15 ที่เที่ยว ฮอกไกโด เที่ยวฮอกไกโดหน้าร้อน ดีต่อใจแค่ไหน ตามมาดู !

         ฮอกไกโด ใครว่าน่าไปแต่ช่วงหน้าหนาว สีสันของฮอกไกโดในช่วงฤดูอื่นๆ ก็สวยงามไม่แพ้กัน ตาม เพจ Flying Whale|วาฬมีปีก แฟนเพจท่องเที่ยวน้องใหม่ที่จะพาเราไปค้นพบมุมที่เราไม่รู้จัก หรือยังไม่ได้ค้นพบอีกมากมาย ไปเที่ยวฮอกไกโดในแบบฉบับของพวกเขา กับ วาฬมีปีกพาเที่ยวฮอกไกโดหน้าร้อน Summer in Hokkaido กันค่ะ

 

15 ที่เที่ยว ฮอกไกโด เที่ยวฮอกไกโดหน้าร้อน ดีต่อใจแค่ไหน ตามมาดู !

 

 

 

-1-

Tomita Farm

ฟาร์มโทะมิตะ

 

Tomita Farm

 

           ฟาร์มโทะมิตะ แห่งเมืองฟุระโนะ (Furano) ฟาร์มดอกไม้ที่เปิดให้ชมแปลงดอกลาเวนเดอร์ และดอกไม้หลากสีสันอื่นๆ บนเนินที่เหมือนกับถูกปูด้วยพรมลายดอกไม้สีรุ้งที่เรียงตัวกันเป็นแถวสลับสีสันอย่างเป็นระเบียบและสวยงามมากๆ นอกจากนี้ ยังห้ามพลาด เมล่อนสีส้มแสนหวานฉ่ำ กับ ซอฟต์ครีมรสลาเวนเดอร์ ด้วยประการทั้งปวง

 

เปิด : 08.30 -18.00 น. (ร้านค้าและส่วนจัดแสดง)

ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกรกฎาคม (แต่ละปีบานไม่ตรงกันเช็คได้จากเว็บไซต์)

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Super Kamui จากสถานี Sapporo ไปลงที่สถานี Asahikawa ประมาณ 85 นาที แล้วเปลี่ยนสายเป็น JR Furano line ไปลงที่ สถานี Naka-Furano หรือ ในช่วงฤดูร้อนจะมีรถไฟหวานเย็นขบวนพิเศษที่จะจอดที่สถานี Lavender Farm หรือ ตรงบริเวณ Farm Tomita เลย แต่เราต้องเช็ครอบรถไฟให้ดีเพราะมีเพียงไม่กี่รอบต่อวันเท่านั้น http://www.farm-tomita.co.jp

===================

 

 

-2-

Asahiyama Zoo

สวนสัตว์อะซะฮิยะมะ

 

Asahiyama Zoo

 

           เป็นสวนสัตว์ที่มีชื่อเสียงของเมืองอะซะฮิคะวะ (Asahikawa) และเป็นสวนสัตว์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นจากการจัดอันดับของหลายสถาบัน และสำหรับวาฬมีปีกเองด้วย ความเจ๋งที่ทำให้สวนสัตว์แห่งนี้พิเศษกว่าใคร ก็คือการจัดสภาพแวดล้อมที่พักอาศัยของสัตว์เลียนแบบธรรมชาติให้สอดคล้องกับสัญชาตญาณของพวกเขามากที่สุด

            ที่สำคัญกว่านั้น คือการจัดมุมมองในการดูสัตว์โดยเน้นที่ความหลากหลายและความตื่นตาตื่นใจของผู้ชม ไม่ว่าจะเป็น สะพ้านข้ามต้นไม้ของแพนด้าแดง ท่อกระจกส่องดูน้องแมวน้ำตัวอ้วนกลม หรือ ส่วนจัดแสดงหมีขาวแบบเส้นรอบวงกลม ที่เห็นครบทุกซอกทุกมุมกันเลย

 

เปิด : 9.30 – 17.00

การเดินทาง : จากสถานี JR Asahikawa ออก North Exit ขึ้น Bus สาย 41 ที่ป้ายหมายเลข 6 ไปลงป้าย Asahiyama Dobutsuen
ค่าเข้า : 820 เยน

===================

 

 

-3-

Mt. Hakodate

จุดชมวิวภูเขาฮาโกะดาเตะ

 

Mt. Hakodate

 

           ภาพของเมืองฮาโกะดาเตะที่มีทะเลขนาบสองฝั่ง กลายเป็นจุดชมวิวที่ได้รับการยอมรับว่าสวยงามติดอันดับโลก วาฬมีปีกแนะนำว่า ควรค่าแก่การปักหลักรอชมตั้งแต่ช่วงเย็น จากท้องฟ้าสีฟ้าค่อยๆเปลี่ยน เป็นสีส้มอมชมพู

          จนกระทั่งตกกลางคืน ที่แม้ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปแล้ว แต่ภาพตรงหน้ากลับยังคงสว่างไสวเพราะทดแทนด้วยแสงไฟจากทั่วทั้งเมือง เป็นอะไรที่งดงามเกินคำบรรยายจริงๆ อยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้งนะครับ

 

เปิด : 10.00 – 22.00

การเดินทาง : รถรางสาย 2 หรือ 5 ลงสถานี Jujikai แล้วเดินขึ้นตามเนินไปเรื่อยๆ จนถึงสถานี Ropeway

ค่าเข้า : Ropeway 1200 เยน ไปกลับ

===================

 

 

-4-

Nanda

บุฟเฟต์อาหารทะเลนันดะ

 

Nanda

 

            มาฮอกไกโดทั้งทีก็ต้องกินปูยักษ์ฮอกไกโด และเพื่อความฟินระดับเต็มสิบ จึงไม่มีที่ไหนเหมาะไปกว่า “ร้านนันดะ” อีกแล้ว ร้านนันดะ เป็นบุฟเฟต์ที่เสริฟอาหารทะเลสดๆ (ขาปูยักษ์ ปูขน หอยนานาชนิด ฯลฯ) และวัตถุดิบสำหรับปิ้งย่างชั้นดี ตลอดจน ของหวานและผลไม้ละลานตา ซึ่งมีให้คุณเลือกกินอย่างจุใจแบบไม่อั้นตลอด 90 นาทีเต็ม

 

เปิด : 17.00 – 22.30

การเดินทาง : รถไฟสาย Namboku line สถานี Susukino หรือ Toho line สถานี Susukino ออกมาแล้วหาตึกชื่อ Cyber City ร้านอยู่ชั้น B2

===================

 

 

-5-

Noboribetsu Bear Park

ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์หมีโนโบริเบทสึ

 

Noboribetsu Bear park

 

          ที่นี่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมหมีสีน้ำตาล สัตว์ท้องถิ่นที่สำคัญของฮอกไกโด หากใครคิดว่า ตัวเองรู้จักหมีดีอยู่แล้ว และคิดว่าเจ้าหมีสีน้ำตาลที่ฮอกไกโดนี่ ก็คงคล้ายๆ กับหมีในสวนสัตว์บ้านเรา ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่!! นั่นแสดงว่า คุณกำลังคิดผิดมหันต์!!! เพราะน้องหมีสีน้ำตาลแห่งฮอกไกโด นี่ตัวจริงของเค้าใหญ่โต และแข็งแรงมาก มากแบบมากจริงๆ อยากให้ทุกคนได้มาเห็นเอง หากใครอยากเห็นมุมน่ารักๆ บ้าง สามารถลองซื้ออาหารหมีให้น้องๆได้ รับรองได้เห็นท่ายากผิดกับรูปร่างหน้าตาแน่นอน 

 

เปิด : 08.30 – 16.00 น.

การเดินทาง : จากหน้าสถานี Noboribetsu ขึ้น Donan Bus สาย NA หรือ ND ลงที่ป้ายหมายเลข N12 Central Noboribetsu-Onsen แล้วเดินขึ้นไปฝั่งตรงกันข้ามเพื่อซื้อตั๋วนั่งกระเช้าขึ้นไปสวนหมี

ค่าเข้า: 2592 เยน รวมค่า ropeway

===================

 

 

-6-

Biei

ปั่นจักรยานเล่นที่บิเอะ

 

Biei

 

            การปั่นจักรยานเล่นที่บิเอะ คือ ความชิลขั้นสุด ที่ควรมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง ด้วย สายลมเย็นๆ บ้านเมืองที่สงบน่ารัก ขนาบข้างด้วย ทุ่งข้าวสาลี และแปลงดอกไม้ หลากสีสัน คือส่วนผสมที่ทำให้การปั่นจักรยานเล่นในครั้งนี้เป็นอะไรที่น่าประทับใจสุดๆ

              สำหรับการเช่าจักรยาน ก็สามารถทำได้ง่ายๆ ที่ ร้านเช่าจักรยานที่อยู่รอบๆ สถานี Biei เลยครับ (สำหรับคนที่กลัวปั่นไม่ไหว แนะนำเป็นจักรยานไฟฟ้านะครับ ค่าเช่าต่อชั่วโมงแพงกว่า แต่ทุ่นแรงได้เยอะเลย)

 

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Super Kamui จากสถานี Sapporo ไปลงที่สถานี Asahikawa ประมาณ 85 นาที แล้วเปลี่ยนสายเป็น JR Furano line ไปลงที่ สถานี Biei ประมาณ 30 นาที

===================

 

 

-7-

Susukino

ย่านซูซูคิโนะ

 

Susukino

 

           คราวนี้ถึงคิวที่เที่ยวอื่นๆ นอกจาก 6 กิจกรรมห้ามพลาดที่ผ่านมา เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาหลายวัน วาฬมีปีกช่วยคิดให้แล้วกันนะครับว่าจะไปไหนดี สำหรับที่แรกเลย คือ“ย่านซูซูคิโนะ” ย่านบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด ตั้งอยู่ในเมืองเอกอย่าง ซัปโปโร

           มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ Tanukikoji Shopping Street ถนนคนเดินยาว 1 กิโลเมตร, ตลาดปลานิโจ, Norbesa ห้างสรรพสินค้าที่มีจุดเด่นอยู่ที่ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ และ Sapporo Factory แหล่งช้อปปิ้งที่ได้อารมณ์วินเทจ เป็นต้น ส่วนในรูปเป็นมุมมหาชน ที่ช่วยยืนยันว่าเจ้าของภาพได้มาถึง ซูซูคิโนะแล้วจ้า

 

เปิด : 11.00-01.00

การเดินทาง: รถไฟสาย Namboku line สถานี Susukino ทางออก N8 / Toho line สถานี Susukino ทางออก H9

===================

 

 

-8-

Sapporo Clock Tower

หอนาฬิกาเมืองซัปโปโร

 

Sapporo Clock Tower

 

             หอนาฬิกาไม้ที่สวยงามแห่งนี่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับ หอส่งสัญญาณโทรทัศน์ซัปโปโร เป็นอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวต้องมาถ่ายรูปเมื่อมาถึง ซัปโปโร จนกลายเป็นจนนัดพบที่สำคัญแห่งหนึ่ง หอนาฬิกาแห่งนี้สร้างขึ้นมานานมากกว่า 100 ปี และ ภายในอาคารเรายังสามารถเข้าไปชมกลไกของนาฬิกาลูกตุ้ม และเรียนรู้ประวัติของเมืองที่จัดแสดงไว้ได้อีกด้วย

 

เปิด : 09.00 – 17.00 (ด้านใน)

การเดินทาง : นั่ง JR ลงสถานี Sapporo ทางออก South Exit

ค่าเข้า : 200 เยน

===================

 

 

-9-

Otaru Masazushi

ร้านมาสะซูชิ : โอตารุ

 

Otaru Masazushi

 

             ข้าวปั้นหน้าอาหารทะเล หรือ ซูชิ คือของดีขึ้นชื่อแห่งเมืองโอตารุที่เหล่าผู้มาเยือนไม่ควรพลาด และจากร้านซูชิมากมายในถนน Sushiya Dori วาฬขอเลือกร้านมาสะซูชิมาแนะนำให้ทุกคนครับ ร้านนี้เป็นร้านซูชิระดับตำนาน ที่นอกจากความเก่าแก่แล้ว ยังได้รับการยอมรับด้านรสชาติจากการกวาดรางวัลมาหลายสำนัก จนเป็นที่ยอมรับของนักชิมทั่วทั้งญี่ปุ่น

             สำหรับใครที่ตัดสินใจเลือกเมนูซูชิไม่ออก ให้สั่งเป็นเซ็ตที่มีให้เลือกหลายแบบในราคาที่คุ้มค่ากว่า วาฬการันตีในความสด สะอาดและอร่อยแบบพรีเมี่ยมในราคาที่สมเหตุสมผลมากๆ ฮะ

 

เปิด : 11.00 – 22.00

การเดินทาง : เริ่มต้นจากสถานี Otaru แล้วเดินไปตามเส้นทางนี่เลยครับ https://goo.gl/maps/9pBWLd46bUs

===================

 

 

-10-

Otaru Music Box Museum

พิพิธภัณฑ์และร้านจำหน่ายกล่องดนตรีโอตารุ: โอตารุ

 

Otaru Music Box Museum

 

            อาคารอิฐแดงหลังนี้ เป็นแหล่งรวมของกล่องดนตรี นานาสีสัน และหลากหลายรูปแบบ ก้าวแรกที่เดินเข้าไปเราจะได้สัมผัสกับโลกแห่งเสียงเพลงจากกล่องดนตรีที่ฟังสบายๆ และทึ่งกับความละลานตาของกล่องดนตรีสุดน่ารักสารพัดแบบที่อยู่ล้อมรอบตัวเรา สำหรับคนที่อยากซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน วาฬขอแนะนำกล่องดนตรีชนิดครีเอทเองที่สามารถเลือกเพลงและรูปแบบของกล่องดนตรีได้

 

เปิด : 09.00 -18.00
การเดินทาง : JR สถานี Minami Otaru แล้วต่อไปตามเส้นทางนี้เลยครับ  https://goo.gl/maps/M6Tm4z9HVnq

===================

 

 

-11-

Otaru Aquarium

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอตารุ: โอตารุ

 

Otaru Aquarium

 

           อควาเรียมที่ตั้งอยู่ติดกับทะเลญี่ปุ่น มีความพิเศษอยู่ที่โซนสิงโตทะเล แบบเอาท์ดอร์ ที่เราสามารถซื้อปลาซึ่งมีขายเป็นถัง มาเลี้ยงเจ้าสิงโตทะเลได้ แบบเดียวกับเวลาเจ้าหน้าที่เค้าให้อาหารเลย ส่วนน้องๆ จะส่งเสียงดังและทำท่าน่ารักขนาดไหนตอนขออาหารจากเรานั้น

            อยากให้ทุกคนได้ลองไปสัมผัสกันเองฮะ (มันก็จะมุ้งมิ้งๆ หน่อย) นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆที่น่าสนใจ อย่าง ขบวนพาเหรดเพนกวิน ที่หาชมได้ยากอีกด้วยครับผม

แอบโน้ตไว้นิดนึงว่า ข้าวราดแกงกะหรี่ญี่ปุ่นในอควาเรียมอร่อยดีงามมาก

 

เปิด : 09.00 -17.00

การเดินทาง : จากสถานี Otaru ขึ้นรถบัส สาย 10 หรือ 11 ที่ป้ายหมายเลข 3 ไปลงป้าย Otaru Aquarium (ป้ายสุดท้าย)

===================

 

 

-12-

Shiroi Koibito Park

โรงงานช็อกโกแลตชิโรอิ โคอิบิโตะ : ซัปโปโร

 

Shiroi Koibito Park

 

            โรงงานช็อกโกแลตยี่ห้อ “ชิโรอิ โคอิบิโตะ (Shiroi Koibito)” ขนมชื่อดังของฮอกไกโด ภายในโรงงาน เปิดให้เข้าชมกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นจนบรรจุห่อออกมาเป็นสินค้าขาย ด้วยระบบสายพานและเครื่องจักรที่ทันสมัย ทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์ของเล่นและของสะสมให้เดินชมกันเพลินๆ อีกด้วย ส่วนภายนอกอาคารจัดเป็นสวนหย่อมที่มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปมากมาย

 

เปิด : 09.00 – 18.00

การเดินทาง : รถไฟสาย Tozai line สถานี Miyanosawa ทางออก 2

===================

 

 

-13-

Maruyama Zoo

สวนสัตว์มารุยามะ : ซัปโปโร

 

Maruyama Zoo

 

             มาถึงภูมิภาคที่หนาวที่สุดในญี่ปุ่นทั้งที ก็ต้องแวะมาเยี่ยมเจ้าแห่งสัตว์ในเขตหนาวอย่าง หมีขาวตัวจ้ำม่ำ (Polar bear) ที่อยู่กันเป็นครอบครัวเสียหน่อย บ้านของหมีขาวถือเป็นไฮไลท์ทีเด็ดของสวนสัตว์แห่งนี้ สังเกตได้จากตากล้องชาวญี่ปุ่นจำนวนมากที่มาปักหลักห้อมล้อมเพื่อจะได้ไม่พลาดช็อตเด็ดกันอย่างจดจ่อ ไม่ต่างจากรอถ่ายภาพซุปเปอร์สตาร์คนดังอย่างไรอย่างนั้นเลยครับ

 

เปิด : 09.00 – 17.00

การเดินทาง : รถไฟสาย Tozai line สถานี Maruyama Koen

ค่าเข้า : 600 เยน

===================

 

 

-14-

Mount Moiwa

ภูเขาโมอิวะ : ซัปโปโร

 

Mount Moiwa

 

          เป็นภูเขาที่อยู่ใกล้ตัวเมืองซัปโปโร จากยอดเขาสามารถมองเห็นทัศนียภาพแบบพาโนราม่าได้ทั้งเมือง ที่ว่ากันว่าเป็นมุมที่สวยมากที่สุดแห่งหนึ่งของฮอกไกโด (อาจเป็นรองแค่เพียงจุดชมวิวเมืองฮาโกะดาเตะเท่านั้น) การขึ้นเขาสามารถใช้บริการรถกระเช้าจากสถานีเชิงเขาที่อยู่ทางตอนใต้ของเมือง ด้านบนยังมีแลนด์มาร์คที่สำคัญอย่าง ระฆังแห่งความรัก ซึ่งตั้งอยู่โดดเด่นบริเวณดาดฟ้าของจุดชมวิวรอให้เหล่าคู่รักไปลั่นระฆังกันสักครั้งอีกด้วย

 

เปิด : 10.00 – 22.00

การเดินทาง: ใช้ Sapporo Streetcar ลงที่สถานี Iriguchi เปลี่ยนไปขึ้นรถ Shuttle bus ที่ป้าย Mt.moiwa แล้วลงที่ป้าย Moiwa Sanroku Station

===================

 

 

-15-

Kanemori Red Brick Warehouse

โกดังอิฐสีแดงคาเนะโมริ : ฮาโกะดาเตะ

 

Kanemori Red Brick Warehouse

 

             โกดังสินค้าอิฐสีแดงที่มีอายุเก่าแก่ ได้ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นร้านค้า (ขนมหวาน, ของที่ระลึก, เสื้อผ้า), ร้านอาหาร, โรงเบียร์ ถือเป็นแลนด์มาร์คของฮาโกะดาเตะ ที่ผู้เยือนทุกคนห้ามพลาด โดยเฉพาะสำหรับ สายถ่ายรูป สายโซเชี่ยล เพราะมีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะมาก ทุกคนจะหมดเวลาทั้งวันกับการเลือกมุมสุดฮิป ที่วาฬรับประกันความฟินอย่างแน่นอนครับ

 

เปิด : 09.00 – 19.00 น.

การเดินทาง: รถรางสาย 2 / 5 ลงสถานี Jujikai

===================

 

          การเดินทางของวาฬมีปีกพาเที่ยวฮอกไกโดหน้าร้อนยังมีมากกว่านี้ อีกหลายสถานที่มากๆ ใครที่อยากตามเก็บ ตามเที่ยวให้ได้ครบ ได้ดูกันต่อได้ที่นี่เลยค่า

หน้าร้อนที่ฮอกไกโดกับวาฬมีปีกตอนที่ 1

หน้าร้อนที่ฮอกไกโดกับวาฬมีปีกตอนที่ 2

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจาก แฟนเพจ Flying Whale|วาฬมีปีก

 

 

ที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่น่าสนใจอื่นๆ

เที่ยวญี่ปุ่น บุก เกาะแมว Tashiro Island พร้อมพิกัด การเดินทาง ทาสแมว ต้องหลงรัก !

บุก เกาะแมว Tashiro Island พร้อมพิกัด การเดินทาง

15 ที่เที่ยว ญี่ปุ่น จูงมือแฟนเที่ยว

15 ที่เที่ยว ญี่ปุ่น จูงมือแฟนเที่ยว

 

 

 

อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป 

ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่

Facebook Twitter

และ แอปพลิเคชั่น 

TrueID Application Add friend ที่ ID : @TrueID

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

COMMENT

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ

LOAD MORE 5/10 ดูทั้งหมด