สำหรับสายกินทั้งหลายล้วนแล้วแต่ พนันได้เลยว่าต้องมีจุดมุ่งหมายในใจก่อนไปเที่ยวกันอยู่แล้ว เช่น ไปกินปลาดิบสดๆ ต้องไปญี่ปุ่น ไปกินช็อกโกแลตหอมหวานต้องเบลเยียม หรือแฮมเบอร์เกอร์เนื้อแน่นๆ ที่อเมริกา เป็นต้น

 

 

     แต่อันที่จริงจุดหมายเหล่านี้ก็ไม่ค่อยแปลกใหม่เร้าใจซักเท่าไหร่แล้ว ใครเคยไปจนเบื่อหรือไม่ได้รู้สึกอยากไปที่เหล่านี้แล้ว เราอยากแนะนำ 11 จุดหมายใหม่ที่มีของอร่อย แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักมาฝากกัน รวบรวมจากผลสำรวจของ Booking.com ที่สอบถามนักเดินทางจากรอบโลกกว่า 50,000 คน ดังนี้ครับ    

 

1. จิบไวน์และผ่อนคลายที่เมืองเซกซาร์ด ประเทศฮังการี

 

 

     เบนเข็มจากนาปาวัลเลย์ชื่อดังไปจุดหมายแปลกใหม่อย่างเซกซาร์ดซึ่งผู้เดินทางที่จองที่พักผ่าน Booking.com นั้นแนะนำว่าเมืองนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการชิมไวน์ เซกซาร์ดเป็นเมืองหลวงของตอลน่าเคาน์ตี้ซึ่ง เมืองแห่งนี้ถือเป็นพื้นที่ปลูกองุ่นสำหรับทำไวน์แดงที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศฮังการี โดยมีความเป็นมาย้อนไปหลายพันปีทีเดียว ที่นี่ยังมีชื่อเสียงในเรื่องไวน์แบบฟูลบอดี้ (full-bodied) และไวน์แดงซึ่งมีกลิ่นหอมของเครื่องเทศสมุนไพร (spicy red) กล่าวได้ว่าเซกซาร์ดเป็นสถานที่ผลิตไวน์คุณภาพ จำนวนมากซึ่งกวาดรางวัลมามากมายทั้งระดับประเทศและนานาชาติ

 

2. จิบเบียร์ที่เมืองชิงเต่า ประเทศจีน

 

 

     นอกจากชิงเต่าจะเป็นเมืองท่าที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้า สวนสาธารณะ และชายหาดแล้ว เมืองแห่งนี้ยังเป็นบ้านเกิดของบริษัท Tsingtao Brewery Co., Ltd โรงกลั่นเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ สองของประเทศจีน ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี คศ. 1903 โดยชาวเยอรมันที่ย้ายมาตั้งรกรากที่นี่ ส่วนพิพิธภัณฑ์ Tsingtao Beer Museum ก็บอกเล่าเรื่องราวของโรงกลั่นที่มีชื่อเดียวกันและสถานที่ทั้งสองแห่งต่างตั้งอยู่บนถนนที่ชื่อเข้ากันอย่าง Beer Street อีกด้วย! ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดทั้งเดือนสิงหาคมยังมีการจัดเทศกาลเบียร์นานาชาติชิงเต่า (Qingdao International Beer Festival) ซึ่งจัดอย่างยิ่งใหญ่และเมามันไม่แพ้เทศกาลเบียร์อ็อกโทเบอร์เฟสต์ (Oktoberfest) ของประเทศเยอรมนีเลยทีเดียว เตรียมตัวซดหมดแก้วทันทีที่ได้ยินเสียงตะโกนว่า “gan bei” (ในภาษาจีนแปลว่า “ชนแก้ว”) กันได้เลย

 

3. จิบชายามบ่ายในเมืองบาธ ประเทศสหราชอาณาจักร

 

 

     ธรรมเนียมของอังกฤษที่ขาดไม่ได้เลยคือการดื่มชายามบ่าย แม้เวลาจะล่วงเลยมาถึงปัจจุบันธรรมเนียมนี้ก็ยังคงได้รับ ความนิยม อย่างเหนียวแน่นไม่ต่างจากในยุคจอร์เจียน และเมืองบาธก็ได้รับการแนะนำจากเหล่าผู้เดินทางว่าเหมาะอย่างยิ่งที่จะไปสัมผัสธรรมเนียมนี้ จะมีที่ไหนที่คุณจะได้เพลิดเพลินกับอาหารดั้งเดิมที่ประกอบด้วยแซนวิชชิ้นเล็ก ๆ สโคนเสิร์ฟพร้อมครีมกับแยม และสวีตเค้ก (ซึ่งเป็นอาหารมื้อย่อยในทศวรรษที่ 1840 เพื่อรองท้องก่อนถึงถึงมื้อค่ำ) ได้เท่า The Pump Room ที่นี่ถือเป็นศูนย์กลางการสังสรรค์ในเมืองบาธมากว่า 200 ปีและมีการกล่าวถึงในวรรณกรรมหลายเรื่องของเจน ออสเต็นอีกด้วย

 

4. สัมผัสซัมเมอร์แสนหวานในเมียนซิซดรอแย ประเทศโปแลนด์

 

 

     เมียนซิซดรอแยเป็นเมืองรีสอร์ทริมทะเลที่แสนคึกคักซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศโปแลนด์ บนเกาะโวลินที่ชายฝั่งทะเลบอลติก ในช่วงซัมเมอร์ที่นี่จะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 14 วาฟเฟิลเป็นของว่างช่วงฤดูร้อนที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ดังนั้นในประเทศโปแลนด์และเมืองเมียนซิซดรอแย คุณจะพบคนขายวาฟเฟิลพร้อมขนมแสนอร่อยหลากรสชนิดนี้ได้แทบทุกหัวมุมถนน ผลสำรวจเผยว่าผู้เดินทางกว่า 6 ใน 10 (ร้อยละ 61) บอกว่าเลือกจุดหมายจากที่ที่มีเครื่องดื่มและอาหารรสเยี่ยม ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่เมืองมีนซิดโดรเยจะมีชื่อเสียงเรื่องวาฟเฟิลในหมู่นักท่องเที่ยว

 

5. ลิ้มลองซูชิที่ดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี

 

 

     น่าสนใจทีเดียวที่มีผู้เดินทางถึงร้อยละ49 วางแผนที่จะท้าทายตนเองด้วยประสบการณ์ลิ้มลองอาหารประเภทใหม่ ๆ ในระหว่างเดินทาง ทำไมไม่ลองอาหารแบบที่คุ้นเคยในบรรยากาศแปลกใหม่ดูล่ะ? ดุสเซลดอร์ฟเป็นเมืองขึ้นชื่อในเรื่องแฟชั่นและศิลปะ แต่คงเป็นจุดหมายที่คาดไม่ถึงว่าจะเป็นแหล่งซูชิอีกด้วย โดยเมืองแห่งนี้เป็นที่ตั้งของชุมชนคนญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของยุโรป จึงมีร้านอาหารญี่ปุ่น และซูชิบาร์ให้เลือกมากมายทั่วเมืองและเป็นจุดหมายแนะนำหากคุณหลงใหลอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมชนิดนี้

 

6. มาลองอาหารมังสวิรัติที่โคยะซัง ประเทศญี่ปุ่น

 

 

     ภูเขาแห่งโคยะซัง (ภูเขาโคยะ) ตั้งอยู่บนคาบสมุทรคี โดยอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเกินกว่า 800 เมตร นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก ในอดีตภูเขาโคยะถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นจุดหมาย สำหรับการเดินทางจาริกแสวงบุญของบรรดาผู้ศรัทธาในศาสนาพุทธนิกายชินงอน ทั้งนี้ บรรดาพระและผู้ศรัทธาจะทานอาหารมังสวิรัติ (ในแบบวีแกน) ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นกันเรียกว่า “โชจิน เรียวริ” หมายถึง “อาหารแห่งการอุทิศตน” อิ่มอร่อยกับอาหารเปี่ยมรสชาติที่ภัตตาคารซึ่งมีอายุนับร้อยปี และด้วยตัวเลือกอาหารมังสวิรัติที่หลากหลายเมนู โคยะซันจึงเป็นจุดหมายที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบรรดาผู้ทานอาหารมังสวิรัติที่รู้สึกกังวลเรื่องข้อจำกัดในการรับประทานอาหารของตนระหว่างเดินทาง ซึ่งผลสำรวจกล่าวว่าผู้เดินทางที่มีข้อจำกัดดังกล่าวนี้มีถึง 1 ใน 10 ทีเดียว

 

7. กินอาหารดีต่อสุขภาพที่ชังกู ประเทศอินโดนีเซีย

 

 

     ด้วยชายหาดยาวกว่า 10 กิโลเมตรที่มีหมู่บ้านริมชายฝั่งเรียงราย ณ ชายฝั่งทางใต้ของบาหลี ชังกูเป็นเหมือนสวรรค์อันแสนผ่อนคลายของนักโต้คลื่นที่มีร้านอาหารเพื่อสุขภาพมากมายซึ่งเสิร์ฟอาหารอินโดนีเซีย ในแบบเรียบง่ายแต่ดีต่อสุขภาพให้คุณเติมพลังก่อนจะเพลิดเพลินไปกับเกลียวคลื่นตลอดทั้งวัน

 

8. ทานอาหารสไตล์กูร์เมต์ที่ฟรันส์ฮุค ประเทศแอฟริกาใต้

 

 

     หมู่บ้านฟรันส์ฮุค (Franschhoek หรือ French Corner) ซ่อนตัวอยู่ในเคปไวน์แลนด์ของประเทศแอฟริกาใต้ และเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองหลวงแห่งอาหารกูร์เมต์ของประเทศ เมืองแห่งนี้ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศ และคนท้องถิ่นให้มาเยือนไร่องุ่น ลิ้มรสอาหารที่ร้านอาหารชื่อดัง และบ้านเก่าแก่ ยิ่งไปกว่านั้นด้วยจำนวนผู้เดินทางร้อยละ 23 ที่ค้นหาร้านอาหารระดับดาวมิชลิน ฟรันส์ฮุคจึงเหมาะสำหรับการมาลิ้มรสอาหารกูร์เมต์จากเชฟมือรางวัล

 

9.ไปเยือนโรงงานทำชีสในทิลลามุก ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

 

     โรงงานทำชีส Tillamook Cheese Factory ตั้งอยู่บนชายฝั่งที่งดงามของรัฐโอเรกอน โดยโรงงานแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตสินค้าที่ทำจากนมซึ่งมีคุณภาพสูงและให้รสชาติดีเยี่ยมมานานกว่าศตวรรษ ท่านสามารถสัมผัสวิถีชีวิตในฟาร์มที่ศูนย์เยี่ยมชม ตลอดจนดูสายการผลิตสินค้าต่างๆ และชิมผลิตภัณฑ์แสนอร่อยที่ทำขึ้นในทิลลามุก

 

10. ลิ้มลองขนมหวานที่ลวีฟ ประเทศยูเครน

 

 

     ลวีฟเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางฝั่งตะวันตกของประเทศยูเครน ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ช็อกโกแล็ตประจำเมืองที่ใจกลาง ย่านประวัติศาสตร์ ลองมาดูให้เห็นกับตาว่าช็อกโกแล็ตได้พัฒนามาเป็นของหวานแสนอร่อยได้อย่างไร และลองชิมช็อกโกแล็ตที่คุณเลือกได้เอง นอกจากนี้ ลวีฟยังเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลช็อกโกแล็ตแห่งชาติ (National Chocolate Festival) ในเดือนตุลาคม 2018 ซึ่งเป็นเทศกาลของยูเครนที่รวบรวมแบรนด์ขนมหวานที่ดีที่สุด และรวมตัวบรรดาผู้ผลิตช็อกโกแลตโฮมเมดในยูเครนมาไว้ในที่เดียว

 

11. ลิ้มลองอาหารทะเลสดใหม่ในเมืองตงกั่ง ไต้หวัน

 

 

     ตงกั่งตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของไต้หวัน ตามแนวช่องแคบไต้หวัน เมืองแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในท่าเรือประมงที่ใหญ่ที่สุด ในไต้หวันและมีอุตสาหกรรมด้านอาหารทะเลที่เฟื่องฟู ดังจะเห็นได้จากบรรดาร้านอาหาร ที่เสิร์ฟอาหารปรุงด้วยวัตถุดิบสดใหม่จากเรือประมง ไปเยือนตลาดอาหารทะเลตงกั่งที่มีแผงขายปลาสด อาหารทะเลแห้ง ผัก และปลาดิบที่สดใหม่ไม่แพ้ที่ญี่ปุ่น ผู้ไปเยือนสามารถทานอาหารทะเลพลางชมวิวแม่น้ำที่ไหลสู่ช่องแคบไต้หวันได้ จะมีอะไรที่สดชื่นไปมากกว่านี้อีกล่ะ?

 

ขอขอบคุณข้อมูล และภาพประกอบwww.booking.com

 

 

อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป

ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่

 

 

 

Tags

จัดอันดับที่เที่ยว เที่ยวต่างประเทศ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Top