รับมืออย่างไร? ถ้าตกอยู่ในเหตุการณ์ก่อการร้าย เอาตัวรอดให้ได้ใน 3 ขั้นตอน

     ภัยก่อการร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม เราอาจจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ใครจะแน่ใจได้ล่ะว่าวันดีคืนดีเราอาจต้องไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น (อย่างที่เกิดขึ้นในสนามบินอิสตันบูล หรือเหตุกราดยิงที่ลาสเวกัสที่ผ่านมา) ดังนั้นแล้ว การรู้แนวทางปฎิบัติที่ถูกต้องเมื่อต้องพบกับการก่อการร้าย ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับตัวคุณ และคนที่ไปด้วยมากขึ้นครับ

 

รับมืออย่างไร? ถ้าตกอยู่ในเหตุการณ์ก่อการร้าย เอาตัวรอดให้ได้ใน 3 ขั้นตอน

เตรียมตัว แต่ไม่ตระหนก

      แม้จะบอกว่าเราควรเตรียมตัวให้พร้อมเสมอเผื่อเกิดเหตุร้าย แต่ที่แย่ก็คือเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เลยทำให้หลายๆ คนเตรียมตัวจนเกินพอดี หวาดระแวงจนมากเกินไปจนทำให้เที่ยวไม่สนุก ฉะนั้นตั้งสติแล้วหาจุดกึ่งกลางให้ดีครับ

 

ขั้นตอนสู่การเอาตัวรอดจากก่อการร้าย

      ขอให้ทุกคนจำไว้เสมอว่าไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวจริงๆ ในเรื่องนี้ ว่าหากทำตามขั้นตอนทั้งหมดนี้ได้คุณจะรอดตาย เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีการพลิกผันได้ทุกเมื่อ (จนบางครั้งเราอาจต้องอาศัย “โชค” มากกว่าด้วยซ้ำ) แต่อย่างน้อยๆ การทำตามลำดับวิธีต่อไปนี้จะช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มโอกาสรอดให้มากขึ้น หลักๆ แล้วมี 3 ขั้นตอน ดังนี้

 

 

     1. ช่วงแรกของการเริ่มต้นเหตุการณ์ ไม่ว่าจะมีคนบุกเข้ามากราดยิง หรือมีระเบิดขึ้นมา หากคุณยังรอดจากการโจมตีครั้งแรกอยู่ นั่นแปลว่าคุณจะพอมีดวงอยู่บ้าง ให้รีบหาที่หลบโดยเร็ว

 

ตั้งสติไว้ให้มั่น พูดง่ายแต่ทำยาก เพราะเหตุการณ์ตอนนี้จะมีแต่ความสับสนอลหม่าน ผู้คนแตกตื่น แต่เราก็ต้องย้ำกับตัวเองให้ได้ ว่า ตั้งสติให้ดี

 

ก้มต่ำ หาที่กำบังให้เร็วที่สุด อย่าอยู่นิ่งกับที่จนกว่าจะเข้าที่กำบัง ที่กำบังที่ปลอดภัยจะเป็นตามเสาคอนกรีต เพราะมันหนาพอที่จะบังกระสุน สะเก็ดระเบิด หรือซากสิ่งของที่อาจร่วงหล่นได้

 

– หาทางแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เร็วที่สุด (เมื่อแน่ใจว่าพ้นจากที่เกิดเหตุแล้ว) พยายามรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ ที่เหลือ (สำคัญคือควรจะเป็นกลุ่มที่ “ตั้งสติ” กันได้แล้ว)

 

– หากได้ยินการประกาศแจ้งจากเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะทางวิทยุ โทรทัศน์ หรือเสียงประกาศจากสื่อใดๆ ก็ตาม จงทำตามอย่างเคร่งครัด

 

– ถ้าเห็นคนมีอาการสำลัก ล้มลงหมดสติให้สันนิษฐานได้ว่าอาจมีแก๊ส หรือสารเคมีใดๆ ปะปนอยู่ในอากาศ ให้หาผ้า (ผ้าพันคอ, เสื้อ) ชุบน้ำได้ยิ่งดี แล้วปิดปาก จมูกให้เรียบร้อย

 

====================

 

 

     2. ช่วงที่สองคือการหาทางหนีออกจากที่เกิดเหตุ (หากคุณยังอยู่ในที่เกิดเหตุ)

 

– หากติดอยู่ภายในตัวอาคาร ให้หาทางออกให้เร็วที่สุด สิ่งที่คุณควรรู้ตั้งแต่เข้ามาในอาคารใดๆ ก็แล้วแต่ คือการสังเกตุป้ายทางออกฉุกเฉินอยู่เสมอ นั่นอาจช่วยชีวิตคุณได้ในสักวัน

 

– ถ้าไม่รู้ทางออกจริงๆ ให้หาที่ซ่อนตัว ล็อคประตู หาของมาขวางประตูไว้ ปิดเสียงโทรศัพท์ให้เรียบร้อย

 

– ถ้าเหตุร้ายเกิดที่ภายนอกอาคาร และตัวคุณอยู่ในอาคาร ให้ถอยห่างจากหน้าต่างให้มากที่สุด เผื่อกรณีที่อาจมีการระเบิดซ้ำสอง ปิดเครื่องปรับอากาศเพื่อป้องกันสารพิษ เขม่าควัน ไฟจากระเบิดเล็ดลอดเข้ามา   

 

– หากอาคารที่คุณอยู่ไม่ได้รับความเสียหาย หรือมีเพลิงไหม้ ก็คสรจะอยู่นิ่งกับที่ รอจนกว่าจะมั่นใจว่าเหตุการณ์สงบแล้วค่อยหาทางออกมา (หรือรอเจ้าหน้าที่ก็ได้)

 

====================

 

     3. ขั้นตอนที่ 3 นี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่ใครๆ ก็ไม่อยากมาถึง นั่นคือตัวอาคารถูกผู้ก่อการร้ายยึดไว้โดยที่คุณยังติดอยู่ข้างใน

 

– ให้หาที่ซ่อนที่พบตัวได้ยาก ล็อคประตู หาของมาขวางประตูไว้ ปิดไฟในห้อง ปิดเสียงโทรศัพท์ให้เรียบร้อย

 

– หยิบฉวยสิ่งที่พอจะใช้เป็นอาวุธได้ เช่นเศษกระจก มีด ท่อนไม้ ฯลฯ แต่อย่าลืมว่า ห้าม! เผชิญหน้าตรงๆ กับผู้ก่อการร้ายเด็ดขาด

 

– หากถูกพบตัว และไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ ก็จงพยายามต่อสู้อย่างสุดกำลัง เพื่อรักษาชีวิตให้รอด การสู้แบบกล้าๆ กลัวมีแต่จะทำให้คุณตายเร็วขึ้นเท่านั้น แต่ถ้ามีโอกาสก็จงวิ่งหนีทันที

 

     สุดท้ายแล้ว อย่าลืมว่าการต่อสู้เป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น การมีสติ ไม่ตื่นตระหนก และอยู่ในที่ที่ปลอดภัยเป็นหลักการสำคัญที่สุดที่จะทำให้คุณรอดได้ และเมื่อปลอดภัยแล้วให้ติดต่อสถานทูตไทยในประเทศนั้นๆ (คลิกเพื่อดูรายชื่อสถานทูตไทยในต่างแดน) เพื่อขอความช่วยเหลือ และหาทางติดต่อครอบครัวโดยเร็วครับ

 

 

 

อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป 

ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่

 

Facebook Twitter

และ แอปพลิเคชั่น 

TrueID Application Add friend ที่ ID : @TrueID

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

COMMENT

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ