ในยุคปัจจุบันที่การไปเที่ยวแถบประเทศเพื่อนบ้านนั้นไปได้อย่างง่ายดาย บางที่ไม่ต้องทำวีซ่าด้วยซ้ำไป การเดินทางไปยุโรปสำหรับมือใหม่จึงออกจะเป็นเรื่องน่ากลัว และไม่คุ้นเคยอย่างที่คิด โดยเฉพาะเรื่องของ "วีซ่าเชงเก้น" (Shengen Visa) ที่เราจะได้ยินคำนี้เป็นประจำถ้าอยากไปเที่ยวยุโรป

 

 

     วีซ่าเชงเก้นนั้น เป็นวีซ่าสำหรับกลุ่มประเทศในโซนยุโรป ที่เราใช้เดินทางท่องเที่ยวข้ามแดนได้เลย โดยไม่ต้องขอเข้าประเทศในทุกๆ ประเทศที่ไปโดยใช้ใบอนุญาตเพียงใบเดียวนั่นเอง โดย 26 ประเทศเชงเก้นนั้นได้แก่

 

 

     ออสเตรีย เบลเยี่ยม สาธารณรัฐเชก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี อิตาลี ลัตเวีย ลิธัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส สโลวัก สโลวีเนีย สเปน สวีเดน นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และลิกเตนสไตน์

 

 

ประเภทของวีซ่าเชงเก้น

 

     สำหรับประเภทของเชงเก้นนั้นแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ส่วนจะเลือกขอแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการเดินทางของเราเป็นหลักครับ ดังนี้

 

1. วีซ่าแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน (วีซ่าประเภท A)

สำหรับพลเมืองจากประเทศนอกเขตเชงเก้นบางประเทศที่ต้องการเดินทางโดยเครื่องบินไปยังประเทศที่สาม และต้องการแวะเปลี่ยนเครื่ิองที่สนามบินในเขตเชงเก้น ก็จะต้องขอวีซ่าแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน

2. วีซ่าเดินทางผ่านหรือทรานซิท (วีซ่าประเภท B)

เป็นวีซ่าที่มีอายุไม่เกิน 5 วัน สำหรับผู้ที่ถือพาสสปอร์ต ที่ไม่ได้เป็น visa-free สำหรับประเทศปลายทาง (ที่ไม่ใช่เชงเก้น) เช่น คนไทย จะเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ต้องมีวีซ่าอเมริกา กรณีนี้หากจะแวะ”ผ่าน” ยุโรป ก็เข้าข่ายต้องขอวีซ่าประเภท B แต่ได้ไม่เกินครั้งละ 5 วันเท่านั้น

3. วีซ่าพำนักระยะสั้น (วีซ่าประเภท C)

ออกให้กับการเดินทาง 1 ครั้ง, 2 ครั้ง หรือหลายครั้ง โดยมีระยะเวลาที่อนุญาตให้พำนักแตกต่างกันออกไป แต่ไม่เกิน 90 วัน ในช่วงระยะเวลา 6 เดือน *ส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยวจะขอวีซ่าเชงเก้นประเภทนี้*

4. วีซ่าเข้าได้แค่ประเทศที่ขอ (วีซ่าประเภท D)

เป็นวีซ่าแบบ Long Stay อยู่เกิน 90 วัน ใช้เข้าได้เฉพาะประเทศที่คุณขอไปเท่านั้น เช่นขอที่สถานฑูตเบลเยี่ยม วีซ่านักเรียน สถานทูตจะออกวิซ่า type D ให้ คือต้องเข้าเฉพาะเบลเยี่ยม และห้ามออกไปประเทศอื่น จนกว่าจะไปทำเรื่องขอ ID นักเรียนที่เบลเยี่ยมซะก่อน พอได้ ID นี้แล้วถึงสามารถเดินทางไปประเทศในกลุ่มเชงเก้นประเทศอื่นได้ แต่ถ้าเป็นวีซ่าเชงเก้นของประเทศฝรั่งเศส จะสามารถเข้าออกประเทศในกลุ่มเชงเก้นด้วยกันได้เลย

 

อายุของวีซ่าเชงเก้น

 

     สำหรับอายุของวีซ่านั้นขึ้นอยู่กับรายการท่องเที่ยว (Itinerary) ที่คุณจะเดินทาง เช่น คุณเดินทางไปยุโรป 15 วัน ก็ได้ วีซ่าเชงเก้น 15 วัน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสถานทูตเจ้าหน้าที่ โดยมีวิธีการเลือกขอวีซ่าเชงเก้น ดังนี้

1. กรณีที่เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้น และใช้ระยะเวลาในการพำนักแต่ละประเทศไม่เท่ากัน ให้เรายื่นขอวีซ่าประเทศที่เราพำนักนานที่สุด เช่น หากในทริปนั้นเดินทางไปฝรั่งเศส 8 วันและ อิตาลี 5 วัน ให้ขอยื่นตรวจวีซ่าผ่านประเทศฝรั่งเศส

2 . กรณีที่เดินทางเฉลี่ยเท่ากันทุกประเทศ ให้เริ่มต้นขอที่ประเทศที่เข้าเป็นประเทศแรก

 

 

เอกสารการขอวีซ่าเชงเก้น

 

1. แบบฟอร์มคำร้องยื่นขอวีซ่า บางประเทศสามารถปริ้นท์ออกมากรอกลายมือได้ แต่บางประเทศให้กรอกออนไลน์ ดังนั้นควรเข้าไปดูที่เว็บไซต์สถานทูตของประเทศนั้นๆ
*กรณีผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี ใช้สำเนาสูติบัตรประกอบ
**กรณีผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 20 ปีที่ไม่ได้เดินทางกับบิดาและหรือมารดา ต้องทำหนังสือยินยอมให้เดินทางไปต่างประเทศ พร้อมลงลายมือชื่อบิดา มารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมาย โดยต้องเป็นเอกสารที่ออกให้โดยสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ พร้อมแนบหลักฐานแสดงฐานะทางการเงิน และสำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง หรือผู้สนับสนุนค่าเดินทาง ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
***กรณีที่ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 20 ปีที่เดินทางกับบิดาหรือมารดาเพียงคนใดคนหนึ่ง ต้องมีเอกสารการยินยอมและหลักฐานรับรองว่ามีอำนาจในการปกครองผู้เยาว์ จากสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ ในช่องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ให้ใส่ Parents และให้ลงชื่อทั้งพ่อและแม่

 

2. พาสปอร์ตตัวจริง พร้อมสำเนาหน้าพาสปอร์ตและหน้าที่มีตราประทับทุกหน้า พาสปอร์ตควรมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันยื่นขอวีซ่า และมีอายุไม่น้อยกว่า 90 วัน นับจากระยะเวลาที่ได้ระบุไว้ในคำร้อง (ถ้ามีเล่มเก่า ให้ติดไปด้วย)

 

3. รูปถ่าย 2 ใบ ขนาด 2 นิ้ว ฉากหลังสีขาว ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน (บางประเทศกำหนดรายละเอียดขนาดของรูปค่อนข้างละเอียด ควรศึกษาที่เว็บไซต์ของสถานทูตเป็นหลัก)

 

4. หนังสือรับรองการทำงาน จากบริษัทเป็นภาษาอังกฤษ โดยต้องระบุตำแหน่ง วันที่เริ่มงาน เงินเดือน ช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลา (ซึ่งต้องครอบคลุมวันที่เราจะเดินทาง ถึงวันที่กลับมา) พร้อมลายเซ็นและตราประทับบริษัท ซึ่งหากใครเป็นเจ้าของกิจการ ให้ใช้ใบจดทะเบียนการค้า/ ใบจดทะเทียนบริษัท พร้อมแปลเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนผู้ที่ยังเป็นนักเรียน นักศึกษาก็ขอหนังสือรับรองสถานภาพนักเรียน นักศึกษา(ภาษาอังกฤษ) ที่ออกโดยทางโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย

 

5. เอกสารรับรองสถานภาพทางการเงิน เพื่อยืนยันถึงความสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในระหว่างการพำนักอยู่ในกลุ่มประเทศเชงเก้นได้ โดยหลักควรเตรียม Statement ย้อนหลัง 6 เดือน และหนังสือรับรองความเป็นเจ้าของบัญชี โดยสามารถไปยื่นขอเอกสารได้ที่ธนาคาร แจ้งว่าเพื่อขอวีซ่าเชงเก้น อาจพกสมุดบัญชีตัวจริงและสำเนาหน้าบัญชีเคลื่อนไหวย้อนหลัง 3 เดือน (บรรทัดสุดท้ายของบัญชีเป็นวันที่ที่อัพเดตไม่เกิน 15 วันก่อนไปขอวีซ่า) เพื่อความเรียบร้อยของเอกสาร แนะนำให้ศึกษาข้อกำหนดของสถานทูตแต่ละประเทศ

 

6. ประกันการเดินทาง เป็นส่วนสำคัญมาก หากไม่มีอาจโดนปฏิเสธการขอวีซ่าได้ การซื้อประกันต้องระบุให้ครอบคลุมทั้งทวีปยุโรป (ระบุเป็น EUROPE) ตั้งแต่ระยะเวลาไป – กลับ วงเงินคุ้มครองทั้งค่าพยาบาล หรือประกันอื่นๆ ขั้นต่ำ 1,500,000 บาท ( 30,000 ยูโร) สามารถเช็ครายชื่อบริษัทประกันที่สถานทูตรับรองได้จากเว็บไซต์ของสถานทูตประเทศนั้นๆ (สามารถซื้อประกันออนไลน์ และปริ้นท์เอกสารออกมาได้เลย)

 

7. ตั๋วเครื่องบิน ระบุวันเดินทางไป-กลับ อาจเตรียมเป็นแค่เอกสารการจอง (ไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วเครื่องบินก่อน การขอวีซ่าเชงเก้น ) โดยคุณอาจได้รับการร้องขอให้แสดงตั๋วเครื่องบินจริงที่ชำระเงินแล้วก่อนทำการออกวีซ่า

 

8. แผนการเดินทาง (Itinerary) ระบุวันที่ เมืองที่จะไป เดินทางด้วยพาหนะอะไร รายละเอียดคร่าวๆ ของแพลนเที่ยว ซึ่งบางครั้งอาจต้องมีตั๋วพาหนะนั้นๆ ประกอบเลย เป็นเครื่องการันตีว่าคุณสามารถเดินทางภายในประเทศเชงเก้นได้

 

9. หลักฐานการจองที่พัก ปริ้นท์ใบจองออกมาเรียงตามแผนการเดินทางของคุณ พร้อมชื่อ, ที่อยู่, อีเมล และเบอร์โทรศัพท์ของโรงแรม ซึ่งต้องมีรายชื่อผู้เดินทางทุกคนในใบจอง (ควรเลือกจองแบบยกเลิกได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เผื่อเปลี่ยนแพลน)

 

10. เอกสารทางราชการ ได้แก่ บัตรประชาชนตัวจริง ทะเบียนบ้านตัวจริง ทะเบียนสมรส, ทะเบียนหย่า, ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี) พร้อมสำเนา ลงนามสำเนาถูกต้อง

 

11. ค่าธรรมเนียมการออกวีซ่า ค่าธรรมเนียมสำหรับวีซ่าพำนักระยะสั้นอยู่ที่ 60 ยูโร แต่ในบางกรณี อาจจะมีการลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียม
*สำหรับพลเมืองของประเทศนอกสหภาพยุโรป ที่มีฐานะเป็นสมาชิกครอบครัวของพลเมืองสหภาพยุโรปหรือประเทศในความตกลงเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA Agreement) ที่ใช้สิทธิ์เดินทางโดยเสรี ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

 

*ยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี นักเรียน นักศึกษาระดับปริญญาโทและครูผู้ติดตามที่เดินทางด้วยวัตถุประสงค์ทางการศึกษาหรืออบรม และนักวิจัยที่กำลังทำงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ตามที่นิยามไว้ใน Recommendation 2005/761/EC สามารถติดต่อสถานทูตประเทศนั้นๆ เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้

 

     สำหรับการขอวีซ่าเชงเก้น ผู้ยื่นจำเป็นที่จะต้องมายื่นคำร้องขอวีซ่าด้วยตนเองเท่านั้น เพื่อสแกนลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการสมัครขอวีซ่าครั้งต่อไปภายในระยะเวลา 5 ปี และสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วันก่อนวันเดินทาง โดยต้องยื่นคำร้องขอวีซ่าอย่างน้อย 15 วัน ก่อนการเดินทาง (เนื่องจากกระบวนการพิจารณาวีซ่าอาจใช้เวลาถึง 15 วัน หรือนานกว่านั้น แล้วแต่กรณี) ยิ่งช่วงเดือนเมษายน ตุลาคม และธันวาคม เป็นช่วงที่มีนักเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมาก ควรวางแผนการขอวีซ่า เผื่อเวลาให้ดี อีกทั้งในบางประเทศจำเป็นต้องนัดหมายก่อนเข้ายื่นขอวีซ่า เช่น ออสเตรีย หรือเช็ก เป็นต้น รวมถึงบางประเทศต้องขอวีซ่าผ่านตัวแทนอย่าง VFS Global หรือ TLSContact เช่น สวิสเซอร์แลนด์ อิตาลี ออสเตรีย เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ เป็นต้น

 

     นี่เป็นหลักเบื้องต้นของการเตรียมตัวไปขอวีซ่าเชงเก้น ขอแค่เตรียมหลักฐานทุกอย่างถูกต้องครบถ้วน รับรองผ่านฉลุยแน่นอนครับ

 

อัพเดท รวม 7 ที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ คิวน้อย ไม่ต้องรอนาน !

อัพเดท 30 ประเทศไม่ต้องขอวีซ่า Passport ไทยฉลุย เที่ยวจอร์เจียได้ 365 วัน!

 

 

อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป

ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่

 

 

Tags

passport visa พาสปอร์ต ยุโรป วีซ่า เชงเก้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Top