เผลอแป๊บเดียวก็บินไปเที่ยว "เซี่ยงไฮ้" ซะแล้ว! รู้ตัวอีกที... เราก็มาเดินทอดน่องปล่อยใจจอยอยู่ที่ "เซี่ยงไฮ้" ซะแล้ว! ใครที่คิดว่าเมืองนี้มีแต่ความเร่งรีบและตึกสูงน่าเบื่อ บอกเลยว่าคุณกำลังพลาดเสน่ห์ที่แท้จริง เพราะเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่ "ยิ่งเดิน ยิ่งสนุก" สนุกตรงที่ก้าวเท้าเดินอยู่ดี ๆ ตอนกลางวันฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในโลกอนาคตสุดล้ำ แต่พอเลี้ยวเข้าตรอกถัดไปตอนเย็น กลับวาร์ปมาโผล่กลางกลิ่นอายหนังจีนโบราณซะงั้น! เป็นเมืองสองขั้วที่ผสมผสานกันได้ละมุนสุด ๆ ทริปนี้เราเลยจะชวนทุกคนผูกเชือกรองเท้าให้แน่น แล้วไปเดินหลงเสน่ห์เซี่ยงไฮ้ในมุมที่คาดไม่ถึงกัน Say Hi, Shanghai | เซย์ไฮที่ "เซี่ยงไฮ้" ทริปนี้เรามีเวลาดื่มด่ำเซี่ยงไฮ้กันแบบเต็มอิ่ม 4 วัน 3 คืน โดยบินตรงกับ China Eastern Airlines ในราคาตั๋วไป-กลับแค่ 7,xxx กว่าบาทเท่านั้น บอกเลยว่าคุ้มค่าเกินราคา บริการเริ่ด ที่นั่งกว้างสบาย ส่วนงบรวมทั้งทริปนี้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2x,xxx บาทเท่านั้นเอง! ทันทีที่ล้อเครื่องบินแตะรันเวย์ในช่วง 8 โมงเช้าของวันแรก เรารีบพุ่งตัวไปจัดการล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำสนามบินให้สดชื่น พร้อมออกสำรวจเมืองทันที ประเดิมความล้ำสมฉายาเมืองแห่งอนาคต ด้วยการตรงดิ่งไปขึ้น Maglev รถไฟพลังงานแม่เหล็กที่เร็วที่สุดในโลก ยิงยาวจากสนามบินเข้าสู่ใจกลางเมืองด้วยความเร็วระดับวาร์ป พอลองกดนาฬิกาจับเวลาดู... เฮ้ย! แค่ 8 นาทีก็ถึงแล้ว เมื่อเข้ามาในตัวเมืองแล้วเราก็แวะไปเช็กอินที่โรงแรม Youli กันก่อน เข้าไปเก็บกระเป๋า นั่งพักหายใจหายคอเสร็จแล้ว ก็ออกไปเดินสำรวจเมืองกันต่อ สำหรับ Day 1 นี้ เราขอปักหมุด 2 ย่านแลนด์มาร์ที่บอกเลยว่าถ้าไม่ได้มาเช็กอิน ก็เหมือนมาไม่ถึงเซี่ยงไฮ้ นั่นก็คือ The Bund และ People's Square ป่ะ... ไปลุยกันเลย! 01 | The Bund (เดอะ บันด์) ถ้าถามว่าพิกัดไหนในเซี่ยงไฮ้ที่ปังที่สุด ถ่ายรูปมุมไหนก็ดูสวยแพง คำตอบเดียวที่ถูกต้องคือ "The Bund" หรือที่คนจีนเรียกกันว่า "ไว่ทาน" (Waitan) ย่านไฮไลต์ระดับไอคอนิก ที่ผสมผสานความคลาสสิกของโลกเก่าและความล้ำของโลกอนาคตไว้ในที่เดียวได้อย่างลงตัวที่สุด ความเก๋ของเดอะ บันด์ คือการเดินเลียบแม่น้ำหวงผู่แล้วได้เสพวิว 2 อารมณ์ในเวลาเดียวกัน ฝั่งที่เรายืนโอบล้อมไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกโบราณสุดคลาสสิก จนได้รับฉายาว่า “พิพิธภัณฑ์สิ่งก่อสร้างนานาชาติ” ฟีลเหมือนกำลังเดินสับขาอยู่กลางกรุงลอนดอนหรือปารีส ส่วนฝั่งตรงข้าม (ผู่ตง) พอมองข้ามแม่น้ำไป จะเจอกับตึกระฟ้าดีไซน์ล้ำสมัย นำทัพโดย "หอไข่มุก" (Oriental Pearl Tower) และ "Shanghai Tower" ที่ตั้งตระหง่านเป็นสง่า นอกจากจะเดินชมวิวถ่ายรูปฟิน ๆ แล้ว ละแวกนี้ยังเป็นสวรรค์ของสายคอนเทนต์และสายช็อป เพราะมีร้านค้าและร้านแบรนด์เนมระดับลักชู ให้แวะเข้าไปอัปเดตเทรนด์หลากหลายร้าน และที่ห้ามพลาดเลยสำหรับ Art Toy Collectors เพราะแถวนี้มีร้านของเล่น ของสะสม และกล่องสุ่มเจ้าดังตั้งอยู่เพียบ เดินเล่นดูไฟอยู่ดี ๆ อาจจะได้น้อง ๆ จุ่มใหม่ติดมือกลับบ้านแบบงง ๆ ก็ได้ Highlight Hours: แนะนำให้มาช่วงเย็น ๆ ลมพัดเย็นสบายกำลังดี และพอพระอาทิตย์ตกดินปุ๊บ ทุกตึกจะพร้อมใจกันเปิดไฟสว่างไสวระยิบระยับ บอกเลยว่าโรแมนติกมากกกกก! (ก ไก่ล้านตัว) ยืนถ่ายรูปมุมไหนก็จึ้ง ฟีลดีจนลืมเหนื่อยไปเลย 📌 โน้ตไว้ก่อนไป การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดิน (Metro) สาย 2 หรือ สาย 10 ลงสถานี East Nanjing Road แล้วเดินต่อมาที่ริมแม่น้ำได้เลย ระหว่างทางเดินคือคึกคัก ไม่มีเหงา เตรียมอะไรไปบ้าง: กล้องถ่ายรูปเมมว่าง ๆ, แบตสำรอง (เพราะกดชัตเตอร์ไม่หยุดแน่) และคอสตูมตัวโปรดที่พร้อมปะทะลมหนาวและแสงไฟ 02 | People's Square (จัตุรัสประชาชน) เอาจริง ๆ เราไปเดินสำรวจสวนสาธารณะก่อนจะไปเที่ยวจุดไฮไลต์ซะอีก ด้วยความที่อยู่ใกล้ที่พักแหละ แต่ขอหยิบเรื่อง The Bund ไปเล่าก่อน เพราะเป็นแลนด์มาร์กนี่นา ซึ่งบรรยากาศที่ "People's Square" หรือจัตุรัสประชาชน ร่มรื่นมาก ต้นไม้เยอะ เป็นพื้นที่สีเขียวกลางเมือง ที่ให้ผู้คนมาสูดอากาศบริสุทธิ์กันได้ เรียกว่าเป็นโอเอซิสของชาวเซี่ยงไฮ้ก็ว่าได้ แต่อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะเป็นแค่สวนธรรมดา ๆ เพราะข้างในนี้ซ่อน Vibe ท้องถิ่นไว้ด้วย ตอนเดินเข้ามาแรก ๆ มีความคล้ายสวนลุมที่ไทยอยู่เหมือนกันนะ แต่ที่นี่จะเล็กกว่า และต้นไม้เยอะกว่า ภายในสวนสาธารณะก็จะมีคนมาเดินเล่นและนั่งพักผ่อนกันจำนวนหนึ่ง มีกลุ่มคนสูงอายุนั่งเล่นเกมกระดานกันด้วย (ไม่แน่ใจใช่ไพ่นกกระจอกมั้ย) มีโซนจัดนิทรรศการพิเศษ ที่จะหมุนเวียนสับเปลี่ยนงานอาร์ตหรืองานเผยแพร่ความรู้มาให้เราได้ชมกันเรื่อย ๆ รวมถึงโซนพฤกษศาสตร์ ที่แยกประเภทพันธุ์ไม้แต่ละโซนไว้อย่างใส่ใจ เดินเล่นสลับไปแต่ละมุมก็จะได้ฟีลและบรรยากาศที่ต่างกันไป นอกจากนี้ ในสวนยังมีกิมมิกเก๋ ๆ อย่างโซนเครื่องเล่นขนาดย่อม ๆ เช่น ม้าหมุน รถไฟเหาะ และเครื่องเล่นอื่น ๆ ให้เด็ก ๆ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่เล่นได้ด้วย หรือจะพาครอบครัวมาดูเพลิน ๆ ก็ตอบโจทย์ ท่ามกลางความกว้างใหญ่ของปอดสีเขียวแห่งนี้ ระหว่างเดินเล่นเราสะดุดตากับร้านดอกไม้เล็ก ๆ ร้านหนึ่ง ที่ตั้งอยู่อย่างน่ารักและกลมกลืนไปกับบรรยากาศรอบตัว เสน่ห์ที่เรียบง่ายของมันทำให้เราต้องหยุดมอง และอดไม่ได้ที่จะกดชัตเตอร์เก็บภาพความสดใสตรงหน้าเอาไว้ในความทรงจำ พอเดินลึกเข้าไปข้างในอีกหน่อย เสียงอึกทึกของเมืองใหญ่ก็คล้ายจะค่อย ๆ เบาลง เมื่อเราได้พบกับบึงน้ำขนาดใหญ่ใจกลางสวน ที่นี่มีฝูงปลาแหวกว่าย รอบ ๆ บึงเต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายวัยที่มานั่งจับจองพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ และเมื่อลองเงยหน้าขึ้นมอง เราจะเห็นภาพสุดคอนทราสต์ของวิวตึกสูงระฟ้าดีไซน์ล้ำยุค ที่ตั้งตระหง่านโอบล้อมพื้นที่สีเขียวแห่งนี้เอาไว้ เป็นความลงตัวระหว่างธรรมชาติตัดกับความโมเดิร์นที่มองเท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อเลยล่ะ แต่ไฮไลต์ที่ทำให้อมยิ้มได้ก็คือ... เราเพิ่งได้เจอแมวตัวแรกในเซี่ยงไฮ้ ที่สวนแห่งนี้เอง! น้องเป็นเจ้าเหมียวลายส้ม-ขาว ตัวอ้วนกลมที่กำลังนั่งจ๋อง หน้าตาบึ้งตึงแต่น่าเอ็นดูอยู่กลางสวน เราทำได้เพียงเข้าไปด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ห่าง ๆ แล้วแอบเก็บภาพความน่ารักของเจ้าถิ่นสี่ขาตัวนี้มาฝากทุกคนแทน สำรวจ Real Shanghai บนท้องถนน หลังจากเต็มอิ่มกับความร่มรื่นในสวนแล้ว เราก็ออกไปเดินสำรวจเมืองส่วนอื่น ๆ บ้าง เพื่อทำความรู้จักกับเซี่ยงไฮ้ในมุมมองที่กว้างขึ้น ซึ่งช่วงที่เราไปสภาพอากาศอยู่ที่ประมาณ 16 องศาเซลเซียส บอกเลยว่าอากาศดีมาก ลมเย็นสบายกำลังดี เดินกันได้ยาว ๆ แบบไม่มีเหนื่อย แต่สิ่งแรกที่พุ่งเข้าปะทะเราอย่างจังจนต้องขอยกให้เป็นหนึ่งใน "กลิ่นจำ" ของการเดินถนนที่นี่เลยก็คือ กลิ่นบุหรี่ที่คละคลุ้งแทบจะทุกอณู! ใครที่เป็นคนแพ้ควันหรือไวต่อกลิ่น แนะนำว่าต้องพกแมสก์ติดกระเป๋าไว้ด้วยนะ เพราะคนที่นี่สูบบุหรี่กันจัดมาก ไม่ว่าจะเดินไปมุมไหนก็มักจะมีกลิ่นลอยมาทักทายตลอดเวลา เรียกว่าเป็นวิถีชีวิตดิบ ๆ แฝงความวุ่นวายตามสไตล์เมืองใหญ่ที่เราต้องเจอ เมื่อความเก่าแก่ ปะทะ ความโมเดิร์น แต่ถ้ามองข้ามเรื่องควันบุหรี่ไป สิ่งที่โดดเด่นและทำให้เราหลงรักเมืองนี้เข้าอย่างจัง คือเรื่องของ "สถาปัตยกรรมอาคารบ้านช่อง" ที่มีความคอนทราสต์กันอย่างลงตัวสุด ๆ เดิน ๆ อยู่ฝั่งหนึ่งอาจจะเป็นตึกเก่าคลาสสิกทรงยุโรปหรือตรอกซอกซอยสไตล์โบราณ แต่อีกฝั่งกลับเป็นตึกสูงระฟ้าดีไซน์ล้ำหลุดโลก ตึกเก่าตัดกับตึกใหม่ได้อย่างมีมิติ เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้เซี่ยงไฮ้ดูไม่น่าเบื่อเลยสักนิด มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไร้เสียง... เงียบแต่บีบแตรสนั่น และอีกหนึ่งภาพจำของเซี่ยงไฮ้ที่เดินถนนแล้วไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ "กองทัพมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า" ข้อดีคือเมืองไม่มีควันไอเสียดำ ๆ และรถเงียบมาก แต่ความลุ้นระทึกอยู่ตรงที่ พี่ ๆ เขาขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากันให้ขวัก ขึ้นมาบนฟุตบาทด้วยเนี่ยสิ แล้วด้วยความที่รถมันเงียบกริบ บางทีน้องบิดมาจ่อท้ายเราในระยะประชิดแล้วเรายังไม่รู้ตัวเลย เดินไปต้องคอยหลบ คอยระวังหลังไป... แต่ ๆๆ เห็นน้องเงียบ ๆ แบบนี้ พอบทจะบีบแตรขึ้นมาที บอกเลยว่าเสียงดังสนั่นลั่นทุ่งจนสะดุ้งกันไปแถบ ๆ นอกจากนี้ยังมีกิมมิกสุดน่ารัก ที่เราสังเกตเห็นแล้วชอบมาก คือที่รถมอเตอร์ไซค์แทบจะทุกคัน จะมีเสื้อกันหนาวแบบสวมมือ ผูกติดไว้ที่แฮนด์รถกันหมดเลย คงเพราะอากาศที่นี่ค่อนข้างเย็น เวลาบิดรถสู้ลมหนาว มือจะได้ไม่ออกไปปะทะลมโดยตรง เป็นภาพน่ารัก ๆ และไอเดียสุดล้ำที่เห็นแล้วเอ็นดูในความสู้ชีวิตของชาวไรเดอร์เซี่ยงไฮ้จริง ๆ ลิ้มรสเซี่ยงไฮ้ | พิกัดเติมพลังกับเมนูฮิต หลังจากเดินสับขาสำรวจเมืองจนพลังงานแทบเหลือศูนย์ ก็ถึงเวลาที่ร่างกายเรียกร้องของอร่อย มาถึงเซี่ยงไฮ้ทั้งที ทริปนี้เราเลยขอจัดเมนูไฮไลต์ที่ใคร ๆ ก็บอกว่าต้องลองมาพิสูจน์ด้วยตัวเองสักหน่อย ร้านแรกเป็นร้านที่อยู่ในฟู้ดคอร์ต ย่านถนนหนานจิง เมนูแรกที่ได้โอกาสลิ้มลองคือ "บะหมี่มันปู" เสิร์ฟมาแบบเข้มข้น และครบรส ตามมาด้วย "เสี่ยวหลงเปา" ที่ข้างในอัดแน่นไปด้วยน้ำซุปร้อน ๆ รสกลมกล่อม ต่อด้วยร้านที่สอง เป็นร้านที่อยู่ในห้าง ย่าน North Bund แต่จำชื่อไม่ได้ เมนูที่สั่งคือ "เซตติ่มซำ" และเมนูอื่น ๆ ตามมาอีกหลายอย่างเลยล่ะ... แต่ความพีคคือภาพตัดไป เพราะตอนนั้นคือหิวมากกกก หน้ามืดตามัวจนจำชื่อเมนูอื่นไม่ได้เลย รู้ตัวอีกทีคือถ่ายภาพเก็บไว้ได้ทันแค่สองภาพถ้วน! (ขำ) สำหรับเรื่องรสชาติ ถ้าให้รีวิวแบบตรงไปตรงมาก็ต้องบอกว่า แค่พอใช้ได้ละกัน ยังไม่ถึงกับว้าว อาจเพราะเรายังไม่เจอร้านลับระดับตัวท็อป หรือรสชาติท้องถิ่นแท้ ๆ แต่เราเชื่อว่าในเซี่ยงไฮ้น่าจะมีร้านอร่อยเด็ด ๆ ซ่อนอยู่อีกเพียบแน่นอน เอาไว้รอบหน้าจะกลับมาแก้มือ ตามล่าหาร้านที่ใช่ให้เจอให้ได้! สำหรับใครที่ลังเลว่าจะมาเซี่ยงไฮ้ดีมั้ย? บอกเลยว่าต้องลองมาให้ได้สักครั้ง เมืองนี้ราคาเข้าถึงได้ ไม่แรงมาก เดินทางง่าย สะดวก แถมยังใกล้ไทยอีกต่างหาก ส่วนเรื่องภาษาไม่ต้องกังวลใจไป แม้คนที่นี่ไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษกันเท่าไร แต่ก็สื่อสารพอเข้าใจได้ หรือจะใช้ Google Translate ก็ง่ายดี แต่ที่สำคัญต้องโหลด Alipay กับ True Money ไว้ด้วยล่ะ ได้ใช้ชัวร์ ภาพถ่ายทั้งหมดโดยนักเขียน (Photo By BiwWillGo) อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !