เชื่อว่าหากใครได้ไปเที่ยวสัมผัสดินแดนตะวันออกที่จังหวัดระยองและจันทบุรี จะต้องหลงใหลในธรรมชาติอันสวยงามและความน่ารักของชุมชน นอกจากนี้ยังสามารถย้อนอดีต ในเส้นทางเสด็จประพาสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งเคยเสด็จไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง นอกจากได้เที่ยวสนุกๆแล้ว ยังได้รู้เบื้องลึกความเป็นมาที่สำคัญทางประวัติศสตร์อีกด้วย

 

1.พระเจดีย์กลางน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง

 

พระเจดีย์กลางน้ำ เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดระยอง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2416 ลักษณะเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทรงระฆังฐานกลม สูง 10 เมตร ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำระยอง โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมื่อปี พ.ศ.2419 โดยขบวนเรือพระที่นั่งแล่นจากตำบลแสมสาร เมืองชลบุรี เดินทางมาถึงปากน้ำเมืองระยองบริเวณนี้ พระเจดีย์กลางน้ำยังเป็นสถานที่สำคัญในการจัดงานประเพณีทอดกฐินและงานห่มผ้าพระเจดีย์กลางน้ำ ในวันเพ็ญเดือน 12 ของทุกปี

 

2.ถนนยมจินดา อ.เมือง จ.ระยอง

 

ในอดีตนั้นถนนยมจินดาเป็นแหล่งการค้าและเส้นทางคมนาคมสายสำคัญของเมืองระยอง ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอันคึกคักของผู้คน เมื่อปีพ.ศ. 2443 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินผ่านมาที่ถนนสายนี้ ทรงเยี่ยมเบือนและทอดพระเนตรวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่อาศัยในแถบนั้น ปัจจุบันชาวบ้านได้อุทิศอาคารบ้านเรือนเป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนรุ่นหลัง ใครที่อยากจะมาสัมผัสวิถีชีวิตเก่าแก่ ต้องไม่พลาดมาถนนยมจินดา

 

3.เกาะเสม็ด อ.เมือง จ.ระยอง

เมื่อปี พ.ศ.2419 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 ได้เสด็จประพาสเกาะเสท็ดแห่งนี้ โดยได้เสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปบนเกาะเสม็ด มีการสร้างพลับพลาที่ประทับ ซึ่งผลจากการเสด็จประพาสในครั้งนั้น จังหวัดระยองจึงได้ใช้ตราสัญลักษณ์ของจังหวัดเป็นรูปเกาะเสม็ด บนเกาะมีพลับพลา อันหมายถึงพลับพลาที่เคยเป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 5 นั่นเอง

 

4.วัดสมมติเทพฐาปนาราม (วัดแหลมสน) อ.แกลง จ.ระยอง

เมื่อปี พ.ศ. 2427 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 เสด็จประพาสเมืองชายฝั่งทะเลตะวันออก ขึ้นประทับที่ตำบลปากน้ำประแส ฝั่งแหลมสน เมืองแกลง เสด็จมาใกล้เจดีย์สถาน พระพระราชดำริว่า “ตำบลปากน้ำแหลมสนนี้สมควรเป็นที่สร้างอารามได้” จึงมีพระบรมราชโองการโปรเกล้าฯ ให้พระแกลงแกล้วกล้า (มั่ง) ผู้ว่าราชการเมืองแกลง สร้างอารามขึ้น ณ ที่ใกล้เจดีย์ และพระราชทานนามว่า “วัดสมมติเทพฐาปนาราม” พร้อมพระราชทานที่ดินสร้างวัดอีกจำนวน 10 ไร่ 2 งาน

 

 

5.เขาพลอยแหวน (รัตนคีรีเจดีย์และมณฑปเขาพลอยแหวน) อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี

เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 เสด็จประพาสที่นี่ ทรงเปรียบเทียบเขาพลอยแหวนนี้ว่ามีภูมิประเทศคล้ายกับเขาสัตตนา เมืองราชบุรี เจดีย์บนยอดเขาพลอยแหวนที่ทรงเล่าถึงนี้เป็นเจดีย์ทรงลังกา สร้างขึ้นในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 14 โดยพระยาไกรโกษาเจ้าเมืองจันทบุรีสมัยนั้น ต่อมาเมื่อครั้งยังทรงผนวชได้เสด็จธุดงค์มาที่นี่ และเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์รับสั่งให้นำพระบรมธาตุมาบรรจุ พร้อมพระราชทานชื่อเจดีย์นี้ว่า “รัตนคีรีเจดีย์”

 

6.บ้านตระกูลบุนนาค อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี

ตระกูลบุนนาคเป็นตระกูลที่เคยดำรงตำแหน่งทางราชการในเมืองจันทบุรีหลายท่าน เช่น พระยาอรรคราชนารถภักดี (หวาด บุนนาค) พระเทพสงคราม (โต บุนนาค) พระยาวิชยาธิบดี (แบน บุนนาค) ภายในสวนของตระกูลบุนนาค มีอาคารก่ออิฐถือปูนอายุนับร้อยปี เป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 ทรงลงพระนามทำสัญญาสงบศึกกับฝรั่งเศส และฝรั่งเศสยอมถอนกำลังทหารออกจากจังหวัดจันทบุรีในวันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2447 ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ แต่ทั้งนี้บ้านตระกูลบุนนาคเป็นที่ส่วนบุคคล ไม่ได้เปิดให้เข้าชมแต่อย่างใด

 

7.ย่านท่าหลวง (ชุมชนริมน้ำจันทบูร) / บ้านเลขที่ 53 (บ้านตระกูลบุนนาค) อ.เมือง จ.จันทบุรี

ชุมชนริมน้ำจันทบูร เป็นชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำจันทบุรี แต่เดิมเรียกกันติดปากว่า “บ้านลุ่ม” เป็นชุมชนเก่าแก่ของชาวจีนและญวณอพยพ ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต่อมาได้พัฒนาเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการค้าของจันทุบรี ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 ปัจจุบันยังคงมีตึกแถวโบราณ อาคารเก่าแก่ที่มีลวดลายไม้จำหลักงดงามให้ได้ชมกัน

นอกจากนี้ยังมีบ้านเลขที่ 53 ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพระพิพิธภักดี (แบน บุนนาค) กองส่วยวังหน้า ก่อนที่ท่านจะได้รับเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาวิชยาธิบดี จากรัชกาลที่ 5 และย้ายไปอยู่ในจวนข้าหลวงแทนบิดา พระยาวิชยาธิบดีเป็นที่โปรดปรานของรัชกาลที่ 5 มาก เนื่องจากเป็นคนมั่งคงเรียบร้อยดี ราษฎรรักใคร่นับถือ และทำความดีความชอบไว้มาก จากการปกครองเมืองจันทบุรีในช่วงถูกฝรั่งเศสยึด นานถึง 11 ปีเศษ ปัจจุบันบ้านหลังนี้เหลือเพียงซากอาคารให้เห็นเท่านั้น

 

8.อนุสรณ์สถานทรงปิรามิด / อลงกรณ์เจดีย์ / น้ำตกพลิ้ว อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี

น้ำตกพลิ้ว เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสวยงาม มีน้ำตลอดปี น้ำใสสะอาดมากจนสามารถมองเห็นพื้นล่างส่วนใหญ่ซึ่งเป็นหินและทรายในระดับลึกกว่า 2 เมตร มีหลายชนิดอาศัยอยู่มากมาย โดยเฉพาะปลาพลวงหิน ที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อถั่วฝักยาวมาให้อาหารกันมาก

บริเวณน้ำตกเป็นที่ตั้งของอลงกรณ์เจดีย์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 ทรงโปรดน้ำตกพลิ้วเป็นอย่างยิ่งและได้เสด็จประพาสหลายครั้ง พระองค์และพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ จึงทรงโปรดให้สร้างเจดีย์ทำด้วยสิลาแลงขึ้นที่บริเวณหน้าผาด้านหน้าน้ำตกพลิ้ว เมื่อปี พ.ศ.2419 เพื่อเป็นที่ระลึกในการเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้วด้วยกัน และพระราชทานนามว่า “อลงกรณ์เจดีย์”

นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ อนุสรณ์สถานทรงปิรามิด อนุสรณ์สถานแห่งความรักที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2424 เพื่อรำลึกถึงความรักที่มีต่อพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ (พระนางเรือล่ม) อัครมเหสีองค์แรก

 

9.ป้อมไพรีพินาศ / เจดีย์อิสรภาพ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี

ป้อมไพรีพินาศ เป็นป้อมปืนสร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เพื่อเตรียมรับศึกญวณที่มาทางทะเล แต่เดิมไม่มีชื่อ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เสด็จประพาสมณฑลจันทบุรี ได้พระราชทานนามป้อมนี้ว่า “ป้อมไพรีพินาศ”

ใกล้กันนั้นคือเจดีย์อิสรภาพ สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 ในงานฉลองเมืองจันทบุรีหลังฝรั่งเสสคืนดินแดน ชาวจันทบุรีในสมัยนั้นสร้างองค์พระเจดีย์ครอบพระเจดีย์องค์เดิม เพื่อเป็นที่ระลึกถึงการถอนกำลังกองทหารฝรั่งเศสออกจากจันทบุรีที่แหลมสิงห์

 

10.ตึกแดง / คุกขี้ไก่ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 กองทหารฝรั่งเศสได้ขยายอาณานิคมและเข้ายึดครองเมืองจันทบุรี จนเมื่อปี พ.ศ.2436 เกิดการกระทบกระทั่งกันตามหัวเมืองชายแดน เรือปืนฝรั่งเศสได้ปะทะกองกำลังฝ่ายสยามที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า และเข้ายึดเมืองจันทบุรี รื้อถอนป้อมพิฆาตข้าศึกบริเวณแหลมสิงห์ ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 และได้ใช้พื้นที่นี้สร้างตึกที่พักและกองบัญชาการของทหารรั่งเศส เรียกว่า “ตึกแดง” ส่วนคุกขี้ไก่นั้น เป็นคุกที่กองทหารฝรั่งเศสสร้างขึ้นเพื่อใช้กักขังชาวสยามที่ต่อต้านฝรั่งเศส ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับตึกแดง

 

11.วัดปากน้ำแหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี

วัดปากน้ำแหลมสิงห์ เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดจันทบุรี ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม และมีต้นจามจุรีขนาดใหญ่อายุกว่า 100 ปีที่หาชมได้ยาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 เคยเสด็จมาพระราชทานกฐินที่วัดปากน้ำแหลมสิงห์ เมื่อปี พ.ศ.2430 ในสมัยหลวงพ่อสุ่น เจ้าอาวาสวัดปากน้ำแหลมสิงห์ พระที่มีวิชาอาคมเข้มขลัง เป็นที่เคารพนับถือของชาวอำเภอแหลมสิงห์และอำเภอใกล้เคียง ตลอดจนชาวจันทบุรีในสมัยนั้นมาก

 

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยอง

 

 

ติดตาม travel.truelife.com อีกช่องทางที่

 

ทุกเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อาหาร และที่พัก คลิกที่ http://travel.truelife.com

Tags

จันทบุรี ทะเล น้ำตก ย่านเก่า รวมที่เที่ยว ระยอง วัด เมืองต้องห้ามพลาด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Top