เปลี่ยนบรรยากาศหนีเมืองกรุงไปรับโอโซนในป่ากันบ้างดีกว่า ครั้งนี้เราจะขอชวนทุกคนไปท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กับ 10 ที่เที่ยวป่าชายเลน ลัดเลาะเข้าป่าศึกษาธรรมชาติ ร่วมสร้างความอุดมสมบูรณ์ พร้อมเติมอากาศบริสุทธิ์ลงปอด ก่อนกลับไปลุยงานกันต่อ !

 

01

ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลน คลองโคน


vinai chunkhajorn / Shutterstock.com

       เริ่มเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบชิลล์ๆ กันที่แรก ที่ ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลน คลองโคน ด้วยกิจกรรมอัดแน่น ทั้งการล่องเรือชมป่าชายเลน รวมสร้างแหล่งอาหารให้สัตว์ทะเลด้วยการปลูกต้นแสม ต้นลำพู สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงในการเลี้ยงหอยนางรม และหอยแมลงภู่ แถมด้วยไฮไลท์น่ารักๆ นั่นก็คือ เจ้าลิงแสมที่ออกมาวิ่งเล่น ต้อนรับนักท่องเที่ยวชมความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ที่นี่


พิกัด : 1/3 หมู่ 3 ตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม
เปิดบริการ : ทุกวัน 09.00–18.00 น.
โทร : 08-2794-1956

===============

 


02

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและอนุรักษ์ป่าชายเลน
เพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ชลบุรี


      ที่ศูนย์ธรรมชาติแห่งนี้ มีพื้นที่กว่า 300 ไร่ ถึงแม้พื้นที่จะเล็กกว่าที่อื่นๆ แต่ที่นี่ก็มีเส้นทางธรรมชาติเป็นสะพานไม้ยาวที่สุดในประเทศไทย ด้วยความยาว 2,300 เมตร โดยตลอดเส้นทางเราจะได้เพลิดเพลินกับความหลากหลาย และธรรมชาติสวยๆ ของป่าชายเลน ซึ่งที่นี่ยังถือได้ว่ามีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ผืนสุดท้ายของจังหวัดชลบุรี รู้อย่างนี้แล้ว ต้องไม่พลาดที่จะแวะไปช่วยกันอนุรักษ์กัน


พิกัด : ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
เปิดบริการ : ทุกวัน 08.30-18.30 น.
โทร : 0-3839-8268-9

===============

 

 

03

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ


       ไปเดินทอดน่องบนสะพานสุดคลาสสิก ที่ถูกโอบล้อมด้วยป่าชายเลนของอ่าวคุ้งกระเบน อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ในจังหวัดจันทบุรี ที่ขอรับรองว่าใกล้ชิดธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์สุดๆ ด้วยสะพานไม้เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1.6 กิโลเมตร ซึ่งตลอดเส้นทางเราจะได้พบกับความร่มรื่นของพรรณไม้หลากหลายชนิด และสัตว์ตัวเล็กๆ ประจำป่าชายเลน ที่สำคัญยังมีมุมถ่ายรูปชิคๆ เอาไว้กลับไปอวดเพื่อนกันด้วย

Thisislove / Shutterstock.com


พิกัด : ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
เปิดบริการ : ทุกวัน 08.00 – 18.00 น.
โทร : 0-3943-3216

===============



04

ทุ่งโปรงทอง


Ford Contributor / Shutterstock.com


      อนุรักษธรรมชาติ พร้อมถ่ายรูปสวยๆ กันต่อที่ ทุ่งโปรงทอง ป่าชายเลนที่ถือได้ว่าเป็นป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดระยอง ด้วยพื้นที่ครอบคลุมกว่า 6,000 ไร่ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติกว่า 2 กิโลเมตร ที่ทุกคนจะได้เพลิดเพลินกับต้นโปรงนับหมื่นต้น ที่เมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบลงมา จะกลายเป็นทุ่งโปรงสีทองงดงาม เกิดเป็นมุมถ่ายภาพสวยๆ และยังมีอนุบาลสัตว์น้ำ รอให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

พิกัด : เขตชุมชนบ้านแสมภู่ ตำบลปากกระแสน้ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
เปิดบริการ : ทุกวัน 06.00-18.00 น.
โทร : 0-3865-5420-1, 0-3866-4585

===============

 

 

05

อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร

 


       แหล่งเรียนรู้และศึกษาธรรมชาติระดับสากล ตามแนวทางพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนของที่นี่นั้น ก็เรียกได้ว่ามีความอุดมสมบูรณ์ไม่แพ้ที่อื่นๆ เพราะเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด เป็นที่อาศัยของอนุบาลสัตว์น้ำ ถ้าหากโชคดีก็จะได้พบกับนกหลากหลายสายพันธุ์ด้วย นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมและร่วมกันปลูกป่า ปล่อยสัตว์น้ำได้ตามเส้นทาง หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการพายเรือคายัคล่องไปตามลำน้ำก็ได้เช่นกัน

 


พิกัด : ค่ายพระรามหก ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
เปิดบริการ : ทุกวัน 09.00-6.00 น.
โทร : 0-3250-8352, 0-3250-8405-10, 0-3250-8379

===============

 


06

ป่าชายเลนอ่าวทุ่งคา
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร


       ป่าชายเลนอ่าวทุ่งคา เป็นป่าชายเลนที่มีความสมบูรณ์และสวยงามที่สุดอีกแห่งของเมืองไทย เส้นทางธรรมชาติป่าชายเลนของที่นี่เป็นสะพานไม้ทอดยาวเข้าไปยังอ่าว มีความร่มรื่นด้วยเงาของต้นลำแพน ต้นโกงกางทั้งใบเล็กและใบใหญ่ และนอกจากเส้นทางธรรมชาติแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถนั่งเรือชมระบบนิเวศน์โดยรอบ หรือชมความสวยของเกาะต่างๆ ในหมู่เกาะชุมพรได้อีกด้วย ไปแค่ทีเดียวแต่ได้สัมผัสธรรมชาติแบบเต็มๆ


พิกัด : บ้านโพงพาง ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร
เปิดบริการ : ทุกวัน 07.30-17.00 น.
โทร : 0-7755-8144-5

===============

 

 

07

ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาว


       แหล่งกำเนิดและที่อยู่อาศัยของพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์น้ำ มีพันธุ์ไม้มากกว่า 20 ชนิด ต้นตะปูนดำยักษ์อายุกว่า 300 ปี และต้นโกงกางอายุมากกว่า 200 ปี ต้นเดียวในประเทศไทย รวมไปถึงสัตว์นานาชนิดและนกหลากหลายสายพันธุ์ หาดูยาก ด้วยความหลากหลาย อุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ และวิถีชีวิตชาวเล ในการทำประมงพื้นบ้าน ทำให้ป่าชายเลนแห่งนี้ถูกประกาศให้เป็น พื้นที่เขตสงวนชีวมณฑล จากองค์การยูเนสโก หากใครชอบธรรมชาติที่สวยงามแบบนี้ ก็สามารถแวะไปเยี่ยมชมได้ทุกวัน

 

พิกัด : บ้านล่าง ตำบลหงาว อำเภอเมือง จังหวัดระนอง
เปิดบริการ : ทุกวัน 08.30-16.30 น.
โทร : 0-7784-8392

===============

 


08

ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี


      ที่นี่เป็นเส้นทางธรรมชาติด้วยสะพานไม้ยกระดับความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางเราจะได้ชมพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด ทั้งต้นโกงกาง โปรงแดง และตะบูนดำ และเหล่าสัตว์ตัวเล็กๆ และที่นี่ยังสามารถทำกิจกรรมล่องเรือ ลัดเลาะเข้าป่าไปสัมผัสระบบนิเวศน์ที่สวยงาม และวิถีชีวิตริมคลองของชาวบ้าน หรือถ้าใครยังทำกิจกรรมไม่จุใจ ก็ยังสามารถกางเต็นท์พักแรมรับบรรยากาศฟินๆ กันได้อีกด้วย


อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ ชมธรรมชาติ เดินชิลล์ที่ ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี ปราณบุรี 

พิกัด : วนอุทยานปรานบุรี ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เปิดบริการ : ทุกวัน 08.00 – 16.00 น.
โทร : 0-3251-3885

===============

 


09

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

Sukanin18 / Shutterstock.com


      ยังอยู่กันที่ประจวบคีรีขันธ์ กับอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของจังหวัดนี้ ซึ่งมีความสวยงามหลากหลายทั้งป่า เขา พื้นที่น้ำเค็ม พื้นที่น้ำจืด รวมไปถึงเส้นทางธรรมชาติป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์ของไม้ชายเลน และความพิเศษของที่นี่คือมีแหล่งที่อยู่อาศัยของค่างแว่นถิ่นใต้ และยังมีฟอสซิลหอยนางรมอายุกว่าร้อยล้านปีอยู่ในยอดเขาหินปูให้เราได้ชมกัน จะเดินชิลล์บนสะพานไม้ หรือล่องเรือไปตามลำน้ำที่ขนานไปกับสะพาน ก็สามารถเลือกได้ตามที่ใจต้องการ


พิกัด : บ้านเขาแดง ตำบลเขาแดง อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เปิดบริการ : ทุกวัน 08.00 – 15.30 น.
โทร : 0-3282-1568, 0-3264-6293

===============

 


10

ศูนย์การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติหาดทรายดำ
และป่าชายเลน


       ปิดท้ายด้วยความมหัศจรรย์ของหาดทรายดำแห่งเดียวในประเทศไทย และ 1 ใน 5 ของโลก ป่าชายเลนของที่นี่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งใยภาคตะวันออก นอกจากหาดทรายดำแล้ว ที่นี่ก็ยังมีความหลากหลายของพรรณไม้ สิ่งมีชีวิตในป่าชายเลน และยังสามารถชมวิถีชีวิตของชาวประมง ที่ใช้ชีวิตอยู่กับป่าชายเลน ทำให้ป่าชายเลนแห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหนึ่งแห่งของเมืองไทย ไม่ควรพลาดที่จะไปชมความสวยงามของธรรมชาติแบบนี้


พิกัด : ตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด
เปิดบริการ : ทุกวัน 08.30-16.30 น.
โทร : 0-3951-0841, 0-3951-0962, 08-0574-5544

 

 

ที่เที่ยวธรรมชาติ ที่น่าสนใจอื่นๆ

เที่ยว 18 อุทยานแห่งชาติ พร้อมการเดินทาง
ไม่มีรถส่วนตัว รถทัวร์ก็ไปได้ ปักหมุดไว้ไปเที่ยวกัน

10 ที่ชิลล์ ฟีลสีเขียว กับ ที่เที่ยวถ่ายรูปสวย



 

อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป

ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่

Facebook
Add friend ที่ ID : @TrueID

และ แอปพลิเคชั่น

TrueID Application

 

Tags

จัดอันดับที่เที่ยวไทย ที่เที่ยวถ่ายรูป ป่าชายเลน เที่ยวธรรมชาติ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Top