12 สถานที่ล่องแก่ง ในอุทยานแห่งชาติเมืองไทย ท้าทายประสบการณ์


 

อุทยานแห่งชาติของประเทศไทยมีลำน้ำที่เหมาะแก่การล่องแก่งได้อย่างสนุกสนานอยู่หลายแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งก็มีระดับความยากง่ายแตกต่างกันไป ใครที่อยากจะล่องแก่งสามารถไปได้ใน 12 ที่ในอุทยานแห่งชาตินี้เลย

12 สถานที่ล่องแก่ง ในอุทยานแห่งชาติเมืองไทย ท้าทายประสบการณ์

 

1.แม่น้ำปาย: อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย จ.แม่ฮ่องสอน

แม่น้ำปายเป็นแม่น้ำสายที่มีลักษณะคดเคี้ยวแต่ไม่กว้างใหญ่นัก พื้นน้ำจะตื้นเขินเป็นส่วนใหญ่ เต็มไปด้วยหาดกรวดและโขดหินผุดกลางน้ำเป็นช่วงๆ ตลอดเส้นทางจะเป็นแนวป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์และป่าลุ่มน้ำยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด

ระยะทาง : ประมาณ 45 – 50 กิโลเมตร

ระยะเวลาที่ใช้ : 1 คืน 2 วัน วันแรกเป็นการล่องแม่น้ำของ ผ่านน้ำตกซู่ซ่า ไปลงแม่น้ำปาย สายน้ำจะกว้างขึ้น พักนอนกลางป่า 1 คืน วันที่สองล่องแม่น้ำปายต่อ ผ่านแก่งต่างๆ จำนวน 15 แก่ง นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติสองข้างทางที่สวยงาม

ช่วงเวลาที่เหมาะสม: เดือนพฤศจิกายน – ปลายเดือนกุมภาพันธ์

แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง : บ่อน้ำร้อนปาย ถ้ำลอด เมืองแม่ฮ่องสอน

 

2.ลำน้ำเงา : อุทยานแห่งชาติแม่เงา จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.ตาก

ลำน้ำเงา เกิดจากป่าต้นน้ำในอุทยานแห่งชาติแม่เงา ไหลผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่เงาเป็นระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร ไปบรรจบแม่เมย เป็นเส้นแบ่ง 2 จังหวัด คือ จ.ตาก และ จ.แม่ฮ่องสอน ลักษณะลำน้ำมีความใสมาก กว้างประมาณ 10 – 20 เมตร ไหลคดเคี้ยวไปมา

ระยะเวลาที่ใช้ : 1 – 2 วัน

ระดับความยาก : 1 – 2 ค่อนข้างง่ายถึงปานกลาง แทบไม่มีแก่งยากเลย มีแก่งระดับ 3 เพียงช่วงสั้นๆ

ช่วงเวลาที่เหมาะสม : เดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์

แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง : อุทยานแห่งชาติลุ่มน้ำคง อุทยานแห่งชาติแม่เมย
 

12 สถานที่ล่องแก่ง ในอุทยานแห่งชาติเมืองไทย ท้าทายประสบการณ์


3.แม่น้ำแม่แตง : อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่

แม่น้ำแม่แตงมีต้นกำเนิดจากดอยปุกป่าแผกในเขต อ.เชียงดาว สายน้ำมีความยาวประมาณ 135 กิโลเมตร สภาพลำน้ำกว้างพอสมควร ฤดูหนาวน้ำจะใส ฤดูร้อนน้ำจะลดลง สองฝั่งเป็นป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้และนกนานาชนิด ลำน้ำเต็มไปด้วยเกาะแก่งและโขดหิน

ระยะทาง : เดินเท้าจากโป่งเดือด อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังเข้าไปประมาณ 9 กิโลเมตร และล่องแพทั้งหมด 3 ช่วง ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร

ระยะเวลาที่ใช้ : ประมาณ 7 ชั่วโมง

ระดับความยาก : 1 – 2 (ตอนล่าง)

ช่วงเวลาที่เหมาะสม : สามารล่องแพไม้ไผ่ได้ตลอดทั้งปี แต่ละฤดูกาลมีบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป แต่ช่วงที่เหมาะสมคือ ปลายฤดูฝน – ฤดูหนาว

แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง : การนั่งช้างหรือนั่งเกวียนชมธรรมชาติ การอาบน้ำแร่โป่งเดือด ชมวัฒนธรรมชาวเขา

 

4.แม่น้ำแม่แจ่ม : อุทยานแห่งชาติออบหลวง และอุทยานแห่งชาติแม่โถ จ.เชียงใหม่

แม่น้ำแม่แจ่ม เป็นลำน้ำใหญ่ที่มีน้ำไหลเชี่ยวคดเคี้ยวไประหว่างโขดเขาและหุบผา มีเกาะแก่งอยู่กลางลำน้ำสลับกับหาดทรายขาว น้ำจะไหลเชี่ยวในหน้าฝน ส่วนหน้าหนาวจะลดความรุนแรงลง

ระยะทาง : มีทั้งแบบสั้นทีสุด ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ใช้เวลาล่อง 20 นาที ระยะ 5 กิโลเมตร 8 กิโลเมตร 25 กิโลเมตร และระยะ 37 กิโลเมตร แบบต้องพักค้าง 1 คืน

ระดับความยาก : ช่วงบนระดับ 2 – 5 รวม 8 แก่งใหญ่ เหมาะสำหรับมืออาชีพเท่านั้น ช่วงล่างระดับ 1 – 2 เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป

ช่วงเวลาที่เหมาะสม : เดือนตุลาคม – มีนาคม 

แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง : บ่อน้ำร้อนเทพพนม ออบหลวง น้ำตกแม่บัวคำ น้ำตกแม่จอน น้ำตกแม่เตี๊ยะ ถ้ำตอง ดอยผาช้าง สันดอยคำ ในอุทยานแห่งชาติออบหลวง และจุดชมทิวทัศน์ดอยแม่โถ น้ำตแม่แอบ น้ำตกแม่ลิด ในอุทยานแห่งชาติแม่โถ
 

12 สถานที่ล่องแก่ง ในอุทยานแห่งชาติเมืองไทย ท้าทายประสบการณ์


5.ลำน้ำว้า : อุทยานแห่งชาติแม่จริม จ.น่าน

ลำน้ำว้าเป็นสายน้ำที่ไม่ใหญ่มากนัก ในฤดูฝนน้ำจะมาก ในฤดูหนาวน้ำจะใสมาก จนถึงฤดูร้อนน้ำจะค่อยๆ ลดลง จุดเริ่มล่องเรือยางห่างจากจังหวัดน่านประมาณ 85 กิโลเมตร

ระยะทาง : แบ่งเป็น 3 ตอน คือ น้ำว้าตอนบน น้ำว้าตอนกลาง น้ำว้าตอนล่าง ซึ่งส่วนใหญ่นิยมล่องที่น้ำว้าตอนกลางและตอนล่าง 

ลำน้ำว้าตอนบน เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวที่หนักไปทางผจญภัย เพราะมีแกงกว่า 100 แก่ง ความยากระดับ 4 – 5 ต้องค้างแรมกลางทาง 1 คืน

ลำน้ำว้าตอนกลาง จัดเป็นแก่งที่มีความยากระดับ 4- 5 มีแก่งขนาดเล็กและใหญ่กว่า 100 แก่ง ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน 

ลำน้ำว้าตอนล่าง มีจุดเริ่มล่อง 4 จุด ระยะทางมีตั้งแต่ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาล่องประมาณ 1 ชั่วโมง ระยะ 14 – 15 กิโลเมตร ใช้เวลาล่องประมาณ 2 – 6 ชั่วโมง

ระดับความยาก : 

ฤดูฝน เดือน พ.ค. – ก.ย. ระดับ 3 – 5 

ฤดูหนาว เดือน ก.ย. – ก.พ. ระดับ 3 – 4 

ฤดูร้อน เดือน ก.พ. – พ.ค. ระดับ 2 – 3 

ช่วงเวลาที่เหมาะสม : ล้ำน้ำว้าตอนล่างสามารถล่องได้ตลอดทั้งปี ลำน้ำว้าตอนกลาง เหมาะที่จะล่อช่วงเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ ระดับไม่ยาก ไม่งายเกินไป ส่วนลำน้ำว้าตอนบน เหมาะที่จะล่องช่วงต้นฤดูหนาว

 

6.คลองสวนหมาก : อุทยานแห่งชาติคลองลาน จ.กำแพงเพชร

แก่งเกาะร้อย เกิดในคลองสวนหมาก เป็นสายน้ำที่ไม่กว้างนัก มีแก่งหินและหาดทราย น้ำใสตลอดปี

ระยะทาง : ประมาณ 5 กิโลเมตร

ระยะเวลาที่ใช้ : 1 ชั่วโมง

ระดับความยาก : 1 – 2 

แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง : น้ำตกคลองลาน น้ำตกคลองน้ำไหล อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า
 

12 สถานที่ล่องแก่ง ในอุทยานแห่งชาติเมืองไทย ท้าทายประสบการณ์


7.แม่วงก์ :อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.กำแพงเพชร และ จ.นครสวรรค์

แม่วงก์ เป็นลำน้ำหนึ่งที่สำคัญของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร อ.แม่วงก์ และ กิ่ง อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ ลำน้ำแม่วงก์ไม่ได้เหมาะเฉพาะการล่องแก่งด้วยเรือยางเท่านั้น แต่ยังสามารถล่องแก่งด้วยเรือคายัคได้อีกด้วย ที่นี่ยังเหมาะสำหรับมือใหม่หัดพายหรือมือสมัครเล่น

ระยะทาง : ประมาณ 7 กิโลเมตร

ระยะเวลาที่ใช้ : ประมาณ 2 ชั่วโมง

ระดับความยาก : 2 – 3 

แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง : เส้นทางศึกษาธรรมชาติ 3 เส้นทาง

 

8.ลำน้ำเข็ก : อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก

ลำน้ำเข็กเป็นลำน้ำอันดับหนึ่งและสุดยอดของประเทศไทยในปัจจุบัน เหมาะสำหรับนักล่องแก่งมืออาชีพที่มีประสบการณ์และชอบความท้าทาย ความตื่นเต้น สำหรับแก่งเด่นที่ผ่าน ได้แก่ แก่มรดกป่า ที่ร่มครึ้มไปด้วยต้นไคร้น้ำ กับแก่งต่อเนื่องกันไปจนถึงแก่งปากยางที่ยาวต่อเนื่องเป็นร้อยเมตร 

ระยะทาง : ประมาณ 8 กิโลเมตร

ระยะเวลาที่ใช้ : 3 – 4  ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณและความรุนแรงของกระแสน้ำในช่วงนั้น

ระดับความยาก : 

ฤดูฝน พ.ค. – ต.ค. ระดับ 4 – 5 

ฤดูหนาว พ.ย. – ม.ค. ระดับ 3 – 4  

ฤดูร้อน ก.พ. – มิ.ย. ระดับ 2 – 3 

ช่วงเวลาที่เหมาะสม : เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน – ตุลาคม ของทุกปี
 

12 สถานที่ล่องแก่ง ในอุทยานแห่งชาติเมืองไทย ท้าทายประสบการณ์


9.ลำน้ำใสใหญ่ : อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี จ.นครนายก จ.นครราชสีมา และ จ.สระบุรี

บริเวณลำน้ำใสจะมีเกาะแก่งมากมายโดยตลอด ส่วนที่น้ำไหลแรงจะเกิดวังน้ำ หรือห้วงน้ำลึก และมีลานหิน โขดหิน กรวด ทราย สลับกันไป เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความท้าทายกับสายน้ำอันเชี่ยวกราก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ถึงเดือนตุลาคม

ระยะทาง : เดินเท้าสู่จุดเริ่มต้นล่องอก่ง ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ส่วนระยะทางล่องแก่งนั้นยาว 4.5 กิโลเมตร

ระยะเวลาที่ใช้ : ประมาณ 2 ชั่วโมง

ช่วงเวลาที่เหมาะสม : เดือน ก.ค. – ต.ค.

แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง : บริเวณแก่งหินเพิ่งและพื้นที่ใกล้เคียงจะมีกิจกรรมนันทนาการที่น่าสนใจอยู่มากมาย เช่น การเดินป่าในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ขี่จักรยานชมธรรมชาติ

 

10.แม่น้ำเพชรบุรี : อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ 

แม่น้ำเพชรบุรีมีต้นกำเนิดจากผืนป่าแก่งกระจาน ไหลคดเคี้ยวเหมาะสำหรับการพายเรือชมทิวทัศน์ การล่อต้นน้ำเพชรมี 2 รูปแบบ คือ การล่องแพในช่วงต้นน้ำ เริ่มจากบริเวณเคยู แคมป์ ไปสิ้นสุดที่บ้านโป่งลึก และการล่องเรือยาง เริ่มที่เพชรธารารีสอร์ท

ระยะทาง : การล่องแพระยะทางประมาณ 33 กิโลเมตร ส่วนการล่องเรือยางระยะทางสั้นๆ เพียง 1 กิโลเมตร

ระยะเวลาที่ใช้ : ล่องแพใช้เวลา 3 วัน 4 คืน ส่วนการล่องเรือยางใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง

ระดับความยาก : 1

แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง : พะเนินทุ่ง แคมป์ น้ำตกทอทิพย์ เขื่อนแก่งกระจาน น้ำตกป่าละอู พุน้ำร้อน
 

12 สถานที่ล่องแก่ง ในอุทยานแห่งชาติเมืองไทย ท้าทายประสบการณ์


11.แม่น้ำแควน้อย : อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี 

แม่น้ำแควน้อยมีต้นกำเนิดจากผืนป่าดงดิบทางตะวันตก ไหลไปรวมกับแม่น้ำแควใหญ่เป็นแม่น้ำแม่กลอง ริมสองฝั่งมีธรรมชาติที่งดงาม มีโขดเขาเกาะแก่งที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ 

ระยะทาง : 13 กิโลเมตร

ระยะเวลาที่ใช้ : ประมาณ 2 ชั่วโมง

ระดับความยาก : 1 – 2 แล้วเพิ่มเป็น 3 – 4 และ 4 – 5 สลับไปตลอดเส้นทาง

ช่วงเวลาที่เหมาะสม : เดือน ต.ค. – ก.พ.

แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง : น้ำตกไทรโยคน้อย น้ำตกไทรโยคใหญ่ ถ้ำแก้ว ถ้ำดาวดึงส์ ถ้ำละว้า น้ำตกผาตาด

 

12.คลองยัน : อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง จ.สุราษฎร์ธานี

การล่องแก่งสายน้ำนี้เหมาะกับทุกคนในครอบครัว แก่งต่างๆ ไม่ยากไม่ง่ายเกินไป และนอกจากสัมผัสธรรมชาติที่บริสุทธิ์แล้ว การพักแรมกลางป่าใหญ่เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีเสน่ห์ ทั้งแบบโฮมสเตย์ในหมู่บ้านพื้นถิ่นกลางป่า หรือตั้งแคมป์ริมหาดกลางทาง

ระยะทาง : ประมาณ 20 กิโลเมตร

ระยะเวลาที่ใช้ : 6 – 7 ชั่วโมง

ระดับความยาก : 1 – 3 

ช่วงเวลาที่เหมาะสม : สามารถล่องได้ทั้งปี ในช่วงหน้าแล้งปริมาณน้ำน้อยแต่ไม่ถึงกับแห้งขอด นิยมล่องแคนู ในช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะเดือน มิ.ย. – ต้นเดือน ต.ค. นิยมล่องเรือยาง แต่ถ้าจะให้เหมาะกับล่องแก่งและกิจกรรมชมป่าอย่างอื่น คือปลายฝนต้นหนาว เดือน ต.ค. – ก.พ.

กิจกรรมเสริม : ศึกษาธรรมชาติ เดินป่า ดูนก โดยเฉพาะนกเงือก 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 

 

ติดตาม travel.truelife.com ได้อีกช่องทางที่


12 สถานที่ล่องแก่ง ในอุทยานแห่งชาติเมืองไทย ท้าทายประสบการณ์     12 สถานที่ล่องแก่ง ในอุทยานแห่งชาติเมืองไทย ท้าทายประสบการณ์

 ทุกเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อาหาร และที่พัก คลิกที่ http://travel.truelife.com

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

COMMENT

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ

LOAD MORE 5/8 ดูทั้งหมด