ในที่สุดก็เปิดตัวไปเรียบร้อย สำหรับ BNK48 Campus ที่เป็นสถานที่ที่รวมเอาทั้งเธียเตอร์ คาเฟ่ และช็อปไว้ในที่เดียว ใครที่ตามๆ AKB มาบ้างน่าจะพอรู้ว่าที่นู่นจะอยู่แยกกัน ระหว่างเธียเตอร์ กับคาเฟ่ & ช็อป ของเราก็เอามาไว้ด้วยกันซะเลย ง่ายดี

     เหตุนี้เอง ที่นี่เลยกลายมาเป็นจุดมุ่งหมายหลักของโอตะที่จะต้องเดินทางไปแสวงบุญให้ได้ ซึ่งก็แล้วแต่แต้มบุญอีกว่าจะได้เข้าไปดูเมื่อไหร่ เพราะทุกอย่างใช้ระบบการสุ่ม ไม่ว่าจะที่นั่งหรือรอบที่ได้เข้าชม แล้วด้านในนั้นก็มีกฏห้ามถ่ายภาพด้วย ยิ่งทำให้ทุกอย่างของที่นี่ดูมีคุณค่ามากมายทีเดียว

     นายแมวหง่าวขอย้อนความไปซักนิด เมื่อตอนที่จ๊อบซังประกาศว่าเธียเตอร์จะไปตั้งอยู่ที่เดอะมอลล์บางกะปิ ชั้น 4 ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ปี 2018 หน้าตาข้างในจะหน้าตาประมาณนี้ครับ ซึ่งพอได้เข้าไปจริงๆ มันเป็นแบบนี้เป๊ะๆ

 

BNK48 Campus

     ตรงดิ่งขึ้นมายังชั้น 4 อยู่ชั้นเดียวกันกับโรงหนัง และสวนน้ำ พื้นที่ประมาณ 1,000 ตร.ม. แรกๆ ที่มาเห็นหลายคนก็ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าจะเพียงพอต่อการตั้งทั้ง Theater, Shop และ Cafe ได้ไหม แต่หลังจากสร้างเสร็จก็ได้รับ feedback ในทางที่ดี ว่ามีกว้างขวางกว่าที่คิดครับ

 

BNK48 Campus

*หน้าตาในช่วงที่มีการก่อสร้างตอนแรกๆ เห็นแค่กำแพงขาวๆ แบบนี้*

 

ภาพตอนใกล้เสร็จ (16/04/2018)

 

ภาพปัจจุบัน ณ ประตูหน้าเธียเตอร์ สวยงามล้ำค่าน่าชื่นชม

 

ถัดจากประตูไปทางซ้ายจะพบจุดแขวนรูปเมมเบอร์ มีช่องนับได้ทั้งหมด 44 แผ่น

 

*ป้ายติดรูปเฉพาะทีม BIII นะครับ

 

     ถัดมาด้านข้างถึงจะเป็นส่วนของ shop (ขนาดเล็ก) และ Cafe ที่ตั้งใจทำให้ดูเหมือนเป็นโรงอาหารนักเรียน เข้าไปดูหน้าตาเมนูของร้านได้ที่ ---> เผยโฉม! BNK48 Cafe และเมนูน่าหม่ำ นั่งชิลยิงมิกซ์กันไปยาวๆ

     โซนที่อยู่รอบๆ BNK48 The Campus เองก็ดูพร้อมที่จะรองรับคนจำนวนมากๆ ได้อยู่ มีร้านของกินเยอะแยะ มีโซนเกมอาเขต โรงหนัง ร้านเกม ฯลฯ เอาเป็นว่ามีอะไรให้ทำระหว่างรอน้องๆ แน่นอน มีเรื่องห่วงอย่างเดียวคือที่จอดรถ เพราะเอาจริงๆ ที่นี่ก็เป็นห้างที่อายุอานามมากแล้ว ที่จอดรถก็น้อย ยิ่งถ้าขับมาจากเส้นลาดพร้าวแล้ว การกลับรถเพื่อเข้าห้างจะค่อนข้างลำบากสาหัสอยู่ แนะนำให้นั่งรถสาธารณะ ขึ้น Shuttle bus ที่จัดไว้ให้จาก airport link หัวหมาก (ปัจจุบันยังไม่มีนะ รอประกาศจากออฟฟิเชียลอีกที) มาที่ห้างน่าจะดีกว่าครับ

     ใครยังไม่แน่ใจว่าจะไปยังไง เรามีแนะการเดินทาง BNK48 The Campus เดอะมอลล์บางกะปิ ไปหาน้องๆ ยังไงได้บ้าง ! ไว้ให้แล้ว

 

     เอาล่ะ เกริ่นมาตั้งนานแล้ว ถึงเวลาเรียกแถวเข้าไปรับบัตรกันล่ะ การรับบัตรสามารถมารับก่อนแสดงได้ 1 ชั่วโมงครึ่ง มาเอาแล้วไปหาอะไรกินก่อนก็ได้ แต่เอาเข้าจริงๆ ทางจนท. เขาสุ่มที่นั่งมาให้เราเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นมาเร็วๆ ก็ไม่ได้มีผลอะไรครับ ใกล้ๆ เวลาค่อยมาก็ได้เหมือนกัน เข้าแถวแล้วเตรียมบัตรประชาชนไว้ด้วยนะครับ เพราะจะต้องใช้ยืนยันตัวไปตลอดทาง ตั้งแต่รับบัตรไปจนถึงตอนเข้าเธียเตอร์เลย

     นายแมวหง่าวมาก่อนแสดงครึ่งชั่วโมงก็ต่อแถวแป้บเดียว คิวรันได้เร็วและลื่นไหลดี รับบัตรเสร็จแล้วจะมีจุดรับฝากของอยู่ข้างๆ ครับ เอาของติดตัวไปได้เฉพาะกระเป๋าเงิน โทรศัพท์ แท่งไฟ บัตรต่างๆ ที่จำเป็น (เช่นบัตรเชกิของฟาวเดอร์) และที่สำคัญ *ข้างในหนาวมากกก* เตรียมเสื้อกันหนาวมากันด้วยจะช่วยได้มาก อย่าคิดว่าทนได้ เพราะมันหนาวสมคำร่ำลือจริงๆ

 

     *ต่อไปนี้คือส่วนของการรีวิว ซึ่งเป็นเพียงเฉพาะความคิดเห็นส่วนตัว การแสดงแต่ละรอบอาจมีการเปลี่ยนแปลง แตกต่างกันไปในรายละเอียด ประสบการณ์การรับชมที่ได้รับของแต่ละท่านที่นั่งแต่ละตำแหน่งอาจไม่เหมือนกันครับ*

- จังหวะเดินหาที่นั่งตัวเองค่อนข้างลำบาก เพราะข้างในปิดไฟ! คลำหากันไปก่อน ทางระหว่างที่นั่งค่อนข้างแคบ และมืด ถามคนที่นั่งอยู่ก็ได้นะ โอตะใจดีทุกคน

- เก้าอี้นั่งวางแบบตรงกับแถวข้างหน้า ไม่ได้สับหว่างแบบโรงหนัง ฉะนั้นถ้าคนนั่งหน้าคุณตัวสูงหรือหัวฟู คุณซวยครับ ที่นั่งแถวหลังไม่สโลป ถ้าคุณตัวเตี้ยแล้วสุ่มได้ข้างหลัง ก็ซวยครับ (แต่ก็นะ เธียเตอร์ AKB48 มีเสาใหญ่บังตั้ง 2 เสา ยังกลายเป็นเอกลักษณ์ได้เลย) แต่เวทีจะสูงหน่อย เพียงพอให้ทุกที่นั่งได้กวาดสายตามองดูน้องๆ ได้อย่างทั่วถึงครับ

- จังหวะการโชว์จะแบ่งเป็นช่วงแสดงกับช่วง MC ที่น้องๆ จะออกมาพูดคุย (ซึ่งก็เล่นตลกกันเรี่ยราดมาก) มุกที่เล่นจะค่อนข้างเหมาะกับโอตะเท่านั้น คนที่ตามน้องจากงานต่างๆ อย่างเดียว ไม่ได้ตามโซเชียลหรือไลฟ์จะมีงงแน่นอนว่ามันคุยอะไรกัน(ฟระ)

- ช่วง MC ของรอบนี้จะเปลี่ยนจากให้เมมแต่ละคนพูด catchphrase (ประโยคแนะนำตัว) มาเป็นอ่านกลอนที่เตรียมมาให้แฟนคลับแทน ตรงบทบ้างนอกบทบ้างแต่ก็สนุกดี แต่ส่วนตัวคิดว่าผู้ชมบางท่านชอบพูดตะโกนแทรกในจังหวะที่น้องกำลังจะเล่นมุกบ่อยไปหน่อย (มีทั้งเชียร์บ้าง ขัดบ้าง) คือถ้ามีบ้างก็ขำดี แต่พอมากเกินทำให้เสียจังหวะค่อนข้างเยอะ

- การเก็บเสียงภายในเธียเตอร์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มีเสียงประกาศจากห้างด้านนอกกระแทกเข้ามาเป็นระยะๆ จนน้องอรยังต้องแซวว่าข้างนอกน่ะเงียบๆ หน่อย เสียงลำโพงถ้าเป็นจังหวะเพลงช้าจะพอโอเค ได้ยินเสียงร้อง และเสียงดนตรีชัดเจน แต่พอเป็นเพลงเร็วเมื่อไหร่เสียงจะนัวกันจนฟังน้องไม่รู้เรื่อง บางทีก็รู้สึกแหลมหูไปเลยก็มี

- การร้องของน้องจะใช้วิธีต่างกันในแต่ละเพลง (เท่าที่พอจะสังเกตได้) บางเพลงจะเปิดเสียงร้องคลอไปด้วยแบบเบาๆ โดยให้น้องๆ ร้องสดทับ บางเพลงก็ปล่อยให้น้องร้องสดแบบเต็มที่เลย เท่าที่ดูก็ร้องสดกันได้โอเคดีครับ

- ด้านการเต้น สำหรับคนที่เก่งๆ หน่อยจะปล่อยกันเต็มที่บ้าง ประหยัดแรงบ้างแตกต่างกันไป ซึ่งจากจุดนี้เราจะมองออกเลยว่าใครมั่นใจ ใครยังมีความกังวลอยู่บ้าง ไม่ได้ถึงขั้นไม่ดีนะครับ แต่เพราะกังวลเลยทำให้จดจ่อที่การเต้นจนลืมส่งสายตากับคนดูไป อันนี้อยู่ที่ประสบการณ์ของแต่ละคนล่ะ 

- ข้อดีอีกอย่างของการมาเธียเตอร์ ก็คือเราจะได้เห็นยูนิตที่ไม่คุ้นตาจากการแสดงข้างนอกแน่ๆ เช่นเพลงพลิ้ว ที่เพิ่งจะเคยเห็นมิวสิค กับเนยแต่งชุดของยูนิตนี้ก็แปลกตาดี

- รอบที่ได้มาดูเป็นเธียเตอร์ครั้งแรกในไทยของรินะ ซึ่งก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ คือมาตรฐานน้องสูงสมกับที่เป็นไอดอลมานาน ร้องเต้นต่อเนื่องแรงไม่มีแกว่ง เหงื่อแทบไม่ออก (บางคนผ่านไปสามเพลงเหมือนเพิ่งอาบน้ำมา ฮ่า) และมีท่อนร้องเดี่ยวในเพลง Hoshi no Ondo ที่ร้องเสียงไทยได้ดีจนผู้ชมปรบมือให้

- เพลง Kiss wa Dame yo ยูนิตในชุดทองคือสิ่งดีงาม 

- รอบนี้คุณไข่รับหน้าที่ร้องแทนตาหวาน ในเพลง Anata to Christmas Eve ซึ่งก็ถือว่าร้องดีเลย

- ส่วนครูแก้วก็สมฉายาควีนจริงๆ มีจังหวะหน่อยไม่ได้ต้องจิกใส่คนดูเสมอ เหล่าควีนส์การ์ดน่าจะชอบ

- รอบนี้มีแคปเฌอ กับมิโอริมาแอบดูด้วย

- อังกอร์ตอนจบมีเพลง Oogoe Diamond ด้วย ที่จอนอพูดเองว่านี่กลายเป็นเพลงแรร์ไปแล้ว หาฟังยากสุดๆ (ซึ่งก็จริง หลังช่วงคุกกี้รุ่งเรืองเราก็แทบไม่ได้ยินเพลงนี้อีก) เอาจริงๆ เพลงนี้ใช้พลังในการเต้นสูงมากด้วยแหละ

- หลังจากการแสดงจบ สตาฟท์ก็จะปล่อยให้ทุกคนเดินออกทีละแถว ซึ่งก่อนออกจากประตูเราก็จะได้เจอกับน้องๆ BNK มายืนต่อแถวส่งกลับบ้านอย่างใกล้ชิดด้วย จังหวะนี้เท่าที่เห็นหลายๆ คนจะเขินจนอายม้วนรีบเดินออกไปกันอย่างเร็ว 

- ออกมาแล้วก็อย่าลืมไปเอาของที่ฝากไว้กันด้วยนะ ถ้าหิวก็แว่บไปหาอะไรกินตรงคาเฟ่ได้ครับ 

 

     หลังจากนี้หากมีโอกาส(บุญ) ได้ไปอีก คงมาอัพเดทให้เพื่อนๆ ฟังเรื่อยๆ ระหว่างใครยังไม่ได้ไป ลองชมเธียเตอร์ของวงพี่สาวตระกูล 48 กันไปก่อนได้ใน พาเที่ยว 10 เธียเตอร์ ของ 48group ดินแดนแสวงบุญของเหล่าโอตะ! ไปพลางๆ ก่อนก็แล้วกัน

 

สรุปข้อมูลน่ารู้ ของ BNK48 The Campus

BNK48 Campus

– ตั้งอยู่ชั้น 4 เดอะมอลล์บางกะปิ กำหนดการเปิดเดิมคือประมาณกุมภาพันธ์ปี 2018 แต่จากความล่าช้าในหลายๆ เรื่อง จึงเลื่อนมาเป็นวันที่ 11 พค. 2018 แทน

– มีคอนเซ็ปต์ให้เป็นเหมือนสถานศึกษา โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ

1. Theater เป็นเหมือนศูนย์การเรียนรู้ จุได้ 350 ที่นั่ง มีการแสดง 3 รอบ คือวันเสาร์ เวลาบ่ายโมง และ 5 โมงเย็น วันอาทิตย์ เวลา 5 โมงเย็น
2. BNK48 Shop เป็นเหมือนสหกรณ์ วางจำหน่ายสินค้าทุกอย่างของวง
3. BNK48 Cafe หรือโรงอาหารนั่นเอง จำหน่ายเมนูพิเศษมากมายหลายแบบ มีทั้งของคาวของหวาน มีอะไรบ้างเข้าไปดูได้ ที่นี่เลยครับ

– ในอนาคตจะมีรถ Shuttle bus บริการรับ-ส่งจากสถานี Airport Link หัวหมากมาถึงเดอะมอลล์บางกะปิ

– ราคาบัตรค่าเข้าชมเธียเตอร์อยู่ที่ 400 บาทต่อที่นั่ง

 

ขอขอบคุณข้อมูล และภาพประกอบบางส่วน : Youtube BNK48 Official, FB bnk48official

 

เรื่องราว BNK48 อื่นๆ ที่น่าสนใจ

– ไปมาแล้ว! AKB48 Cafe&Shop อากิฮาบาระ ยลโฉมเมนูอิสึรินะกัน!

เผยโฉม! BNK48 Cafe และเมนูน่าหม่ำ

 

อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป

ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่

 

 

 

Tags

48group BNK48 bnk48 bnk48campus idols ที่เที่ยวกรุงเทพ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Top