การขี่จักรยานเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ชาวญี่ปุ่นใช้ในการเดินทางไปไหนมาไหน เพราะทั้งสะดวก มีที่จอดเยอะ และความปลอดภัยบนท้องถนนสูง แล้วถ้าเราอยากจะใช้บ้างล่ะ ต้องทำยังไง ? บอกเลยว่าไม่ใช่ง่ายๆ แค่เดินเข้าร้าน จ่ายตังแล้วปั่นออกมาได้เลยนะจะบอกให้ อยู่ประเทศญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อว่ากฎระเบียบอยู่เหนือทุกสิ่ง เราก็ต้องปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดเช่นกัน ดังต่อไปนี้ครับ

 

ปั่นจักรยานในญี่ปุ่น

 

1. อยากได้จักรยานสักคัน ต้องหาที่ถูกใจ และถูกสรีระ

 

     เดี๋ยวนี้การซื้อของออนไลน์นั้นเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วทั่วโลก ไม่เว้นกระทั่งญี่ปุ่น ที่เราหาทุกอย่างได้ในเว็บ Amazon หรือ Rakuten สำหรับราคาจักรยานที่นี่เริ่มต้นที่ประมาณ 10,000 เยน แต่ถ้าจะเอาคุณภาพดีๆ หน่อย ราคาก็จะสูงขึ้นไปอีก 2-3 เท่า และจะยิ่งแพงขึ้นไปอีกถ้าเป็นจักรยานประเภทเสือภูเขา หรือเสือหมอบ อีกสิ่งที่ต้องคำนึงคือขนาดของจักรยาน ถ้าคุณเป็นคนไซส์ปานกลาง พอๆ กับชาวญี่ปุ่นก็คงไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าเป็นไซส์ยุโรปล่ะก็ต้องเลือกจักรยานที่ขนาดใหญ่ รองรับน้ำหนักของคุณได้ ซึ่งส่วนใหญ่จักรยานขนาดมาตรฐานในญี่ปุ่นจะรองรับน้ำหนักได้ประมาณ 70-80 กิโลกรัม

 

     ดังนั้นแล้ว ถ้าคุณอยากได้คันที่ตรงใจจริงๆ และไม่มีปัญหาเรื่องการใช้ภาษาญี่ปุ่นล่ะก็ ให้เดินเข้าร้านจักรยานได้เลย คนขายจะเลือกได้ตรงกับตัวเราได้มากที่สุด หรือถ้าเราอยากเพิ่ม/ลดอะไรก็บอกได้ทันที ร้านขายจักรยานในประเทศญี่ปุ่นมักจะอยู่ใกล้ๆ บริเวณสถานีรถไฟ หาไม่ยาก แถมยังการันตีด้วยว่าถ้าสินค้ามีปัญหาก็มาที่ร้านโลด

 

 

2. อยากรู้อะไร ถามคนท้องถิ่น

 

     เข้าทำนองเข้าเมืองตาหลิ่วให้หลิ่วตาตาม อยากรู้เรื่องจักรยานในญี่ปุ่นก็ให้คุณเข้าไปสิงตามกลุ่ม facebook ของชาวญี่ปุ่น (ถ้าคุณเก่งภาษา) ไม่ก็ในกลุ่มคนไทยที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้นๆ ก็ได้ เพราะบ่อยครั้งที่คุณจะสามารถหาจักรยานมือสอง ราคาไม่แพงในนี้ได้เช่นกัน หรือจะถามหาแหล่งซื้ออะไหล่ ของแต่งจักรยานถูกๆ ก็ได้

 

 

3. พาจักรยานไปลงทะเบียน

 

     ใช่ครับ ตามกฎหมายญี่ปุ่น ผู้ใช้จักรยานทุกคนจะต้องลงทะเบียนยืนยันความเป็นเจ้าของจักรยานด้วย หากเจ้าหน้าที่ขอตรวจแล้วคุณไม่มีเอกสารยืนยันล่ะก็ถูกจับปรับ หรือถูกยึดจักรยานแน่นอน

 

     การลงทะเบียนจักรยานนั้นสามารถทำได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่เลย โดยแบบฟอร์มลงทะเบียนก็จะแนบมาด้วยอยู่แล้วในตอนที่ซื้อ ถ้าซื้อจากร้านก็ง่ายหน่อย เพราะที่ร้านเขาก็จะช่วยแนะนำเรื่องการกรอกเอกสาร เผลอๆ เอาไปส่งให้เลย แต่ถ้าซื้อออนไลน์ก็ต้องมากรอกเอง เอาไปส่งที่สถานีตำรวจเอง (อย่าลืมเอาใบเสร็จไปด้วย) เสียค่าธรรมเนียมอีก 500 เยน ก็จะได้สติ๊กเกอร์มาแปะที่โครงรถ เป็นอันเสร็จพิธี

 

     กรณีที่คุณซื้อจักรยานมือสองมา นอกจากแบบฟอร์มปกติแล้ว จะต้องทำเอกสารโอนกรรมสิทธิ์จากเจ้าของเดิมด้วย (ยากเข้าไปอีก)

 

 

4. ทำประกันภัย

 

     แม้การทำประกันจักรยานจะไม่ใช่เป็นข้อบังคับ แต่ทำไว้ก่อนก็ดีที่สุดครับ ค่าประกันจะประมาณ 5,000 เยนต่อปี ซึ่งนับว่าถูกมากๆ

 

 

5. ศึกษากฎระเบียบให้เข้าใจ ปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด

     ก่อนลงสู่สนามจริง ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องทำความเข้าใจ ตั้งแต่กฏหมายการใช้จักรยาน จนถึงข้อควรปฎิบัติทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น


- ผู้ขี่จักรยานจะต้องอยู่ชิดริมซ้ายของถนนเสมอ และห้ามขี่ย้อนศร
- ห้ามดื่มแอลกอฮอลล์เด็ดขาด ที่ญี่ปุ่นไม่มีกำหนดขั้นต่ำของแอลกอฮอลล์ในเลือด หากตรวจพบไม่ว่าจะมากน้อยเท่าไหร่ก็ต้องโดนจับ
- ห้ามใส่หูฟัง, ถือร่ม, ใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างการขี่จักรยาน แม้คุณอาจเห็นชาวญี่ปุ่นบางคนก็ทำ แต่เราอยากให้รู้ไว้ว่ามันผิดกฎหมายนะจ๊ะ ตำรวจเห็นก็จับได้
- ที่ญี่ปุ่นไม่บังคับให้ใส่หมวกกันน็อค บังคับใส่เฉพาะบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีเท่านั้น
- จอดรถจักรยานในพื้นที่ให้จอดเท่านั้น

 

     ศึกษาทุกอย่างจนครบ และมั่นใจแล้วก็ได้เวลาออกไปปั่นเล่นกันล่ะ ขอให้สนุกสนามกับการขับขี่ในญี่ปุ่นกันทุกคนครับ

 

 

อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป

ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่

 

 

Tags

traveltips จักรยาน ญี่ปุ่น นักปั่น เอเชีย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Top