How to ลุย ลอนดอน ด้วยตัวเอง 1 สัปดาห์ ให้ได้ความคุ้มกลับมาไม่อั้น ฉบับลัด!

How to ลุย ลอนดอน ด้วยตัวเอง 1 สัปดาห์ ให้ได้ความคุ้มกลับมาไม่อั้น ฉบับลัด!

เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง #LDNCHECKLIST

 

     แน่นอนว่าตอนนี้ UK Visa อยู่ในมือแล้วก็ลองร่างแผน (Routing plan) คร่าวๆ โดยสำรวจกูเกิ้ลแมพ ล่วงหน้าเพื่อเช็คกิจกรรม (Thing to do) และอีเวนท์ต่างๆที่พลาดไม่ได้ เตรียมจัดกระเป๋าเลย! นอกจากเสื้อผ้าที่เหมาะกับสถาพอากาศช่วงนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ เงินสดปอนด์ติดตัว สมาร์ทโฟนแบ็ตอึดๆ, power bank และ
“ซิมทรูมูฟ เอช IR” (ซิมที่สมัครอินเตอร์เนชันแนลโรมมิ่งแล้ว) พร้อมแล้วลุยกันเลย!

 

*** วิธีใช้ทรูมูฟ เอช อินเตอร์เนชันแนลโรมมิ่ง (TrueMove H IR) อยู่ท้ายบทความนี้

 

 

#LDNDAY1 หนีรักมาพักร้อนต้องมาที่ Portobello Market สถานที่ชื่อดังจากภาพยนตร์รัก Notting Hill

 

     เมื่อมาถึงโรงแรม Check-in พักจิบชาแพร็บ ก็เดินออกมา Hammer smith Underground (tube) ที่ใกล้ที่สุดเพื่อซื้อบัตร Oyster card และมุ่งสู่ destination ที่มีชื่อเสียงที่ใกล้โรงแรมที่สุด ลงสถานี Notting Hill Gate เพื่อมาเยือนแหล่งช้อปปิ้ง Antique สุดคลาสสิก “Portobello Market” ตึกรอบด้านฉาบมนต์เสน่ห์สีสันที่เคยถูกใช้เป็นฉากของภาพยนต์ดัง และเดินต่อไปอีกหน่อยจะเจอ “Green Market” จะมีร้านเสื้อผ้า chic chic และของสะสม boutique เดินชิลล์แวะทานแซนด์วิช และจิบ afternoon tea ฟ้าเริ่มมืดก็กลับมาเที่ยว และสำรวจรอบบริเวณโรมแรมต่อ ยังมีร้านเหมาะสำหรับนั่งชิลล์ค่ำๆ ซึ่งคือ Rooftop bar เป็นแหล่ง community ด้านบนของตึก “Lyric Theatre” ซึ่งถูกปรับปรุงให้ร่วมสมัยตลอด และมีศิลปินนักร้องดังระดับเคยมาร่วมแสดงสดและมาเยือน ชิลล์ไม่จบ…เมื่อมาถึงโรงแรมให้ใช้ Wifi ของโรงแรมและก่อนนอนให้ปิด IR mode ไว้จะมั่นใจได้ไม่ถูกคิดค่าใช้จ่าย

 

London

How to ลุย ลอนดอน ด้วยตัวเอง 1 สัปดาห์ ให้ได้ความคุ้มกลับมาไม่อั้น ฉบับลัด!

 

อ่านฉบับเต็มได้ที่ thiraphanv.blogspot.com/2016/09/how-to-6.html

 

 

#LDNDAY2 เยือนแหล่งช้อปแบรนด์เนม “Oxford street” และอัพเดทเทรนด์เทคโนโลยีโลก Internet Of Thing”

 

 

     มาอังกฤษทั้งทีให้คุ้มเที่ยวไม่พอต้องได้ความรู้กลับมาทำงานบ้างไม่มากก็น้อย วันนี้มาอัพเดทเทรนด์โลกที่งาน Smart summit London นี้จัดที่ Olympia Conference Centre โดยในงานจะแบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ 1) Smart – City 2) Smart – Home 3) Smart – Industrial Internet ที่น่าสนใจ เช่น Smart – Home ระบบเตือนภัยผ่านเน็ตที่จับได้แม้กระทั่ง “น้ำท่วม” เหมาะกับบ้านเรามากค่ะ และคอนเซ็ปต์ Internet Of Thing ในงานนี้ที่มีการรวมตัวของผู้ประกอบการและองค์กรต่างๆ เน้นเรื่องผลลัพธ์ระยะยาว (sustainability) ถึงแม้มนุษย์จะคาดหวังใช้เทคโนโลยีเพื่อผลประโยชน์แก่ตน และความอยู่รอด แต่ผู้ผลิตต้องคำนึงถึงความสมดุลแบบ win-win-win ระหว่าง เครื่องจักร ธรรมชาติ และมนุษย์ เรื่องนี้ยาวแต่เกรงผู้อ่านจะรู้สึกซีเรียสไปขอตัดบทเปลี่ยนฟีลชวนไปช้อปที่ “Oxford street” ลงสถานี Bond Street Station/ Central จะช้อปปิ้งมากน้อยก็แล้วแต่ pocket money ส่วนตัว ช้อปไปชมสถาปัตย์ และการตกแต่งภายในของโซนแฟชั่นระดับโลก ในวันที่ผู้เขียนมานี้ “ห้าง Selfridges” จัดแคมเปญดังภายใต้ชื่อ “Shakespeare Refashioned” ที่รวมดีไซน์เยอร์ชาวอังกฤษและเพื่อนๆ เช่น Christopher Kane, Alexander McQueen, Maison Margiela, Craig Green, Rick Owens and Simone Rocha ร่วมกันผลิต Limited collection ทั้งเสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์ ของ brand ตน รวมทั้งภาพถ่ายโดย Mary McCartney ซึ่งศิลปินต่างๆ ได้แรงบันดาลใจจากงานสร้างสรรค์จาก “Shakespeare” ซึ่งจากไปกว่า 400 ปี แต่ผลงานยังอยู่ในใจคนทั้งโลก เช่น Romeo and Juliet ที่เราคนไทยเองยังเป็นแฟนบทละคร และภาพยนตร์ดังกล่าว

 

อ่านฉบับเต็มได้ที่ thiraphanv.blogspot.com/2016/09/how-to-6.html

 

 

#LDNDAY3 สัมผัสจุดที่สวย และสูงที่สุด “London eye” และชิลล์ทั่วทั้งเมืองในวันเดียวโดยรถ “Hop On Hop Off”

 

How to ลุย ลอนดอน ด้วยตัวเอง 1 สัปดาห์ ให้ได้ความคุ้มกลับมาไม่อั้น ฉบับลัด!

How to ลุย ลอนดอน ด้วยตัวเอง 1 สัปดาห์ ให้ได้ความคุ้มกลับมาไม่อั้น ฉบับลัด!

     แนะนำให้ซื้อบัตร Hop on Hop off ไว้ล่วงหน้าผ่านเว็บออนไลน์ ซึ่งเป็นรถ bus 2 ชั้นที่วิ่งรอบเมือง London ใน Central zone โดยเขาจะให้ Route map มาด้วย สนุกมากก็ตรงนี้ ถ้าเราวางแผนดีๆ ว่าจะลงจุดใดบ้าง เชื่อหรือไม่ใน 1 วันเราจะได้เที่ยวทุกที่ที่เราอยากไปครบเลย! เริ่มจาก Big ben, Westminster, Buckingham Palace, Millennium bridge, Tate museum, Tower Of London, Brick lane, London eye (highlight), Thames river (Waterloo station), British Museum ระหว่างทางจะได้แวะถ่ายรูป และเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ที่เราฝันว่าจะไปให้ได้ และช่วง ก.ย. เข้าสู่ Autumn – Winter ที่ผู้เขียนไปครั้งนี้ จะมีอีเวนท์สำคัญ การครบรอบของแม่น้ำ “Totally Thames Take Me To the River” และ ชมนิทรรศกาลงานทั้งริมน้ำและงานศิลปะกลางแม่น้ำ ให้เราเดินเลียบแม่น้ำ มุ่งสู่ Tate museum ด้านหน้าจะมีสวนเขียวฉอุ่มยาวถึง “Southbank” นั่งพักฟังเพลงจากนักดนตรีเท่ๆเปิดหมวก จังหวะเบาๆ อากาศเย็นๆ วันนี้จะเป็นวันที่อิ่มไปด้วย London Art & Culture แน่นอนเรายังจะได้เป็นส่วนหนึ่งในงานประจำปีอันยิ่งใหญ่ลอนดอนอีก เช่น “London Design Festival” พบความน่าตื่นตาตื่นใจกับ Art Installation โดยศิลปินดังและศิลปินอิสระตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ และจะได้เยี่ยมชมงาน Creative design จาก young designer อย่างใกล้ชิดที่งาน “London Design Fair” ที่ในปีนี้จัดที่ “Old Truman Brewery” ย่าน “Brick lane” ถนนนี้เป็นแหล่ง street arts และมีเสื้อผ้าสตรีทแวร์ท้องถิ่นขาย เก๋ๆ คล้ายเจๆ แต่นี่คือลอนดอน และแล้วก็ถึงเวลาขึ้น London eyes ซึ่งเป็น highlight destination จุดสูงสุดนี้ฟินจริงค่ะ จากอากาศที่เย็นจะอุ่นขึ้นเมื่อเราได้รับไอแดดและมองมาที่พื้นแม่น้ำ Thames จะเห็นเงาของ Tower Bridge และเมืองอันสวยงามสะท้อนอยู่บนพื้นน้ำ…เดินเพลินเตรียมกลับโรงแรม ซึ่ง Hop On Hop Off จะเป็นรถที่เดินทางเดียว (เราไม่จำเป็นต้องไปกับรถจนจบสาย) แนะให้นั่ง Thames Cruise จิบไวน์เบาๆ บนเรือ และลงท่าที่ใกล้ Underground station ที่ใกล้โรงแรมที่สุด รับรองไม่หลงค่ะ จบวันนี้อีกวันฟินไหมล่ะ? ผู้เขียน ใช้ทรูมูฟ เอช IR อัพโหลดภาพบน Face book ส่วนตัวเป็นระยะ แต่ถ้าไฟล์ video ใหญ่ๆ ให้กลับมาที่โรงแรมใช้ Wifi นะคะ

 

 

#LDNDAY4 บินไปอังกฤษข้ามคืนทั้งทีต้องไปให้ถึง “Stonehenge” หนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก และอย่าลืมทาน “Fish & Chip!”

 

How to ลุย ลอนดอน ด้วยตัวเอง 1 สัปดาห์ ให้ได้ความคุ้มกลับมาไม่อั้น ฉบับลัด!

 

     อย่าเชื่อเสียงลือเสียงเล่าว่าไปทำไม มีแค่ก้อนหิน!? เราต้องไปดูด้วยตัวเองเท่านั้นเดี๋ยวไม่คุ้ม แนะนำให้ใช้วิธี “join tour” เพราะจะมีไกด์ที่เชี่ยวชาญพาเราไปนอกเมืองจะชัวร์กว่า ตื่นเช้าหน่อย และต้องไปให้ทันรถ coach จะยิ่งคุ้มต้องเลือกแพ็กเกจวันเดียวได้ 3 อรรถรส “Windsor-Baths-Stonehenge” ส่วนตัวแล้วผู้เขียนชอบเมือง Baths มากที่สุดค่ะ เป็นเมืองที่โรแมนติกในระดับที่ถ้าแต่งงานที่นี่ได้คงแต่งไปแล้ว lol ให้ซื้อตั๋วเข้า Roman Baths จะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเมือง และมีอนุสรณ์หินสลักตัวอักษรงดงาม และแล้วก็นั่งรถมาไกลแสนไกลเพื่อมาพบ “Stonehenge” อันมีประวัติศาสตร์มากกว่า 3000 ปี มีการตั้งข้อสันนิษฐานมากมายว่า สร้างเพื่ออะไร และคนยุคนั้นใช้เครื่องทุ่นแรงอะไร จากที่ไหน นำหินมาเรียงกันได้ และนี่คือ highlight อีกหนึ่งจุดที่คุณมาถึงจะได้พบกับความรู้สึก “WOW!” อย่างแน่นอนค่ะ เมื่อกลับมาถึงสถานี Victoria เมือง London เดินมานิดจะได้ชิม “Fish & Chip” มื้อเย็นสักที! ที่ร้านอาหาร Garfunkel’s อย่าลืมออกสำเนียงตอนสั่งให้ถูกนะคะ ว่า “ฟิ่ช’แอ๊นฉิพส์”!! ไม่ใช่ “ฟิ้ซแอ่นชิ้ป” เขียนยากนิดนึงค่ะ แต่อย่าลืม accent ของอังกฤษแท้ๆ ต้องรู้จัก pronunciation ใส่ใจแม้นกระทั่งน้ำหนักเสียงสูงต่ำ ไม่เช่นนั้นอาจอดรับประทาน lol

 

 

#LDNDAY5 ใครรักชีวิต Slow life ต้องมาที่ “Cotswolds” แทบจะไม่อยากกลับ และตามรอย “Harry potter” ที่เมือง Oxford

 

How to ลุย ลอนดอน ด้วยตัวเอง 1 สัปดาห์ ให้ได้ความคุ้มกลับมาไม่อั้น ฉบับลัด!

 

     การออกนอกเมืองลอนดอนที่ง่ายที่สุดคือการ Join tour เพื่อมาที่ Cotswolds ระหว่างทางเราได้เที่ยวแบบ sight seeing ชมหุบเหวทิวขาวที่สวยงาม เมื่อมาถึงจะคิดช้าๆ ได้ว่า น่าจะนอนค้างที่นี่เหมาะแก่การลาพักร้อนที่สุด! เป็นเมืองเล็กๆ ที่สองข้างทางมีคนท้องถิ่นทำงานฝีมือ ประดิษฐ์ถ้วยชาม ถักทอเสื้อผ้าพื้นเมืองเรียกได้ว่าสไตล์ Hipster ชาวไทยต้องไม่พลาด เมืองนี้ห่างไกลออกไปเกือบถึง Scotland เรียกได้ว่าไม่มี Taxi เข้าถึง แนะนำให้ถามคนท้องถิ่นในวิธีการเดินทาง และโรงแรมย่านนั้นกรณีต้องการอยู่ต่อ ซึ่งมีเพียง 2 วิธี คือติดรถทัวว์ในวันนั้นกลับลอนดอน หรือ ขอให้คนท้องถิ่นเรียกรถส่วนตัวที่รับจ้างเฉพาะกิจโดยให้ไปส่งที่สถานีรถไฟเมือง Oxford แน่นอนว่าเราเลือกที่จะอยู่ต่อแบบ slow life ไม่ต้องการรีบกลับกับทัวร์ ถึงเย็น และรถก็มารับ และส่งที่เมือง Oxford เป็นเมืองแห่งมหาวิทยาลัยดัง มีแต่นักศึกษาหนุ่มสาวมากมาย ให้เราค้นหาใน Google maps ว่า “Christ Church College” และเดินไปตาม route แล้วคุณจะพบโรงเรียนเวทย์มนต์ของ Harry Potter ในภาพยนตร์ เมื่อเที่ยวเพลินถ่ายรูปเพลิน ก่อนกลับลอนดอนแนะนำร้านอาหารไทยชื่อดังในเมือง Oxford เป็นร้านที่ฝรั่งยอมรับ และชอบมากค่ะ ร้าน “Thaikhun” ผู้เขียนเองทานขนมปัง และเนยอังกฤษมาทั้งสัปดาห์เมื่อเห็นร้านอาหารไทยจึงตาลุกวาว ประหนึ่งพบ oasis ร้านอาหารไทย และแน่นอนว่าเมนู “กระเพราไก่ ไข่ดาว” ต้องโดน ซึ่งอร่อยมากค่ะ แต่กระเพราเป็นของหายากที่อังกฤษ

 

 

 

#LDNDAY6 อัพเดทเทรนด์แฟชันติดขอบรันเวย์ “London Fashion Weekend” และ อย่าลืมแวะ “Apple Market” ก่อนกลับ

 

How to ลุย ลอนดอน ด้วยตัวเอง 1 สัปดาห์ ให้ได้ความคุ้มกลับมาไม่อั้น ฉบับลัด!

 

     มาถึงอังกฤษช่วง Autumn-Winter ต้องไม่พลาดงาน #LFWEND ซึ่งครั้งนี้จัดที่ Saachi & Saachi Gallary โดยเราอาจจะไม่ได้ Front row ที่เว้นให้เหล่า Celebrity และ ดีไซเนอร์แถวหน้า แต่ลักษณะงานต้องการให้ผู้ชมมีความใกล้ชิดติดขอบรันเวย์ ทำให้ได้เห็นดีเทลเสื้อผ้าหน้าผม ชัดแน่นอน เรียกว่าคุ้มอีกเช่นเคย นอกจากนั้นยังมีแบ่งโซนขายเสื้อผ้าแบรนด์ดังที่เราเห็นใน Fashion Magazine บ่อยๆ และบางแบรนด์มีดีไซนเนอร์ชื่อดังมานั่งขายเองเลยค่ะ เป็นประสบการณ์ที่พูดสั้นๆคำเดียวว่า “เลิศ!”

 

     อิ่มทุกรสไหมคะ? การไปคนเดียวเรื่องการนัดหมาย และการตรงเวลาเป๊ะเป็นสิ่งสำคัญ สมมติว่าเรานัดรถ Shuttle bus มารับที่โรงแรม 5.00 PM. เยี่ยมไปเลยยังมีเวลาอีก 2 ชม. แนะนำให้แวะซื้อของฝากท้องถิ่นเก๋ๆที่ “Apple Market” ตลาดวันอาทิตย์ที่ฮ้อตที่สุดโดยขึ้น Tube ที่ “Convent garden” (สถานีนี้โหดมาก เราอาจจะขึ้น-ลง ลิฟท์ได้ค่ะ เพราะใต้ดินมีความสูงมากกก ถึงกับหอบ) แอปเปิ้ลมาร์เก็ตจะเปิดเฉพาะวันอาทิตย์ มีของฝากท้องถิ่นและขนมมากมาย เดินสูดอากาศเย็นๆ ก่อนกลับให้เช็คบัตร Oyster เพื่อกดขอ refund ง่ายๆ ที่เครื่อง ณ สถานี underground ใกล้ที่พักคุณได้เลย และแล้วก็ได้เวลานับถอยหลังกลับสู่กทม. เรามาถึงสนามบิน Heathrow เพื่อ check-in ล่วงหน้า หลังจากนั้นยังช้อปปิ้งต่อได้อีกเพราะมี Duty free ดี๊ดี รวมแบรนด์อังกฤษแท้เช่น Harrods หรือ Paul Smith อยู่ที่งบอีกเช่นเคย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็นั่งรอสักร้านที่มีน้ำชาและเค้กให้นั่งนานๆ ได้ แต่ขอย้ำว่าให้เผื่อเวลาประมาณ 30 นาทีเพิ่อเดินสบายๆ (จะได้ไม่ต้องวิ่งหอบ) ไปที่ Gate เพราะระยะทางไกล (มาก…) พอควร ได้เวลาเครื่องออก 9.00 PM บินรอบดึกดีเพื่อจะได้นอนหลับสบายบนเครื่องบินประมาณ 12 ชม. และบินกลับสู่กทม. ช่วงบ่ายๆ ถึงโดยสวัสดิภาพแบบใช้เวลา และเงินที่ได้ความคุ้มกลับมาไม่อั้น สำหรับการลาพักร้อนรอบนี้นะคะ (ปรบมือ) 

 

*** วิธีใช้ทรูมูฟ เอช อินเตอร์เนชันแนลโรมมิ่ง (TrueMove H IR)

1. สำหรับลูกค้าแบบรายเดือน เพียงทำการสมัครบริการมิ่งกับทรูมูฟ เอช ก็สามารถใช้งานโรมมิ่ง ได้ตามค่าบริการที่แจ้งข้างบน เมื่อถึงประเทศปลายทาง เพียงตั้งค่าการเลือกเครือข่ายด้วยตนเอง

( Manual network selection) แล้วเลือกเครือข่ายที่แนะนำ ก็สามารถใช้งานโรมมิ่งได้เลยค่ะ *ห้ามค้นหาเครือข่ายแบบ Auto เด็ดขาด เพราะอาจไปจับเครือข่ายที่ TMH ไม่ได้เป็นพันธมิตรและจะแพงมากค่า

 

2. สำหรับลูกค้าแบบเติมเงิน หลังจากทำการสมัครบริการโรมมิ่งกับทรูมูฟเอชแล้ว ต้องเติมเงินให้เพียงพอกับการใช้งาน สามารถซื้อแพ็กเกจ Non-stop ดาต้าโรมมิ่ง ซึงมีทั้ง แบบ 1, 3, 5 , 7 วัน เริ่มต้นที่ 480บาท ต่อวัน โดยมีค่าบริการ โทรออก รับสาย SMS เหมือนแบบลูกค้ารายเดือนครับ เครือข่ายที่เราแนะนำคือ Vodafone, Telefonica O2, Hutchinson 3 ค่ะ(ดิฉันอยู่ที่นั่นจะใช้ Verdafone สลับกับ Telefonica O2 และนี่คือข้อดีของ IR ที่จะเลือกและสลับเครือข่ายได้ เพราะบางจุด อีกเครือข่ายสัญญาณจะดีกว่าค่ะ)

**ใหม่ Non-stop Data roaming ใช้งานดาต้าโรมมิ่งแบบต่อเนื่อง แบบ pay per use (คิดค่าบริการรายวัน) สนใจคลิก > http://bit.ly/TMHIRprepaypro

 

3. Around the world sim เพียงซื้อซิมเติมเงินแบบ around the world ในราคา 199 บาท ใส่ซิมในเครื่อง ก็สามารถใช้งานโรมมิ่งได้ทันที โทรออก รับสาย SMS ในราคาที่ถูกกว่า ซิมเติมเงินทั่วไป ไปกลุ่มประเทศ ยุโรป โทรออกรับสาย นาทีละ 20บาท ส่งข้อความ นาทีละ 9บาท เครือข่ายที่เราแนะนำคือ Vodafone, Telefonica O2, Hutchinson 3 ค่ะ4. Voice topping สำหรับคนเน้นโทร สามารถซื้อแพ็กเกจ voice topping แบบ 30 , 50 และ 100นาที สำหรับประเทศกลุ่มยุโรป เริ่มต้นที่ นาทีละ 15 บาท (ใช้งานในUK บนเครือข่าย Vodafone เท่านั้น)5. โปรโมชั่นใหม่สดๆร้อนๆ ฟรี 1 วัน Non-stop data roaming ให้ลูกค้าบุคคลธรรมดาแบบรายเดือน ที่มี Priceplan 499 (แพ็กเกจรายเดือน) ขึ้นไป สามารถสมัครรับสิทธิใช้งานดาต้าแบบไม่จำกัดฟรี 1 วัน ต่อเดือน เพียง กด*118*888# โทรออก

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.truemove-h.com/roaming หรือ โทร TrueMove H Care 1331 ที่ +66891001331 ได้ฟรีจากทุกประเทศทั่วโลก ตลอด 24ชั่วโมง

 

*เทคนิกซุปเปอร์ลับล่าสุดเพื่อใช้เน็ต IR สุดประหยัด
1) จัดการ Application ต่างๆ ที่โหลดไว้ก่อนนี้
– ลบที่ไม่จำเป็นออกไปเลย
– ปิด Auto refresh, Auto update version, Auto play ต่างๆ
2) ตั้ง Limit การใช้งานไว้ให้คอยเตือนเรา
3) ปิด Notification ทุก Application
4) ปิด IR เมื่อไม่ได้ใช้ เช่นเวลาอยู่โรงแรมควรใช้ Wifi และปิดโดยเลื่อน Slide IR กลับคืนมาด้านซ้าย ตื่นเช้าจะออกเดินทางค่อยเปิดก็ได้ค่ะ

ใครมีเทคนิคอื่นๆมาแลกเปลี่ยนกันได้เลยค่ะ

 

 

 

ติดตาม travel.truelife.com อีกช่องทางที่

    

 ทุกเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อาหาร และที่พัก คลิกที่ http://travel.truelife.com

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

COMMENT

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ

Back to Top