยู่เสมอ เรื่องเล่าชวนขนลุกเหล่านี้ดึงดูดให้รายการลี้ลับจากทุกมุมโลก แวะเวียนเข้ามาถ่ายทำและท้าพิสูจน์สิ่งเหนือธรรมชาติอยู่เป็นประจำ ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้เรื่องผีๆ อยากลองมาพิสูจน์ด้วยตาตัวเองสักหน บอกเลยว่าห้ามพลาดค่ะ 

=====================

 

11. TT5 และ TT5 Maze Garden
ยุคทองของเหมืองดีบุก และเรือขุดแร่โบราณ

 

Mr Ayien / Shutterstock.com

 

      ชวนคุณย้อนอดีตสู่ยุครุ่งเรืองของอุตสาหกรรมเหมืองดีบุก ที่ทำให้เมืองเปรักกลายเป็นเหมือนเหมืองทองของนักอุตสาหกรรมและแรงงานทุกชนชั้น ซึ่งเครื่องจักรสำคัญที่ใช้ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้คือ “เรือขุดดีบุก” ขนาด 4,500 ตัน มูลค่าต่อลำมากกว่า 4 พันล้านริงกิต ต่อมาเมื่อราคาดีบุกตกต่ำลงส่งผลให้เหมืองน้อยใหญ่ทยอยปิดตัวลงเรื่อยๆ เรือขุดดีบุก ซึ่งถือเป็นโรงงานลอยน้ำขนาดใหญ่ต่างถูกรื้อทำลายและขายทิ้งเกือบหมด ปัจจุบันเหลือเพียงเรือ Tanjung Tualang Tin Dredge No. 5 หรือ TT5 เป็นเครื่องขุดดีบุกที่สร้างขึ้นโดย F.W. Payne & Sons ในประเทศอังกฤษ มีอายุการใช้งานนานกว่า 44 ปี ซึ่ง บริษัท Malaysian Mining Corporation (MMC) ได้บริจาคให้กับรัฐบาลเมืองเปรัก และเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมภายในตัวเรือขุดเหมืองได้แบบใกล้ชิด

      นอกจากกิจกรรมเดินชมเรือขุดดีบุกขนาดใหญ่ทุกซอกทุกมุม และลองรับบทเป็นวิศวกรเหมืองแร่แล้ว บริเวณรอบๆ TT5 ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้นักท่องเที่ยวร่วมสนุกอีกมากมาย เช่น ทดลองร่อนแร่ ช้อปปิ้งในตลาดกลางคืนและตลาดนัดวันเสาร์ ตั้งแคมป์ปิ้งย่าง BBQ กับครอบครัว ตกปลา หรือร่วมกิจกรรมผจญภัยต่างๆ เช่น บินโดรน ขับรถ ATV ขี่ม้า เป็นต้น

 

NOOR RADYA BINTI MD RADZI / Shutterstock.com


      ถัดไปไม่ไกลยังมี TT5 Maze Park หรือ อุทยานเขาวงกต สวนสาธารณะรูปหัวใจขนาด 32,000 ตารางเมตร เป็นการออกแบบที่มีการผสมผสานวัสดุซึ่งมีความหมายเกี่ยวข้องกับรัฐเปรัคทั้ง 8 ชนิด อาทิ หิน ดีบุก ไม้ไผ่ วัสดุรีไซเคิล หลังคามุงจาก เป็นต้น ซึ่งในโซนนี้ยังมีคาเฟ่เท่ๆ ในธีมยุค 50 ให้นั่งดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ถ่ายรูปกับคาเฟ่บนรางรถไฟเก่ากันอีกด้วย

=====================

 

12. Matang Mangrove Forest
โอบกอดธรรมชาติ สดชื่น

 

 

     ไปสัมผัสธรรมชาติ ชมความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลนโบราณ พื้นที่สีเขียวริมแม่น้ำกว่า 70 เฮกตาร์ที่ เขตอนุรักษ์ป่าชายเลนมาตัง (Matang Mangrove Forest) ตั้งอยู่ใน เมืองกัวลาเซเปตัง (Kuala Sepetang) ที่ถือเป็นป่าชายเลนที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลกค่ะ

 

 

     ตลอดสองข้างทางของสะพานไม้ที่ทอดยาวเหนือผืนน้ำท่ามกลางต้นไม้นานาชนิดที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา อีกทั้งยังมีนกและสัตว์ป่าประจำถิ่นตัวน้อยใหญ่แวะเวียนมาอวดโฉมให้เราได้เห็น ดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวผู้รักธรรมชาติอย่างไม่ขาดสาย

     ใครที่สนใจดูกรรมวิธีการเผาถ่านไม้โกงกางสไตล์โบราณ ก็สามารถแวะไปชมแหล่งผลิตถ่านที่ใหญ่ที่สุดของมาเลเซียได้ใน โรงงาน Khay Hor Holdings ซึ่งเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ก่อนจบทริปเที่ยวชมธรรมชาติ อย่าลืมหาโอกาสลองชิมเมนูขึ้นชื่อประจำถิ่น อย่าง Mee Kuah หรือ หมี่ฮกเกี้ยนสไตล์มาเลเซีย ที่ท็อปปิ้งด้วยกุ้งตัวใหญ่มากๆ ด้วยนะ  

=====================

 

     นี่เป็นเพียงไฮไลท์บางส่วนของรัฐเปรักเท่านั้นนะคะ หากอยากสัมผัสมิตรภาพของชาวชุมชนที่แสนน่ารัก และโอบกอดธรรมชาติซึ่งมีความสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ลองหาโอกาสวางแพลนมาเที่ยวชมเมืองเปรักสัก 3-5 วัน รับรองว่าจะได้ประทับใจกลับไปไม่แพ้การมาเที่ยวเมืองที่มีชื่อเสียงมากๆ อย่าง กัวลาลัมเปอร์ ปีนัง หรือมะละกา อย่างแน่นอน! 

 

Aisyaqilumaranas / Shutterstock.com

 

     ที่สำคัญ ก่อนเดินทางกลับ อย่าลืมแวะช้อปของฝากขึ้นชื่อของเมืองเปรัก อย่าง Labu Sayong Kuala Kangsar เครื่องปั้นดินเผาภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่มีคุณสมบัติพิเศษช่วยให้ทำให้น้ำในภาชนะดินเผามีอุณหภูมิเย็นกว่าอากาศภายนอกได้โดยไม่ต้องง้อตู้เย็น ซึ่งปัจจุบัน ได้มีการประยุกต์และดีไซน์ใหม่ให้เป็นภาชนะรูปทรงต่างๆ รองรับการใช้งานได้หลากหลายความต้องการ เช่น แจกัน ถ้วยชาม และโคมไฟลวดลายอ่อนช้อย ถือเป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่ควรค่าแก่การอุดหนุนกลับบ้านไปสักคนละ 1-2 ใบค่ะ