ทริปครั้งนี้เราเดินทางไปยังสุดแดนภาคตะวันออกที่จังหวัดตราด จุดหมายคือ เกาะกูด เกาะที่เค้าว่ากันว่าสวยเหมือนอันดามันตะวันออก น้ำทะเลใสปิ๊ง หาดทรายสีขาวนุ่ม แถมยังสงบห่างไกลจากความวุ่นวายฟังมาก็ชักอยากจะรู้ว่าสวยขนาดไหน งานนี้เลยไม่รอช้าเก็บกระเป๋าแล้วออกเดินทางกันเลยจ้า!



Day 1

      ออกสตาร์ทกันที่ กทม. ตั้งแต่ตี 4 ครึ่ง เดินทางด้วยรถตู้ หลับยาวๆ น้ำลายยืดไป 5 ชั่วโมง จนในที่สุด 9 โมงครึ่งก็ถึงตัวอำเภอเมืองตราด ภารกิจแรกจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากกิน! เราแวะที่ ร้านก๋วยเตี๋ยวปูสุขุมวิท ร้านอร่อยขึ้นชื่อที่ต้องห้ามพลาด เติมพลังด้วยเกี๊ยวทะเลรวมชามใหญ่ อัดแน่นด้วยซีฟู้ดสดๆ ต่อด้วยปังเย็นโกโก้ร้านโกปี๊ หวานเย็นชื่นใจ อิ่มสบายพุง

     จากนั้นเราเดินทางไปยัง ท่าเรือแหลมศอก เพื่อนั่งเรือเฟอร์รี่ของเกาะกูดปริ้นเซสข้ามไปยังเกาะกูด ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ หลับสักตื่นก็ถึงแล้ว


      ข้อมูลเพิ่มเติม :
เรือมี 2 รอบ คือขาไป จากตราดไปเกาะกูด เรือจะออกเวลาเที่ยงครึ่ง และขากลับ จากเกาะกูดมาตราด เรือจะออกตอน 10 โมงเช้า ราคาเที่ยวละ 350 บาท แต่หากเราจองไป-กลับก็จะเหลือเพียง 600 บาท นอกจากนี้ใครที่ขับรถมาเองไม่ต้องกลัวจะไม่มีที่จอด เพราะที่ท่าเรือเค้ามีที่จอดรถให้ คิดวันละ 50 บาท ส่วนใครที่นั่งรถ บขส. มาลงที่ตัวเมืองหรืออยู่ที่ตัวเมืองแล้วจะไปท่าเรือ เขาก็มีรถรับส่งฟรีด้วยค่ะ

     ยกกระเป๋าลงจากเรือที่ ท่าเรืออ่าวสลัด กระโดดขึ้นรถสองแถวที่ข้ามเนินเขารายล้อมด้วยป่าไม้ สลับกับบ้านเรือนของชาวบ้าน บางช่วงเห็นทะเลกว้างไกลสุดตา ไม่นานเราก็ถึง จามส์เฮ้าส์ รีสอร์ท ที่ซึ่งเราจะมาพักผ่อนกันตลอด 3 วัน 2 คืน เข้ามาก็เจอกับสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ มองออกไปเห็นทะเลเบื้องล่าง บรรยากาศของรีสอร์ทสงบเป็นส่วนตัว รายล้อมด้วยธรรมชาติเหมาะกับวันพักผ่อนจริงๆ เชียววว


      ด้วยความที่เราเดินทางกันยาวนานหลายชั่วโมง ก่อนที่จะไปเดินย่ำบนหาดทราย จึงขอทิ้งตัวลงบนเตียงนอนนุ่มๆ ในห้องพัก Tropical Pool Villa คลายความเมื่อยล้ากันสักนิด ห้องพักที่นี่กว้างขวางทีเดียว ห้องน้ำก็กว้าง มีอ่างน้ำให้แช่ชิลล์ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ รวมถึงสระหน้าห้องพักแบบส่วนตัวที่เห็นแล้วอยากจะลงไปว่ายให้ชื่นใจ


      เอาล่ะ มาทะเลทั้งทีจะอยู่แต่ในห้องพักได้ไงจริงไหม ออกไปหาทะเลกันค่ะ! เราเดินไปยังส่วนของห้องอาหารหน้าหาด ตรงนี้มองเห็นวิวทะเลได้สวยเชียว หลังจากสั่งของว่างมารองท้องกันพอเป็นพิธี ก็ออกไปเดินเล่นริมหาดกัน ต้องบอกก่อนว่าจามส์เฮ้าส์รีสอร์ท ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของเกาะกูด บริเวณเวิ้งอ่าวกว้างที่มีหาดทรายนุ่มทอดยาว หาดทรายตรงนี้จึงเป็นเหมือนหาดส่วนตัวของเราเลยทีเดียว


       ช่วงบ่ายแก่ๆ แสงกำลังดีแบบนี้ นอกจากการนั่งบนชิงช้ามองน้ำทะเลสีฟ้ากับท้องฟ้าสีคราม หรือนอนอาบแดดเหยียดยาวบนเตียงริมหาด พร้อมกับอ่านหนังสือแล้ว ยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำ ทั้งพายเรือคายัค สน็อกเกิ้ลดูปลา หรือเล่นวอลเล่ย์บอลชายหาด และที่ห้ามพลาดเลยก็คือการนั่งมองพระอาทิตย์ตก ซึ่งวันนี้เราโชคดีมากๆ เพราะท้องฟ้าสวยราวกับภาพวาดเลยทีเดียว

 

 

Day 2

      หลังจากที่จัดการมื้อเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ของทางรีสอร์ทเรียบร้อยแล้ว ช่วงเช้านี้เรายังพอมีเวลาชิลริมหาด ก่อนที่จะไปเที่ยว หมู่บ้านชาวประมง และ น้ำตกคลองเจ้า วันนี้ก็อากาศดีเช่นเคย ท้องฟ้าสดใส น้ำทะเลก็ใสไม่แพ้กัน


     เราเดินไปยังสะพานไม้ที่ทอดยาวสู่ทะเล เป็นมุมถ่ายรูปที่สวยจนต้องห้ามพลาด จากบนสะพานสามารถมองเห็นท้องทะเลกว้าง มีเรือแล่นอยู่ไกลลิบๆ น้ำทะเลใสจนเห็นตัวปลาที่แหวกว่ายอยู่ใต้น้ำ ระหว่างที่เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ตรงหน้า ก็มีลมทะเลพัดมาเบาๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายทีเดียว


      ช่วงสายก็ได้เวลาผจญภัย เรานั่งรถสองแถวไปยัง หมู่บ้านอ่าวใหญ่ หมู่บ้านชาวประมง ที่ตั้งอยู่ริมทะเล แน่นอนว่าชาวบ้านที่นี่ยึดอาชีพประมงเป็นหลัก ตัวบ้านสร้างด้วยเสาแข็งแรงตั้งอยู่บนทะเลเชื่อมต่อด้วยทางเดินเล็กๆ มีกระชังเลี้ยงปลาที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ให้นักท่องเที่ยวดู และเรือหาปลาที่จอดอยู่ริมสะพานอีกด้วยค่ะ


      เราพบชาวบ้านกำลังเก็บแหที่เพิ่งจะทอดมา ได้ปูและกั้งสดๆ ที่สามารถนำไปขายหรือทำกินเองในบ้าน นอกจากนี้ยังเพิ่งได้รู้ด้วยว่าเวลาทอดแหมาจะมีหอยหนามติดมาเยอะมาก และหอยหนามสวยๆ ที่เราเห็นนี้ยังสามารถนำไปต้มกินได้อีกด้วย


      ภายในหมู่บ้านมีร้านอาหารที่มีอาหารทะเลสดๆ ให้เลือกซื้อได้ในราคาไม่แพง ใครที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงบ้านอ่าวใหญ่ สามารถแวะมาเดินเที่ยวชม และนั่งรับประทานอาหารทะเลสดๆ ริมทะเล บอกเลยว่าบรรยากาศดีสุดๆ


     เดินเที่ยวหมู่บ้านชาวประมงกันแล้ว ถึงเวลาไปเล่นน้ำเย็นๆ ที่ น้ำตกคลองเจ้า กันต่อ จากลานจอดรถหน้าทางเข้า เราต้องเดินเข้าไปอีกประมาณ 500 เมตรจะถึงตัวน้ำตก น้ำตกคลองเจ้าเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีแอ่งอยู่ด้านหน้า สามารถลงเล่นน้ำได้ น้ำใสไหลเย็นมีปลาแหวกว่าย และมีเหล่าผีเสื้อและแมลงปอบินไปมาท่ามกลางความงดงามของธรรมชาติ

      น้ำตกแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เคยเสด็จประพาสเมื่อปี พ.ศ. 2454 หากมีโอกาสได้แวะไปเยือน ลองมองไปยังโขดหินใหญ่ตรงกลาง จะพบปรมาภิไธยจารึกอยู่ด้วย


      ช่วงบ่ายวันหยุดบนเกาะคงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการนอนเปลชิลล์ฟังเสียงคลื่นเพลินๆ รอจนพระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำก็ได้เวลาของการสน็อกเกิ้ล หลังเปลี่ยนชุดว่ายน้ำตัวเก่ง สวมชูชีพและหน้ากากดำน้ำ

       เราก็เดินลงไปดำผุดดำว่าย ไม่ต้องไปที่ไหนไกลเลยแค่หน้ารีสอร์ท ก็เจอฝูงปลามากมายพากันแหวกว่ายหาอาหาร บ้างอยู่เป็นฝูง บ้างอยู่เดี่ยวๆ เราเจอปลิงทะเลตัวอ้วนด้วย แม้จะเป็นบริเวณที่ใกล้รีสอร์ทขนาดนี้แต่ก็ยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้อย่างมากทีเดียว


       และวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ฟ้าสวยมาก บอกเลยว่าวิวพระอาทิตย์ตกคือที่สุดของความโรแมนติก สวยจนเราไม่อาจละสายตาได้ พระอาทิตย์สีส้มดวงใหญ่ค่อยๆ จมลงไปในน้ำ ลับลาไปพร้อมกับแสงสุดท้ายของวัน ช่างเป็นวันที่ชิลมากจริงๆ

 

 

Day 3


      ไม่น่าเชื่อว่าเข้าสู่วันที่ 3 แล้วที่เราอยู่บนเกาะกูด ดูเหมือนเวลาจะผ่านไปรวดเร็วจริงๆ หลังจากจัดการมื้อเช้าเสร็จเราจึงเดินย่ำเท้าไปตามหาดทรายนุ่มๆ และเก็บภาพบรรยากาศไว้เป็นที่ระลึกก่อนกลับ น้ำทะเลใส หาดทรายขาว ภายใต้ฟ้าสีคราม ไม่แปลกใจที่ใครก็ต่างบอกว่านี่คืออันดามันตะวันออก เพราะเมื่อได้มาสัมผัสกับตัวเอง เราก็ต่างหลงเสน่ห์เกาะกูดแบบถอนตัวไม่ขึ้น รู้ตัวอีกทีก็อยากพักชิลๆ อยู่ที่นี่จนไม่อยากกลับซะแล้ว

 

 

ที่เที่ยวตราด ที่น่นสนใจอื่นๆ

เกาะช้าง ทะเลตราด 3 วัน 2 คืน
ฟังเสียงคลื่น สวรรค์ทะเลตะวันออก

อัพเดท 20 สวนผลไม้ ระยอง จันทบุรี ตราด
บุฟเฟ่ต์ผลไม้เด็ดจากต้น อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน



อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป

ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่

Facebook
Add friend ที่ ID : @TrueID

และ แอปพลิเคชั่น

TrueID Application

 

Tags

ตราด ทะเล ภาคตะวันออก เกาะ เกาะกูด เที่ยวหน้าร้อน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Top