เชื่อไหมครับ ว่าคนไทยนั้นให้ความสำคัญกับการได้ช้อปปิ้ง และโพสท่าถ่ายภาพตามที่สวยๆ มากกว่าที่คิด ถึงขั้นมีผลสำรวจออกมาเลยว่า คนไทยกว่า 56% ให้ความสำคัญกับแฟชั่นมากที่สุดขณะเดินทาง ซึ่งสูงกว่าผลสำรวจจากผู้ใช้โซเชียลมีเดียทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับแฟชั่นขณะเดินทาง 48%

 

 

     Booking.com ผู้นำระดับโลกด้านการเชื่อมโยงผู้เดินทางกับตัวเลือกที่พักแปลกใหม่หลากหลายประเภท ได้สำรวจข้อมูลจากผู้เดินทาง 21,500 คนใน 29 ประเทศทั่วโลก เพื่อเฟ้นหาเมืองชั้นนำด้านแฟชั่นที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าไม่ควรพลาด เพราะผู้เดินทางชาวไทยเกินครึ่ง (56%) ให้ความสำคัญกับแฟชั่นในระหว่างเดินทางมาก เราจึงขอเอาใจแฟชั่นนิสต้าชาวไทยด้วย 5 จุดหมายปลายทางเมืองแฟชั่น ที่จะไปโพสท่าถ่ายรูปกับไอเท็มเด็ดประจำฤดูกาลก็เก๋ จะชอปส่งท้ายปลายปีก็เลิศ

 

 

1. ฮ่องกง

 

 

     ถ้าเริ่มต้นจากประเทศแถบเอเชียของเรา แหล่งแฟชั่นที่ใกล้และไปง่ายที่สุด คือ ฮ่องกง ซึ่งปลายปีแบบนี้ท้องฟ้าจะสดใสไร้เมฆฝน จึงเหมาะที่สุดสำหรับทริปเก๋ๆ เพราะฮ่องกงเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรมและแฟชั่น และขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองแฟชั่นและผู้กำหนดเทรนด์ต่างๆ ของเอเชีย ภาพวิว 360 องศาของอ่าววิกตอเรีย และเมืองฮ่องกงเหมาะกับการถ่ายภาพจากมุมสูง นอกจากนี้นักชอปสายแฟชั่นยังจะได้เพลิดเพลินกับการชอปปิงส่งท้ายปีที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง The One, The Mira, The Pacific Place และที่อื่นๆ อย่างจุใจอีกด้วย

 

ที่พักแนะนำ: The Upper House ตั้งอยู่ใจกลางเกาะฮ่องกง และอยู่ชั้นบนของ Pacific Place ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ที่เชื่อมกับ MTR สถานี Admiralty โดยตรง ซึ่งที่พักแห่งนี้ไม่ได้มีแค่มีบริการฟิตเนส เซ็นเตอร์ เท่านั้น แต่ยังมีคลาสโยคะในช่วงสุดสัปดาห์ให้แขกที่มาพักได้ร่วมออกกำลังฟรีอีกด้วย

 

2. โตเกียว

 

 

     ขยับไปไกลอีกนิด เราจะพบกับเมืองแฟชั่นอย่าง โตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ที่อาคารระฟ้าและความนิยมในแฟชั่นนั้นสูงพอๆ กัน ซึ่งถือว่าการสืบเสาะค้นหาแหล่งไอเท็มเด็ดๆ นั้นท้าทายสำหรับบรรดานักชอปสายแฟชั่นอยู่ไม่น้อย และหนึ่งในย่านที่มีลมหายใจของแฟชั่นมีชีวิตชีวามากที่สุดก็หนีไม่พ้นย่านชิบูย่า ที่มีร้านรวงมากมายตั้งแต่ร้านแนวบูทีค ไปจนถึงห้างสรรพสินค้า ส่วนย่านชินจูกุนั้นเป็นแหล่งแฟชั่นแนวสตรีทไม่ว่าจะแนวคาวาอี้หรือแนวอินดี้ก็มีให้เลือกทุกสไตล์ นอกจากนี้ยังมีถนนโอโมเตะซานโดะ (motesando) ที่ได้สมญานามว่าเป็นฌ็องเซลิเซ่แห่งโตเกียว เพราะเต็มไปด้วยแบรนด์แฟชั่นสุดหรู แต่สำหรับใครที่มองหาความงามแบบคลาสสิกหรือวินเทจ รวมถึงสินค้าเฉพาะอย่าง ลองแวะไปแถวนิฮงบาชิรับรองไม่ผิดหวัง

 

ที่พักแนะนำ: ไปญี่ปุ่นทั้งทีถ้าไม่มีรูปในที่พักสไตล์เรียวกังก็อาจจะเหมือนมาไม่ถึง แต่ครั้นจะเรียวกังจ๋าๆ ก็อาจจะไม่แฟชั่นพอ เราจึงของแนะนำ Miyabiyado Takemine ซึ่งเป็นเรียวกังที่ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นสมัยใหม่ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโตเกียว ที่ซึ่งแขกที่เข้าพักจะได้สัมผัสทั้งแฟชั่น ความมีมิตรไมตรีของคนญี่ปุ่น วัฒนธรรม และความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน

 

 

3. ปารีส

 

 

     และเมื่อกล่าวถึงถนนฌ็องเซลิเซ่ไปแล้ว จะไม่กล่าวถึงเมืองหลวงแห่งแฟชั่นอย่าง ปารีส ก็คงจะไม่ได้ เมือ
หลวงที่ได้ชื่อว่าเป็นนครแห่งความรักแห่งนี้คือสถานที่จัดงานแฟชั่นระดับโลกอย่างปารีส แฟชั่น วีค (ปีนี้จัดไปเมื่อวันที่ 25 กันยายน ถึง – 3 ตุลาคม) มีถนนสายแฟชั่นอย่างฌ็องเซลิเซ่ที่เต็มไปด้วยร้านรวงของบรรดาแบรนด์ดังเรียงรายตลอดสาย อย่างไรก็ตาม ปารีสไม่ได้มีดีแค่แฟชั่นราคาแพงเท่านั้น แต่ยังมีตลาดแฟชั่นเฉพาะกิจมากมายให้เราได้ค้นหาคำแนะนำด้านสไตล์จากชาวปารีเซียงสุดชิคด้วยเช่นกัน

 

ที่พักแนะนำ: Le Metropolitan a Tribute Portfolio Hotel เป็นที่พักแนวรักษ์โลก ที่ตั้งอยู่ในเขต 16 ของปารีส และสามารถมองเห็นหอไอเฟลได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังสามารถเดินไปชอปที่ฌ็องเซลิเซ่แล้วกลับเอาของมาเก็บที่โรงแรมแล้วกลับไปชอปต่อได้อย่างสบายๆ

 

 

4. ลอนดอน

 

 

     ไหนๆ เราก็อยู่ยุโรปแล้ว นั่งรถไฟยูโรสตาร์ลอดอุโมงค์ใต้ทะเลจากปารีสไปโพสท่าสวยๆ กันต่อที่ ลอนดอน อีกหนึ่งมหานครแห่งแฟชั่นฝั่งยุโรป ที่นี่ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสความเย้ายวนอันเป็นเอกลักษณ์อันยากจะบรรยาย ลอนดอนเป็นเสมือนสนามวิ่งเล่นของเหล่าบรรดาแฟชั่นนิสต้าและขาชอป ไม่ว่าจะเป็นอ็อกซ์ฟอร์ด เซอร์คัส ที่คึกคักด้วยผู้คนและร้านค้าทุกแบบทุกสไตล์และทุกแบรนด์ที่เราจะนึกออก ร้านค้าเก๋ๆ ที่แคมเด็น บูทีคสุดหรูและร้านของเหล่าดีไซเนอร์ชื่อดังบนถนนคิงส์ โรด ที่เชลซี องค์ประกอบเหล่านี้ล้วนทำให้ลอนดอนเป็นเมืองที่เราสามารถค้นหาทุกสไตล์ได้เหมาะสมตามกำลังและงบประมาณในกระเป๋า

 

ที่พักแนะนำ: 41 Hotel ตั้งอยู่หลังพระราราชวังบักกิ้งแฮม โรงแรมที่แสนจะหรูหราแห่งนี้อยู่ตรงข้ามกับโรงเก็บพระราชพาหนะ ให้บริการห้องพักแสนสวยด้วยการบริการอย่างใส่ใจในระดับห้าดาว และ Executive Lounge กรุไม้ ตกแต่งในธีมสีขาว-ดำ ห้องนอนแต่ละห้องใช้ที่นอนที่ทำด้วยมือ เตียงนอนที่หรูหราและเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ยังมีบริการภาพยนตร์ตามสั่ง ระบบเครื่องเสียงชั้นดี ห้องน้ำที่ปูด้วยหินอ่อน เสื้อคลุมอาบน้ำแสนนุ่ม และเครื่องใช้ในห้องน้ำจากแบรนด์เครื่องหอมชั้นนำและเก่าแก่ของอังกฤษอย่าง Penhaligon

 

 

5. นิวยอร์ก

 

 

     จุดหมายสุดท้ายสำหรับสาวกแฟชั่น เราจะพาไปเช็คอินกันที่มหานครนิวยอร์กที่ไม่เคยหลับไหล โดยเราสามารถออกตามล่าหาขุมทรัพย์ทางแฟชั่นสไตล์วินเทจ หรืออาว็อง-การ์ดได้จากร้านค้าของเหล่าดีไซเนอร์ทั้งหลายได้ที่นิวยอร์ก โดยช่วงที่คนแฟชั่นนิยมมาเยือนเมืองนี้ คือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงแฟชั่นวีค (ปีนี้จัดไปเมื่อวันที่ 6-14 กันยายน) ซึ่งนอกจากจะมีการจัดแฟชั่นโชว์เฉพาะสำหรับแขกที่ได้รับเชิญเท่านั้นแล้ว ผู้คนทั่วไปที่หลงใหลและรักในแฟชั่นยังสามารถเข้าถึงแฟชั่นได้ง่ายๆ ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น Bloomingdales, Macy’s, Barneys และ Saks แต่ถ้าใครที่ต้องการหาความแตกต่าง ลองแวะไปย่าน Lower East Side ที่ก่อนหน้านี้เคยรู้จักกันในนามของย่านต่อราคา แล้วเข้าไปชมร้านค้าสไตล์วินเทจ หรือตลาดนัดต่างๆ ที่มักจะได้ของดีในราคาย่อมเยา เอาเป็นว่าใครที่ชอบของหรูราคาแรงควรลองแวะไปที่ Nolita แต่ถ้าใครชอบหาเพชรน้ำงามที่อาจซ่อนอยู่ตามร้านขายของเก่าก็ต้องลองแวะตลาดกลางแจ้งอย่าง Green Flea Market

 

ที่พักแนะนำ: East Village Apartments เป็นที่พักดีไซน์ทันสมัยตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านโซโห กรีนวิช วิลเลจ และยูเนียน สแควร์ ข้อดีของการพักที่นี่คือ หลังจากชอปและโพสท่าถ่ายรูปกันจนเหนื่อยแล้ว เราสามารถจองตั๋วชมละครเวที ออกไปเดินเล่นชมเมือง หรือชมงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์ได้อย่างสะดวก ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ล้วนได้รับการบอกต่อโดยผู้เดินทางที่จองที่พักผ่าน Booking.com ที่เคยมาเยือนเมืองแฟชั่นแห่งนี้

 

 

อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป

ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่

 

 

Tags

จัดอันดับ ต่างประเทศ ที่พักต่างประเทศ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Top