พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก แลนด์มาร์คแห่งใหม่ จ.ยโสธร แวะไปเช็คอินด่วนๆ ไม่งั้นเอ้าท์!

 

ลืมเมอร์ไลอ้อนสิงคโปร์ไปได้เลย! เพราะวันนี้เมืองไทยเรามีแลนด์มาร์คแห่งใหม่ พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก สุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำทวนใน จ.ยโสธร เป็นตึกพิพิธภัณฑ์รูปคางคก ความสูง 19 เมตร หรือเท่ากับตึก 5 ชั้น สำหรับชาวอีสาน คางคกเป็นสัตว์ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และเป็นตำนานความเชื่อเกี่ยวกับประเพณีบุญบั้งไฟที่มีมาช้านาน จึงเป็นที่มาของแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ที่ใครไปเที่ยวยโสธรก็ต้องแวะไปเช็คอิน (คลิกอ่าน เที่ยวยโสธร 1 วัน ไปไหนดี ? รวมที่เที่ยวและกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด)

พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก แลนด์มาร์คแห่งใหม่ จ.ยโสธร แวะไปเช็คอินด่วนๆ ไม่งั้นเอ้าท์!

 

ภายในพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับคางคกกว่า 500 สายพันธุ์ทั่วโลก และมีการจัดฉายตำนานของประเพณีบุญบั้งไฟในรูปแบบภาพยนตร์ 4 มิติ ให้นักท่องเที่ยวได้มาศึกษาประเพณีและเรียนรู้วิทยาศาสตร์ไปพร้อมๆ กัน แลนด์มาร์คแห่งนี้ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในโครงการ “เขาเล่าว่า” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกด้วย

 

"มหายุทธแดนอีสาน"

พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก อ.เมือง จ.ยโสธร

พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก จ.ยโสธร-3 

เขาเล่าว่า...

กาลครั้งหนึ่งที่อีสานแล้ง เพราะฝนไม่ตกต่อเนื่องกันถึง 7 ปี 7 เดือน 7 วัน !!! จนทำให้พญามหายุทธแดนอีสานอาสานำสัตว์ต่างๆ เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย ปลวก ผึ้ง และต่อแตน ขึ้นไปรบกับพญาแถนจนชนะ ฝนจึงตกมาตามเดิม โดยมีข้อแม้ว่า ต้องจุดบั้งไฟขึ้นไปบอกกล่าวทุกปี ทั้งหมดนี้จึงเป็นเรื่องราวที่มาของประเพณีบั้งไฟ และแลนด์มาร์คพญามหายุทธแดนอีสานแห่งใหม่ของเมืองไทย ...ที่ใครเห็นต้องตะลึง

 

พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก จ.ยโสธร-1

พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก จ.ยโสธร-2

 

ตำนานนั้นมีอยู่ว่า พญาคันคากเป็นพระโพธิสัตว์ เสวยชาติเป็นโอรสของกษัตริย์ เหตุที่ได้ชื่อว่า “พญาคันคาก” เป็นเพราะเมื่อครั้งประสูติมีรูปร่างผิวพรรณเหมือนคางคก หรือที่ชาวอีสานเรียกกันว่า คันคาก และถึงแม้พระองค์จะมีรูปร่างอัปลักษณ์ แต่พระอินทร์ก็คอยช่วยเหลือ จนพญาคันคากเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน จนลืมที่จะเซ่นบูชาพระยาแถน พระยาแถนจึงโกรธ ไม่ยอมปล่อยน้ำฝนให้ตกลงมายังโลกมนุษย์

พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก จ.ยโสธร-4

พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก จ.ยโสธร-6

พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก จ.ยโสธร-7

ศึกการต่อสู้ระหว่างพญาคันคากและพญาแถนจึงเกิดขึ้น โดยพญาคันคากได้นำทัพสัตว์ต่างๆ ขึ้นไปรบ จนได้รับชัยชนะ พญาแถนจึงปล่อยให้ฝนตกลงมาเช่นเดิม แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องจุดบั้งไฟขึ้นไปบูชาเป็นประจำทุกปี จึงเป็นที่มาว่าเมื่อถึงเดือนหกอันเป็นต้นเดือนฤดูฝน ชาวอีสานจึงทำบั้งไฟจุดขึ้นบนฟ้าถวายพญาแถน เพื่อฝนจะได้ตกต้องตามฤดูกาลนั่นเอง

 

ใครที่มีโอกาสไปเที่ยวจังหวัดยโสธร อย่าพลาดไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์พญาคันคากสุดอลังการแห่งนี้ รวมถึงพิพิธภัณฑ์พญาแถน และพิพิธภัณฑ์พญานาค ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน ซึ่งภายในก็จะรวบรวมตำนานพญานาคทั้งหมดมาไว้ให้ได้ศึกษาเช่นกัน

พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก จ.ยโสธร-10

พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก จ.ยโสธร-8

พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก จ.ยโสธร-11

 

พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก

ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ยโสธร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ททท. สำนักงานอุบลราชธานี

โทรศัพท์ 045-243-770

การเดินทาง

1.จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จนถึงจังหวัดสระบุรี แยกขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ผ่านจังหวัดนครราชสีมา อำเภอพิมาย จนถึงอำเภอบ้านไผ่ แล้วแยกขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านอำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเสลภูมิ จนถึงจังหวัดยโสธร

2.จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จนถึงจังหวัดสระบุรี แยกขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) จนถึงจังหวัดนครราชสีมา เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 207 ที่บ้านวัด ไปจนถึงอำเภอประทาย ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 202 ผ่านอำเภอพุทไธสง อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ ไปจนถึงจังหวัดยโสธร

 

ขอบคุณทริปดีๆ จาก ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก และ ททท.สำนักงานอุบลราชธานี

 

**บทความรีวิวร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว และแนะนำวางแผนเที่ยว เป็นบทความที่ทางเว็บขอสงวนลิขสิทธิ์ผลงานการเขียน ห้ามทำซ้ำ หรือคัดลอกเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อในเว็บอื่นๆ และสื่อตีพิมพ์ จนกว่าจะได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากทีมงาน

 

ติดตาม travel.truelife.com อีกช่องทางที่

    

 ทุกเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อาหาร และที่พัก คลิกที่ http://travel.truelife.com

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

COMMENT

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ

LOAD MORE 5/10 ดูทั้งหมด