เชียงใหม่ นอกจากจะมีที่เที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งภูเขา แม่น้ำ น้ำตก เชียงใหม่ยังเป็นเมืองที่ประวัติศาสตร์ยาวนาน มีศิลปวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ ที่สำคัญวัดของเชียงใหม่ ก็มีความสวยงามหลายแห่งทีเดียว เราจึงจัดรวบรวม 15 วัดสวย เชียงใหม่ สุดอลังการที่ต้องแวะไปทำบุญ ไหว้พระ มาให้ได้ชมกัน เที่ยวเชียงใหม่ครั้งหน้าห้ามพลาดเด็ดขาดเลยค่ะ

 

Temple in Chiang Mai

 

วัดสวย เชียงใหม่ มีที่ไหนบ้าง มาดูกัน

 

 

-1-

วัดพระธาตุดอยสุเทพ

 

Wat Phra That Doi Suthep

 

       วัดพระธาตุดอยสุเทพ ตั้งอยู่บนยอดดอยสุเทพ สร้างขึ้นเมื่อต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ในสมัยพระเจ้ากือนาธรรมิกราช เจ้าหลวงเมืองเชียงใหม่องค์ที่ 6 เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ได้ทรงอัญเชิญมาจากเมืองศรีสัชนาลัย วัดพระธาตุดอยสุเทพถือเป็นพระอารามหลวง ชั้นโท ชนิดราชวรวิหารและเป็นปูชนียสถานคู่เมืองเชียงใหม่นับตั้งแต่โบราณกาล ถ้าหากใครที่มาเยือนเมืองเชียงใหม่แล้วไม่ได้ขึ้นไปนมัสการถือเสมือนว่ายังมาไม่ถึงเชียงใหม่

       วัดพระธาตุดอยสุเทพ มีบันไดนาคเจ็ดเศียรก่อปูน ประมาณ 300 ขั้น หรือสามารถใช้บริการกระเช้ารถไฟฟ้า เพื่อขึ้นไปสักการะพระธาตุ ภายในวัดมีเจดีย์ทรงเชียงแสน ฐานสูงย่อมุมระฆังทรงแปดเหลี่ยมปิดด้วยทองจังโก 2 ชั้น ซึ่งก่อสร้างตามแบบศิลปะล้านนา และจากด้านบนจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่ได้ชัดเจน

================

 

 

 

-2-

วัดพระสิงห์วรวิหาร

 

Wat Phra Singh

 

       วัดพระสิงห์วรวิหาร เป็นวัดสำคัญในประวัติศาสตร์แห่งแผ่นดินล้านนานับแต่อดีต เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ในบริเวณคูเมืองเชียงใหม่ ถ.สามล้าน ต.พระสิงห์ อำเภอเมือง วัดพระสิงห์วรวิหารเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ ภายในมีพระสิงห์หรือพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปโบราณศิลปะเชียงแสนโบราณ ปางมารวิชัยขัดสมาธิเพชร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.700 และเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “เชียงแสนสิงห์หนึ่ง” อีกทั้งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่และแผ่นดินล้านนาประดิษฐานอยู่

       ภายใน วัดพระสิงห์วรวิหาร ยังมีวิหารลายคำซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ อีกทั้งมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องสุพรรณหงส์และสังข์ทองซึ่งพบเพียงที่นี่แห่งเดียว นอกจากนี้ยังมีศิลปกรรมอื่นๆ ที่น่าชม ได้แก่ พระอุโบสถที่ตกแต่งแบบศิลปะล้านนา หอไตรประดับด้วยรูปปูนปั้นเทวดา และเจดีย์ทรงกลมแบบล้านนา

       นอกจากนี้ตามความเชื่อพระธาตุเจดีย์วัดพระสิงห์ถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีมะโรง (งูใหญ่) หากได้มานมัสการอย่างน้อยสักครั้งหนึ่งแล้ว จะเป็นมงคลสูงสุดทำให้อายุมั่นขวัญยืน มีความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป

================

 

 

 

-3-

วัดเจดีย์หลวง

 

Wat Chedi Luang

 

        วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร หรือ วัดโชติการาม เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ของเชียงใหม่ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่ถนนพระปกเกล้า มีบริเวณกว้างขวาง เมื่อเดินเข้าไปจะพบพระวิหารหลวงทรงล้านนาอยู่ตรงกลาง เจ้าคุณอุบาลี คุณปรมาจารย์และเจ้าแก้วนวรัฐเป็นผู้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2471

       ภายในประดิษฐาน พระประธานพระอัฎฐารส ปางประธานอภัย ตามศิลปะแบบเชียงใหม่ตอนต้น ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะปาละ (อินเดีย) ส่วนด้านหน้าประตูทางเข้าวิหาร มีบันไดนาคเลื้อยใช้หางเกี่ยวกระหวัดขึ้นไปเป็นซุ้มประตูวิหารดูงดงามยิ่ง นาคคู่นี้เป็นฝีมือเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่เดิมได้ชื่อว่าเป็นนาคที่สวยที่สุดของภาคเหนือ

       วัดเจดีย์หลวงวิหาร เป็นสถานที่ประดิษฐานเจดีย์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าแสนเมืองมากษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย ต่อมาพระยาติโลกราชโปรดฯ ให้ช่างขยายเจดีย์ให้สูงและกว้างกว่าเดิมและอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานเป็นเวลานานถึง 80 ปี ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2088 สมัยพระนางจิระประภา เกิดแผ่นดินไหวทำให้ยอดเจดีย์หักโค่นลง

=================

 

 

 

-4-

วัดพันเตา

 

Wat Phan Tao

SAHACHATZ / Shutterstock.com

 

       วัดพันเตา วัดเก่าแก่ใจกลางเมือง ตั้งอยู่ที่ถนนพระปกเกล้า ต.พระสิงห์ อ.เมือง เดิมเป็นเขตสังฆาวาสและพื้นที่หล่อพระอัฎฐารสของวัดเจดีย์หลวง ต่อมาได้สร้างเป็นวัดพันเตา แต่เดิมคนเชียงใหม่เรียกที่นี่ว่าวัด “ปันเต้า” (พันเท่า) อันหมายถึงการที่มาทำบุญเพียงหนึ่งจะได้บุญกลับไปเป็นพันเท่า ภายหลังเพี้ยนเป็น “พันเตา” อีกที่มาหนึ่งน่าจะมาจากการใช้วัดนี้เป็นแหล่งสร้างเตาหล่อพระนับร้อยนับพันเตา จึงได้ชื่อว่า “วัดพันเตา” นั่นเอง

       ภายในวัดแห่งนี้มีพระวิหารที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุดของจังหวัดเชียงใหม่ ตัวอาคารเป็นเรือนไม้สักทั้งหลัง ตามศิลปะแบบเชียงแสน เดิมเป็นหอคำหรือคุ้มหลวงที่ประทับของพระเจ้ามโหตรประเทศ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 5 ในสมัยพระเจ้าอินทวิชชานนท์ (องค์ที่ 7)โปรดฯ ให้รื้อหอคำแห่งนี้ถวายให้เป็นพระวิหารของวัดพันเตา

      นอกจากนี้ยังมีธรรมมาสน์ยกพื้นสูงแบบโบราณอายุกว่าร้อยปีให้ได้ชม ด้านหลังพระวิหารหอคำหลวง เป็นเจดีย์องค์ประธานของวัด ทรงระฆังบนฐานแปดเหลี่ยม รายล้อมด้วยเหล่าเจดีย์รายงดงาม

==================

 

 

 

-5-

วัดเชียงมั่น

 

Wat Chiang Man

 

       วัดเชียงมั่น ตั้งอยู่ที่ ถ.ราชภาคินัย อ.เมือง เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในตัวเมืองเชียงใหม่ มีมาตั้งแต่สมัยแรกสร้างเมือง เมื่อ พ.ศ. 1839 พญามังราย ได้ทรงยกพระตำหนักเชียงมั่น ถวายเป็นพระอารามให้ชื่อว่า วัดเชียงมั่น และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเจดีย์ช้างล้อม บริเวณพื้นที่หอประทับของพระองค์

       พระวิหารของวัดเชียงมั่นมี 2 วิหาร คือ วิหารใหญ่ที่สร้างในสมัยปัจจุบัน ระหว่างช่องหน้าต่างของวิหารหลังนี้มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนสีทองบนพื้นแดงงามวิจิตร บอกเล่าเรื่องราวการสร้างเมืองและวัดของพญามังราย ทั้งเวียงกุมกาม และเมืองเชียงใหม่

       สำหรับวิหารเล็ก หรือวิหารจตุรมุข เป็นวิหารเดิมของวัด ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญของเชียงใหม่ ส่วนพระอุโบสถมีความสำคัญต่อชาวเชียงใหม่เป็นอย่างยิ่ง เพราะในโถงด้านหน้ามีศิลาจารึกวัดเชียงมั่น บันทึกเรื่องราวการสร้างเมืองเชียงใหม่และประวัติของวัดแห่งนี้ ตลอดจนการทำนุบำรุงวัดโดยพระราชวงศ์

      นอกจากนี้วัดียงมั่นยังมี เจดีย์ช้างล้อม เป็นเจดีย์ประธาน สร้างตามแบบศิลปะล้านนา และยังมีหอไตรกลางน้ำสำหรับเก็บรักษาพระไตรปิฎกและคัมภีร์ต่างๆ ตามคติการสร้างและภูมิปัญญาล้านนา

==================

 

 

 

-6-

วัดอุโมงค์

 

Wat Umong

 

     วัดอุโมงค์ ตั้งอยู่ที่ ถ.สุเทพ อ.เมือง สร้างขึ้นในสมัยพญามังรายราวปี พ.ศ. 1839 เพื่อให้ฝ่ายอรัญวาสีจำพรรษา ต่อมาพญากือนาทรงสร้างอุโมงค์ขึ้นเพื่อให้พระมหาเถระจันทร์ใช้เป็นที่วิปัสสนากรรมฐาน อุโมงค์นี้มีลักษณะเป็นกำแพงภายในเป็นทางเดินหลายช่องทะลุกันได้

      ภายในอุโมงค์เคยมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง สันนิษฐานว่าวาดในระหว่าง พ.ศ.1900-2000 แต่เดิมคงเป็นภาพจิตรกรรมเต็มบริเวณของทุกห้อง ส่วนใหญ่เป็นภาพดอกบัว ดอกโบตั๋น และ นกต่างๆ เช่น นกยูง นกกระสา นกแก้ว และนกเป็ดน้ำ

       ด้านบนอุโมงค์เป็นเจดีย์ที่มีอายุเก่าแก่ของล้านนา นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าสร้างประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 20 เป็นเจดีย์ทรงระฆัง มีชั้นทรงกลมประมาณ 3 ชั้นเหมือนกลีบบัวซ้อนกันอยู่ ด้านบนมีปลียอด ส่วนด้านหน้าอุโมงค์มีเศียรพระพุทธรูปหินสลักสกุลช่างพะเยา พ.ศ.1950-2100 บริเวณวัดเป็นสวนพุทธธรรม ร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เป็นสวนป่าที่เหมาะกับการนั่งวิปัสสนา ด้านหลังเป็นสวนป่าและสวนสัตว์ซึ่งเป็นเขตอภัยทาน เดินเล่นได้ และเป็นสถานที่ดูนกที่ดีอีกแห่งหนึ่ง

อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ วัดอุโมงค์ วัดโบราณที่ปกคลุมไปด้วยมอส

=================

 

 

 

-7-

วัดสวนดอก

 

Wat Suan Dok

 

       วัดสวนดอก หรือ วัดบุปผาราม ตั้งอยู่บนถนนสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง ในอดีตนั้นเป็นสวนดอกไม้ของเจ้านายฝ่ายเหนือในราชวงศ์เม็งราย โดยในปี พ.ศ. 1914 พระเจ้ากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งราชวงศ์เม็งรายทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็น “พระอารามหลวง” เพื่อให้เป็นที่จำพรรษาของ “พระมหาเถระสุมน” ผู้ประดิษฐานพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ในแผ่นดินล้านนา และสร้างองค์พระเจดีย์เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

      ภายใน วัดสวนดอก แห่งนี้ยังมีปูชนียสถานและปูชนียวัตถุที่เก่าแก่และสวยงามมากมาย เช่น พระเจดีย์ใหญ่ทรงลังกา ซึ่งเป็นพระเจดีย์ใหญ่ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระเจ้าเก้าตื้อ เป็นพระพุทธรูปหล่อองค์ใหญ่ สร้างด้วยโลหะหนัก 9 โกฏิตำลึง หรือประมาณ 9 พันชั่ง พระพุทธปฏิมาค่าคิงเป็นพระประธานในพระวิหารหลวง และธรรมาสน์เทศนาแบบล้านนา

      นอกจากนี้ที่ วัดสวนดอก แห่งนี้ยังมีประเพณีประจำปีซึ่งจัดขึ้นทุกปีได้แก่ ประเพณีทำบุญสลากภัต ตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำ เดือนเกี๋ยงเหนือเดือน 11 ประเพณีตั้งธรรมหลวง หรือฟังเทศน์มหาชาติ หลังออกพรรษาแล้วทุกปีและประเพณีทำบุญสรงน้ำพระบรมธาตุ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี

=================

 

 

 

-8-

วัดโลกโมฬี

 

Wat Lok Moli

 

      วัดโลกโมฬี ตั้งอยู่ที่ ถ.มณีนพรัตน์ ต.ศรีภูมิ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2070 โดยพระเกษเกล้าโปรดให้ยกบ้านหัวเวียงให้เป็นวัด จากนั้นได้สร้างเจดีย์ และวิหาร เมื่อพระเกษเกล้า ฯ สวรรคตได้นำอัฐิมาบรรจุที่เจดีย์ของวัดนี้ด้วย วัดโลกโมฬีได้กลายเป็นวัดร้างมาหลายร้อยปี ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2544 คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ได้ทำการรื้อฟื้นจากการเป็นวัดร้างให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ ได้ดำเนินการพัฒนาบูรณะวัดโลกโมฬี มาเป็นวัดมีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

      ศาสนสถานภายใน วัดโลกโมฬี มีความงดงามประณีต ทั้งเจดีย์ทรงปราสาท มีประติมากรรมรูปเทวดาที่ประดับตามมุมของเจดีย์ วิหารหลวง เป็นวิหารที่สร้างขึ้นใหม่ภายหลังการบูรณะวัด เป็นศิลปะแบบล้านนา ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปางสมาธิ นามว่า “พระพุทธสันติจิรบรมโลกนาถ”

      อีกทั้งเพดานลัต้นเสายังแกะสลักลวดลายงดงาม หอมณฑปพระนางเจ้าจิรประภามหาเทวี ภายในประดิษฐานรูปหล่อพระนางจิรประภามหาเทวี และกุฏิสงฆ์และกุฏิสมเด็จ ที่สร้างด้วยประติมากรรมแบบล้านนาผสม

=================

 

 

 

-9-

วัดเจ็ดยอด

 

Wat Chet Yot

 

      วัดเจ็ดยอด ตั้งอยู่ที่ ต.ช้างเผือก บนถนนซูเปอร์ไฮเวย์ (เชียงใหม่-ลำปาง) เป็นวัดที่สำคัญและเก่าแก่แห่งหนึ่งของเชียงใหม่ ลักษณะคล้ายกับมหาวิหารโพธิที่พุทธคยาในประเทศอินเดีย ที่ฐานเจดีย์ประดับปูนปั้นรูปเทวดา ด้านนอกพระเจดีย์ ประดับงานปูนปั้นรูปเทวดาทั้งนั่งขัดสมาธิและยืนทรงเครื่องที่มีลวดลายต่างกันไปดูงามน่าชม

      สถูปเจดีย์พระเจ้าติโลกราช เมื่อพระเจ้าติโลกราชสวรรคตในปี พ.ศ. 2030 พระยอดเชียงราย ราชนัดดาได้สืบราชสมบัติแทน และโปรดให้สร้างสถูปใหญ่บรรจุอัฐิของพระอัยกาธิราช ที่ต่อมาคือสัตตมหาสถาน คือสถานที่สำคัญในพุทธประวัติเจ็ดแห่ง ได้แก่ โพธิบัลลังก์ อนิมิตเจดีย์ รัตนจงกรมเจดีย์ รัตนฆรเจดีย์ อชปาลนิโครธเจดีย์ ราชายตนเจดีย์ ปัจจุบันเหลืออยู่ที่วัดเจ็ดยอดเพียงสามแห่ง คือ อนิมิตเจดีย์ รัตนฆรเจดีย์ มุจจลินทเจดีย์

       นอกจากนี้ยังเป็นวัดที่มีการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ของโลก เป็นครั้งแรกของไทย และถือเป็นหลักปฏิบัติของสงฆ์ในล้านนา วัดเจ็ดยอด จึงเป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง อีกทั้งสถาปัตยกรรมภายในวัดก็ยิ่งใหญ่งดงามควรค่าแก่การเคารพบูชาและไปเยี่ยมเยือน

=================

 

 

 

-10-

วัดพระธาตุดอยคำ

 

Wat Phra That Doi Kham

 

      วัดพระธาตุดอยคำ เป็นวัดที่มีความสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ อายุเก่าแก่กว่า 1,300 ปี ตั้งอยู่บริเวณดอยคำ ด้านหลังอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตรวัดพระธาตุดอยคำสร้างในสมัยพระนางจามเทวีกษัตริย์แห่งหริภุญชัย โดยพระโอรสทั้ง 2 เป็นผู้สร้างในปี พ.ศ. 1230

       ประกอบด้วยเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ศาลาการเปรียญกุฏิสงฆ์ และพระพุทธรูปปูนปั้น เดิมชื่อวัดสุวรรณบรรพต แต่ชาวบ้านเรียกว่า “วัดดอยคำ” ในปี พ.ศ. 2509 ขณะนั้นวัดดอยคำเป็นวัดร้าง ต่อมากรุแตกชาวบ้านพบโบราณวัตถุหลายชิ้น เช่น พระรอดหลวง พระหินทรายปิดทององค์ใหญ่ พระสามหมอ (เนื้อดิน) ซึ่งนำมาประดิษฐานไว้ ณ วัดพระธาตุดอยคำ

       วัดพระธาตุดอยคำ ยังมีชื่อเสียงเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าทันใจ มีประชาชนขึ้นไปสักการะและบนบานเป็นจำนวนมาก และนอกจากจะเป็นที่สักการบูชาของคนท้องถิ่นแล้ว วัดแห่งนี้ยังเป็นสัญลักษณ์อีกแห่งหนึ่งของการบินไทยที่ใช้กำหนดพื้นที่ทางสายตา ก่อนที่จะนำเครื่องบินลงจอดที่สนามบินเชียงใหม่

 

===============

 

 

 

-11-

วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร

 

Wat Phrathatsrijomtong

 

       วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เดิมชื่อว่า วัดพระธาตุเจ้าศรีจอมทอง เป็นวัดสำคัญคู่เมืองจอมทอง และเป็นพระธาตุประจำปีชวด บริเวณที่ตั้งเป็นเนินดินสูงประมาณ 10 เมตร เรียกกันมาตั้งแต่อดีตว่าดอยจอมทอง

        ตามประวัติสันนิษฐานว่าวัดพระธาตุศรีจอมทองนี้เป็นวัดที่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 20 เป็นสถานที่ประดิษฐานของ พระทักษิณโมลีธาตุ พระธาตุส่วนที่เป็นพระเศียรเบื้องขวาของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีขนาดโตประมาณเมล็ดพุทรา สัณฐานกลมเกลี้ยง สีขาวนวลเหมือน ดอกบวบ หรือ สีคล้ายดอกพิกุลแห้ง ประเพณีเด่นของวัดคือ “การแห่ไม้ค้ำโพธิ์” ซึ่งเป็นประเพณีของชาวล้านนาที่ถือว่าการเอาไม้มาค้ำโพธิ์เป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาในวันที่ 15 เมษายนของทุกปี

=================

 

 

 

-12-

วัดป่าดาราภิรมย์

 

Wat Padarapirom

 

     วัดป่าดาราภิรมย์ ตั้งอยู่ที่ ต.ริมใต้ อ.แม่ริม ในอดีตวัดแห่งนี้เป็นป่าช้าร้างที่พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตมหาเถร ได้มาเจริญสมณธรรม อธิษฐานภาวนา จนมีคณะพุทธบริษัทกลุ่มหนึ่งเลื่อมใส สร้างเสนาสนะ กุฏิ และศาลาถวาย และตั้งชื่อวัดว่า “วัดป่าวิเวกจิตตาราม” บ้างเรียก “วัดป่าเรไร” และ “วัดป่าแม่ริม” เนื่องจากที่ดินของวัดอยู่ติดกับตำหนักดาราภิรมย์ สวนเจ้าสบายของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ต่อมาทายาทของพระราชชายาเจ้าดารารัศมีได้ถวายที่ดินอันเป็นเขตพระราชฐานให้แก่วัด จึงได้ถวายน่มแก่วัดใหม่ว่า “วัดป่าดาราภิรมย์”

      วัดป่าดาราภิรมย์ มีความงดงามด้านสถาปัตกรรม ทั้งพระอุโบสถที่สร้างเป็นศิลปล้านนา พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปสุโขทัย นามว่า “พระสยัมภูโลกนาถ” พระธาตุเจดีย์พระพุทธบาทสี่รอย เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองและพระบรมสารีริขธาตุ มณฑปพระเจ้าทันใจ ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรปเชียงแสน สร้างเป็นศิลปล้านนาแบบเชียงตุง

================

 

 

 

-13-

วัดต้นเกว๋น

 

Wat Intharawat

 

      วัดต้นเกว๋น (วัดอินทราวาส) ตั้งอยู่ที่ถนนสายคลองชลประทาน ทางเดียวกับพืชสวนโลก เป็นวัดเล็ก ตัววิหารทำด้วยไม้ทั้งหลัง เป็นไม้เก่าและสลักลวดลายต่างๆ งดงาม ฝีมืออ่อนช้อยตำหรับช่างชาวเชียงใหม่

      ด้านในประดิษฐานพระประธานบนแท่นแก้วลวดลายวิจิตร สิ่งที่น่าสนใจคือ ศาลาจตุรมุขซึ่งพบเพียงหลังเดียวในภาคเหนือ นอกจากนี้ศิลปกรรมล้านนาดั้งเดิมภายในวัดนี้ยังจัดว่าเป็นต้นแบบที่สมบูรณ์และมีคุณค่ามาก สมาคมสถาปนิกสยามประกาศให้เป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่นเมื่อปี พ.ศ. 2532

       จากความงามแห่งอดีตถูกถ่ายทอดผ่านกาลเวลาอันยาวนาน กลายเป็นแรงบันดาลใจให้สถาปนิกใช้เป็นต้นแบบออกแบบหอคำหลวงซึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางอุทยานหลวงราชพฤกษ์เป็นสัญลักษณ์โดดเด่นและงดงามจับใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ หลายๆ ครั้งที่เสน่ห์ของวัดแห่งนี้ติดตรึงใจผู้กำกับละครโทรทัศน์จนกลายเป็นฉากสวยๆ ในละครหลายเรื่องที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับแว่นแคว้นล้านนา

=================

 

 

 

-14-

วัดบ้านเด่นสะหรีศรีเมืองแกน

 

Wat Ban Den

 

       วัดบ้านเด่นสะหรีศรีเมืองแกน หรือที่เรียกกันว่า วัดบ้านเด่น เนื่องจากภายในวัดเต็มไปด้วยต้นโพธิ์ ที่ชาวเหนือเรียกว่า “ต้นสะหลี” รวมถึงวัดตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าโบราณที่เรียกว่า “เมืองแกน” จึงเป็นที่มาของชื่อวัดว่า “วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน”

        ในปี พ.ศ. 2437 ครูบาเทือง นาถสีโล เจ้าอาวาสได้ทำการบูรณะวัดขึ้นมาใหม่ตั้งใจว่าจะให้เป็นศาสนสถานที่งดงาม แฝงด้วยคติธรรม เป็นอุบายในการดึงคนเข้าวัดเพื่อขัดเกลาจิตใจ ให้เป็นสถานที่พักผ่อนทางจิตใจมากกว่าการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และยังเป็นสถานที่นมัสการพระธาตุประจำปีเกิดทั้ง 12 ราศี ภายในวัดประกอบด้วย อุโบสถ หอไตรหอกลอง วิหารเสาอินทขิล กุฏิไม้สักทองทรงล้านนา พระวิหาร และพระสถูปเจดีย์

================= 

 

 

 

-15-

วัดท่าตอน

 

Wat Tha Ton

 

       วัดท่าตอน ตั้งอยู่ที่บ้านท่าตอน ตำบลท่าตอน เป็นวัดที่มีทิวทัศน์งดงาม อยู่บนไหล่เขาเรียงรายด้วยศาสนวัตถุสิ่งก่อสร้าง มีพื้นที่ทอดยาวตามไหล่เขาเป็นชั้นๆ รวม 9 ชั้น มองเห็นได้แต่ไกล แต่ละชั้นมีศาสนวัตถุและศาสนสถานสำคัญ ได้แก่ เจดีย์พระธาตุ เจ้าแม่กวนอิม พระพุทธนิรันดร พระปางนาคปรก พระสังกัจจายน์แบกทอง พระบรมธาตุรัชมังคลาจารย์สมานฉันท์ และพระพุทธอิ่มตลอดกาล

       สำหรับชั้นที่ไม่ควรพลาดคือ ชั้น 8 ซึ่งเป็นที่ตั้งของ พระบรมธาตุรัชมังคลาจารย์สมานฉันท์ หรือ พระเจดีย์แก้ว ซึ่งมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์บนยอดเขา ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะต่างๆ และพระบรมสารีริขธาตุที่ควรค่าแก่การสักการะยิ่ง

       นอกจากนี้บริเวณชั้น 9 ยังมีพระพุทธรูปอิ่มตลอดกาล เป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรและเป็นพระประจำวันพุธ ซึ่งเป็นพระประจำวันเกิดของ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (วัดปากน้ำ) ประทับยืนเด่นสง่า อยู่บนยอดเขาลูกสุดท้ายของวัดท่าตอน

 

 

 

ที่เที่ยวเชียงใหม่ ที่น่าสนใจอื่นๆ

เส้นทาง ไหว้พระ 9 วัด เชียงใหม่ ในเมือง 1 วัน
โบกรถแดง แอ่วรอบเมือง

12 ที่พักใกล้ม่อนแจ่ม เชียงใหม่ วิวสวยแจ่ม น่าไปนอนชิลล์

12 ที่พักใกล้ม่อนแจ่ม เชียงใหม่ วิวสวยแจ่ม

 



Tags

ที่เที่ยวเชียงใหม่ ภาคเหนือ วัด เชียงใหม่ ไหว้พระ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Top