ศาลเจ้ายาสุกุนิ Yasukuni Shrine ศาลเจ้าชินโตสำคัญของญี่ปุ่น และอนุสรณ์สงคราม

ศาลเจ้ายาสุกุนิ Yasukuni Shrine ศาลเจ้าชินโตสำคัญของญี่ปุ่น และอนุสรณ์สงคราม
Muzika
19 สิงหาคม 2564 ( 16:46 )
2.3K

     ศาลเจ้ายาสุกุนิ แม้จะเป็นศาลเจ้าญี่ปุ่นที่เรามักได้ยินชื่อบ่อยๆ เพราะประเด็นขัดแย้งทางการเมืองในทุกๆ ปี ระหว่างญี่ปุ่น และประเทศเพื่อนบ้าน แต่หากเรามองที่นี่ในฐานะของสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศแล้วล่ะก็ นักเดินทางทั้งหลายที่ชอบศึกษาเรื่องราวในอดีตก็ควรอย่างยิ่งที่จะมาเยือนให้ได้ครับ แถมยังเป็นจุดชมซากุระสวยๆ ในบรรยากาศสุดขลังที่ห้ามพลาดเลยทีเดียว

 

 

ศาลเจ้ายาสุกุนิ Yasukuni Shrine

 

ประวัติ ที่มาของศาลเจ้ายาสุกุนิ ประเทศญี่ปุ่น

 

Laboo Studio / Shutterstock.com

 

     ศาลเจ้ายาสุกุนิ / Yasukuni Shrine (靖国神社) สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1869 (ช่วงยุคเมจิ) เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้กับผู้เสียชีวิตในสงครามกลางเมือง โบชิง (Boshin War) สมัยปฏิรูปเมจิของญี่ปุ่น, สงคราม Sino-Japanese ครั้งที่ 1, สงคราม Russo-Japanese, สงครามโลกครั้งที่ 1, สงคราม Sino-Japanese ครั้งที่ 2, สงครามแปซิฟิก และอื่นๆ อีกหลายสงครามครับ โดยมีการบันทึกชื่อ, วันเดือนปีและสถานของผู้ที่เสียชีวิตกว่า 2.5 ล้านคนอยู่ที่นี่

 

ศาลเจ้าในยุคแรก หรือโตเกียว โชคนฉะ

 

     ศาลเจ้านี้เดิมมีชื่อว่า โตเกียว โชคนฉะ (Tokyo Shokonsha) ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นยาสุกุนิ ในปี ค.ศ. 1879 มีความหมายว่า “ประเทศที่สงบสุข” (靖国 / ยาสุคุนิ-สันติรัฐ) โดยจุดเด่นหลักของศาลเจ้านี้ที่แตกต่างจากที่อื่นๆ ก็คือเสาโทริอิที่ทำจากเหล็ก และทองแดงขนาดใหญ่ (ที่อื่นที่ทำจากไม้ทาสีแดง) เป็นเครื่องหมายว่าประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคใหม่ และอุตสาหกรรมแล้ว

 

cowardlion / Shutterstock.com

อนุสาวรีย์โอมุระ มาซาจิโร่ รัฐมนตรีกระทรวงทหารบกของจักรวรรดิญี่ปุ่น หน้าศาลเจ้ายาสุคุนิ

 

เสาโทริอิ ศาลเจ้ายาสุกุนิ Yasukuni Shrine ญี่ปุ่น

 

     ตัวศาลเจ้าในปัจจุบันนั้นสร้างขึ้นด้วยโครงสร้างเหล็กน้ำหนักรวมกว่า 100 ตัน หรือประมาณ 100,000 กิโลกรัม นับเป็นศาลเจ้าตามลัทธิชินโตที่ใหญ่ที่สุดของกรุงโตเกียวด้วย

 

RYUSHI / Shutterstock.com

 

     ใกล้ๆ กันกับศาลเจ้าเป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์ยูชูคัง (Yushukan) เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่ระลึกถึงสงครามที่ผ่านมาจากมุมมองของนักอนุรักษ์นิยมที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

====================

 

ความเชื่อตามลัทธิชินโต กับศาลเจ้ายาสุกุนิ

 

     ตามที่เราทราบกันดี ว่าลัทธิชินโตนั้นเป็นเหมือนศาสนาดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่นที่นับถือกันมาช้านาน แม้ภายหลังจะเปิดรับเอาศาสนาพุทธเข้ามาในประเทศแล้ว ความเชื่อชินโตก็ยังคงฝังรากลึกอยู่ และส่งผลต่อแนวความคิดทางการเมือง และการทหารเป็นอย่างมาก จากเดิมที่ชาวญี่ปุ่นนับถือชินโตในแง่ของการเคารพบูชาธรรมชาติ แต่ในภายหลังมันยังถูกรวมเข้ากับพิธีการที่แสดงถึงความรักชาติด้วย โดยจะเห็นได้ชัดที่สุดตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นต้นมา จนกระทั่งแนวความคิดนี้เพิ่งมาถูกล้มล้างไปในตอนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้สงครามในปี ค.ศ. 1945

 

     อย่างไรก็ตาม ศาลเจ้ายาสุกุนิก็ถูกใช้เป็นที่สถิตให้แก่เหล่าดวงวิญญาณของทหารญี่ปุ่นที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยตั้งป้ายวิญญาณไว้ในศาลเจ้าหลัก ส่วนสถานที่สถิตวิญญาณทหารฝ่ายศัตรูของจักรวรรดิญี่ปุ่นในทุกสงคราม นับตั้งแต่สงครามกลางเมืองโบชิงจนถึงสงครามโลก จะอยู่ที่ศาลเจ้าชินเรย์ฉะ (鎮霊社) แทน

 

 

     ทีนี้ก็มาถึงส่วนของการชมซากุระกันบ้าง ที่ศาลเจ้ายาสุกุนินี้เรียกได้ว่าเป็นจุดชมดอกไม้ที่ได้รับความนิยมมากในทุกปี คงเพราะบรรยากาศที่ดูเก่าแก่ และดูขลังนี่เองเลยทำให้ได้อารมณ์ที่ไม่เหมือนที่อื่น เป็นภาพของหลังคาศาลเจ้าที่ปกคลุมด้วยดอกซากุระ ที่ร่วงโรยมาจากหลายร้อยต้น และพื้นหินที่เต็มไปด้วยสีชมพูอ่อนๆ รวมถึงไม่มีคนมานั่งกันใต้ต้นซากุระเหมือนตามสวนสาธารณะทั่วไปด้วย สำหรับดอกซากุระในบริเวณนี้จะบานเต็มที่ช่วงปลายเดือนมีนาคมของทุกปีครับ

 

 

ข้อมูลศาลเจ้ายาสุกุนิ

  • ค่าเข้าชม : ฟรี
  • เปิดบริการ : ทุกวัน 06:00 - 18:00 น. (พฤษภาคม - สิงหาคม: 6:00 - 19:00 น., พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ 6:00 - 17:00 น.)
  • การเดินทาง :

    โดยรถไฟใต้ดิน
    · นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Tozai Line, Hanzomon Line, หรือ Toei Shinjuku Line มาลงที่สถานี Kudanshita แล้วเดินต่ออีก 5 นาที
    · นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Namboku Line มาลงที่สถานี Ichigaya แล้วเดินต่ออีก 10 นาที
    · นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Yurakucho Line มาลงที่สถานี Ichigaya หรือสถานี Iidabashi แล้วเดินต่ออีก 10 นาที

    โดยรถไฟสาย JR

    · นั่งรถไฟสาย JR Chuo-Sobu Line มาลงที่สถานี Ichigaya หรือสถานี Iidabashi แล้วเดินต่ออีก 10 นาที

    โดยรถบัส

    · นั่งรถบัสสาย Kudanshita-Takadanobaba หรือ รถบัสสาย Shibuya-Ochanomizu มาลงที่ป้ายรถบัส Kudanue แล้วเดินต่ออีก 1 นาที

====================

 

ตามติดเทรนด์เที่ยว อัพเดทที่พักสวย
แชร์ทริปสุดชิล โพสต์ภาพสุดปัง ของคุณได้แล้วที่ แอปทรูไอดี
คลิกเลย >> TrueID Travel Community <<