10 พิกัด ล่า ทะเลหมอก ทั่วไทย ชาตินี้ต้องไปสักที !

          นักล่าทะเลหมอก เตรียมไปฟินกันค่ะ ! มีเพื่อนชวนเพื่อน มีแฟนชวนแฟน แพ็คกระเป๋าแล้วชวนกันไปขึ้นดอย ชมความสวยงามของทะเลหมอกพร้อมๆ กัน กับ 10 พิกัด ทะเลหมอก ทั่วไทย ที่ชาตินี้ต้องไปให้ได้แล้วสักที ! จะสวยจะดีต่อใจขนาดไหน ต้องไปดูด้วยตาตัวเอง !!!

 

10 พิกัด ล่า ทะเลหมอก ทั่วไทย ชาตินี้ต้องไปสักที !

 

 

1. ภูชี้ฟ้า | จ. เชียงราย

 

Phu Chi Fa

 

          ภูชี้ฟ้า เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่นติดชายแดนไทย – ลาว อยู่ในพื้นที่เขตอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ด้วยเอกลักษณ์ทางธรรมชาติด้วยลักษณะหน้าผาปลายยอดแหลม เป็นแนวยาวที่ชี้ไปบนฟ้า ทางฝั่งประเทศลาว จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า “ภูชี้ฟ้า” นั่นเอง

 

Phu Chi Fa

 

อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ ออกไปกอดทะเลหมอก บนเขาสูงเสียดฟ้า ที่ภูชี้ฟ้า

 

 

การเดินทางไปภูชี้ฟ้า

           ภูชี้ฟ้า อยู่ห่างจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ประมาณ 144 กิโลเมตร การเดินทางจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไปยังภูชี้ฟ้าได้ตามแนวเส้นทางดังนี้

          1. จากอำเภอเมืองเชียงรายไปอำเภอเทิง ผ่านสามแยกโรงเรียนภูซางวิทยาคม บ้านสบบงและสามแยกบ้านม่วงชุมแล้วเดินทางต่อไป ก็จะถึงภูชี้ฟ้า

          2. ไปตามทางหลวงจังหวัดสาย 1093 ผ่านน้ำตกภูซาง ด่านบ้านฮวก ศูนย์ส่งเสริมเกษตรที่สูงดอยผาหม่น ผ่านจุดท่องเที่ยวได้แก่ น้ำตกภูซาง (อุทยานแห่งชาติภูซาง) และศูนย์ส่งเสริมเกษตรที่สูงดอยผาหม่น ทดลองและส่งเสริมปลูกไม้ดอกเมืองหนาว เช่น ทิวลิป ลิลลี่

 

            นอกจากนี้ จากภูชี้ฟ้าสามารถเดินทางไปยังดอยผาตั้ง อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โดยอยู่ห่างออกไปตามเส้นทางหลวงจังหวัดสาย 1093 เป็นระยะทาง 25 กิโลเมตร และจากดอยผาตั้งยังสามารถเดินทางต่อไปยังอำเภอเชียงของ อำเภอเชียงแสน และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายได้อีกด้วย

=========================

 

 

2. ภูทับเบิก | จ. เพชรบูรณ์

 

phu tub berk

 

          ภูทับเบิก เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ มีระดับความสูงถึง 1,768 จากระดับน้ำทะเลค่ะ ทำให้อากาศที่นี่ค่อนข้างเย็นตลอดทั้งปี

           นอกจากช่วงหน้าหนาวที่เราจะได้กอดทะเลหมอกอย่างจุใจแล้ว ความอะเมซซิ่งของภูทับเบิกก็คือ หน้าฝนนั้นจะมีหมอกตลอดทั้งวัน ในบางวันก็อาจมีเซอร์ไพรส์ได้เจอกับทะเลหมอกที่สวยงามอยู่เหมือนกัน และอากาศข้างบนนี้ค่อนข้างเย็นตลอดวันค่ะ ถ้าใครขึ้นมาเที่ยวที่นี่แนะนำว่าให้พกเสื้อแขนยาวมากันอากาศเย็นสักหน่อยก็น่าจะดี แต่ถ้าเป็นหน้าหนาวแล้วล่ะก็ พกเสื้อกันหนาวตัวหนามาได้เลย

 

phu tub berk

 

อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ เที่ยวภูทับเบิก กอดทะเลหมอก ฟอกปอดสูดอากาศดี

 

 

การเดินทางไปภูทับเบิก

            ใช้เส้นทางด้านอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ผ่านอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าเลยที่ทำการ อุทยานฯ มาประมาณ 24 กิโลเมตร จะถึงภูทับเบิก หากขับรถต่อไปจะมาบรรจบกับเส้นทางที่จะลงไปยัง อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์

รายละเอียดเพิ่มเติม ททท.จังหวัดพิษณุโลก โทร.0-5525-2742 – 3

=========================

 

 

3. กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ | จ. เชียงใหม่

 

Kew Mae Pan

 

          กิ่วแม่ปาน อยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ใกล้กับพระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้นที่นักท่องเที่ยวหลายคนขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า และกอดทะเลหมอกกันอย่างสมใจ

           ไฮไลท์จะอยู่ที่จุดชมวิวที่ 9 ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนมาถ่ายรูปสวยๆ กับทะเลหมอก และชมพระอาทิตย์ขึ้น สำหรับจุดอื่นๆ ก็จะเป็นการเดินชมศึกษาธรรมชาติไปเรื่อยๆ โดยจะมีพี่ไกด์คอยอธิบายแต่ละจุดเป็นอย่างดี มีอะไรสงสัยถามพี่เขาได้ตลอดทางเลยค่ะ

 

Kew Mae Pan

 

อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ แบกเป้ ไปกอดทะเลหมอก กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์

 

 

เตรียมตัว ก่อนไปกิ่วแม่ปาน

          – ทางเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานนี้ค่อนข้างเดินง่ายค่ะ ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก แต่ก็ควรระวังในเรื่องของรองเท้าเล็กน้อย ควรเป็นรองเท้าผ้าใบที่ยึดเกาะกับพื้นพอตัว เพราะด้วยความชื้นของป่าอาจจะทำให้ลื่นได้ง่ายค่ะ

          – เวลาที่เหมาะสมของการเดินชมจะแบ่งออกเป็น ไปชมพระอาทิตย์ขึ้น คือ เริ่มเดินในเวลาประมาณ ตี 5 หรือ ตี 5 ครึ่ง แต่ถ้าอยากไปชมทะเลหมอกเฉยๆ เริ่มเดินเวลาประมาณ 6 โมง ถึง 6 โมงครึ่ง ก็จะถึงจุดชมวิวได้เห็นทะเลหมอกก่อนจะหายไปค่ะ (แล้วแต่สภาพอากาศของแต่ละวัน)

           – อากาศด้านบนค่อนข้างหนาว และมีความชื้นสูง ควรใส่เสื้อกันหนาว ถุงเท้า และหมวกไปด้วย

          – พกน้ำเปล่าขวดเล็กไว้ดื่มระหว่างทางเดิน

=========================

 

 

4. ดอยเสมอดาว | จ. น่าน

 

Doi Samer Dao

 

          ขึ้นไปดูดาวที่ ดอยเสมอดาว ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน ดอยเสมอดาวมีลักษณะเป็นลานกว้างสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกที่สวยมากแห่งหนึ่ง และแน่นอนว่าในตอนเช้ามีทะเลหมอกให้ได้ชมกันด้วย

          ส่วนในตอนกลางคืนนั้นสามารถชมทะเลดาวที่ระยิบระยับทั่วฟ้า พร้อมสัมผัสอากาศหนาวเย็น นอกจากนี้ห้ามพลาดการเดินขึ้นผาหัวสิงห์ ลักษณะคล้ายหัวสิงโต บนจุดสูงสุดนั้นยังสามารถมองวิวทิวทัศน์โดยรอบได้ถึง 360 องศาเลยทีเดียว

 

Doi Samer Dao

          ** ประกาศปิดลานกางเต็นท์ “ดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติศรีน่าน” ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2560 ถึง วันที่ 30 กันยายน 2560 สามารถพักกางเต็นท์ได้ที่ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติศรีน่าน (ผาชู้) สามารถจองเต็นท์ได้ที่เบอร์ 098-8032872

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวชม หรือพักค้างแรมในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ทางอุทยานมีการเก็บค่าธรมเนียมอำนวยความสะดวกตามระเบียบและแนวทางปฏิบัติของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดังนี้

 

ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติ (ยกเว้นผู้สูงอายุ)

– ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท

– ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท

– ค่ายานพาหนะ รถยนต์ 30 บาท มอเตอร์ไซค์ 20 บาท
สำหรับผู้นำเต็นท์มากางในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน (ไม่ได้เช่าเต็นท์กลางของอุทยาน)

– ค่าอำนวยความสะดวกพื้นที่กางเต็นท์ 30 บาท/คน/คืน (ยกเว้นเด็ก)

รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน 

=========================

 

 

5. เนินช้างศึก | จ.กาญจนบุรี

 

kanchanaburi

 

          จุดชมวิว เนินช้างศึก เป็นอีกหนึ่ง จุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงาม สามารถมองเห็นทั้งฝั่งไทยและฝั่งพม่า อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,053 เมตร นักท่องเที่ยวขาลุย นิยมมากางเต็นท์กันมากในฤดูหนาวคือช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคม โดยปกติมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี ใครที่อยากมาสัมผัสอากาศหนาว และทะเลหมอกใกล้กรุงเทพฯ เนินช้างศึกเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ

 

kanchanaburi

 

 

การเดินทางไปเนินช้างศึก

จากตัวเมืองกาญจนบุรี – อำเภอทองผาภูมิ 146 กิโลเมตร

จากตัวอำเภอทองผาภูมิ – ทางขึ้นเนินช้างศึก ประมาณ 66 กิโลเมตร (ผ่านอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และสถานีตำรวจภูธรบ้านปิล๊อก)

จากปากทางขึ้นไปเนินช้างศึก – เนินช้างศึก ประมาณ 2 กิโลเมตร

สอบถามเพิ่มเติม ณ กองร้อยตระเวณชายแดนที่ 135 ที่ โทร.0-3459-9118

=========================

 

 

6. ภูทอก เชียงคาน | จ.เลย

 

Phu Tok

 

         การขึ้นไปชมทะเลหมอก ที่ ภูทอก ต้องขึ้นในช่วงเวลาประมาณ ตีห้าครึ่ง ได้ถึงราวๆ แปดโมง ค่ะ เป็นช่วงที่ยังมีทะเลหมอกอยู่ แต่ใครที่ไปสายกว่านั้นก็จะได้ชมวิวสวยๆ แทน สำหรับนักท่องเที่ยวสามารถขับรถไปได้จนถึงด้านล่างของภู จะมีจุดบริการจอดรถไว้ให้ และนั่งรถกระบะของชาวบ้านขึ้นไปต่อ ค่าบริการอยู่ที่คนละ 25 บาท รถจะรอคนจนเต็มประมาณ 10 คน แล้วถึงขับขึ้นไปด้านบนภูค่ะ

           เส้นทางขึ้นค่อนข้างคดเคี้ยวพอสมควร แถมชันมากๆ ด้วย เกาะกันให้แน่นๆ ไว้หน่อยนะคะ ไม่ถึง 10 นาที ก็ถึงด้านบนของภูทอกกันเป็นที่เรียบร้อย

 

Phu Tok

 

อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ ขึ้น ภูทอก ทะเลหมอก เชียงคาน

 

 

การเดินทางไปภูทอก

 

             จากตลาดเชียงคาน ใช้ทางหลวงหมายเลข 211 ไปทาง อ.ปากชม ผ่านทางแยกเข้าแก่งคุดคู้ไปไม่ไกล จะพบทางแยกขวามือ ปากทางมีป้ายภูทอก

* สามารถจอดรถไว้ที่ด้านล่างของภู และให้ใช้บริการรถชาวบ้านที่ทางอำเภอเชียงคานได้จัดไว้ ค่าโดยสารคนละ 25 บาท

=========================

 

 

7. ผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร | ศรีสะเกษ

 

Khao Phra Wihan National Park

 

            ผามออีแดง อยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ เป็นพื้นที่รอยต่อ 3 ประเทศ คือ ไทย-ลาว – กัมพูชา หรือเรียกว่าเป็น “สามเหลี่ยมมรกต” อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 571 เมตร ตลอดแนวผามออีแดงมีระยะประมาณ 300 เมตร เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นทัศนียภาพของแผ่นดินประเทศกัมพูชาที่อยู่ต่ำลงไปอย่างเป็นมุมกว้าง ในตอนเช้าสามารถมองเห็นทะเลหมอกที่หนาแน่นสวยงาม

            บริเวณผามออีแดง จะมีภาพแกะสลักนูนต่ำเป็นภาพคนในเครื่องแต่งกายแบบชาวกัมพูชา สร้างขึ้นก่อนปราสาทเขาพระวิหาร อายุประมาณ 1,500 ปี ระหว่างช่วงหน้าฝน-หน้าหนาว จะเป็นช่วงที่มีทะเลหมอกที่หนาแน่น ภาพเหล่านี้จะยิ่งสวยงาม ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บนสวรรค์เลยค่ะ

 

Khao Phra Wihan National Park

 

 

อัตราค่าบริการเข้าเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร (ยกเว้นผู้สูงอายุ / ภิกษุ-สามเณร)

– ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท

– ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท

– ค่ายานพาหนะ รถยนต์ 30 บาท มอเตอร์ไซค์ 20 บาท

=========================

 

 

8. ภูลังกา | จ.พะเยา

 

Phu Langka

 

          ยอดดอย ภูลังกา เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำยม ยอดเขาสูง 1,720 เมตร จากระดับน้ำทะเล พบกับผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ในจังหวัดพะเยา ที่วนอุทยานภูลังกา บนพื้นที่ประมาณ 7,800 ไร่ ซึ่งเต็มไปด้วยพืชพรรณจำนวนมาก ทั้งดอกไม้ป่าหายากและสัตว์ป่า อีกหนึ่งจุดหมายของผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าขึ้นเขา

            นอกจากการพิชิตยอดดอยต่างๆ แล้ว บนภูลังกายังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เส้นทางเดินป่าศึกษาระบบนิเวศดั้งเดิมของป่าดิบเขา อีกทั้งยังมีทะเลหมอกและทุ่งดอกโคลเคลงซึ่งจะบานราวเดือนกรกฎาคม-ธันวาคมของทุกปี

 

Phu Langka

 

 

การเดินทางไปภูลังกา

 

            จากตัวเมืองพะเยาใช้ทางหลวงหมายเลข 1092 ถนนสายพะเยา-ปง ระยะทาง 104 กิโลเมตร เมื่อถึงอำเภอเชียงคำเดินทางต่อไปอีกระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1148 แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางทิศเหนืออีก 12 กิโลเมตร จะถึงวนวนอุทยานภูลังกา เส้นทางรถยนต์เป็นทางลูกรังดินแดงขึ้นเขาสูงชันและแคบคดเคี้ยว รถยนต์ธรรมดาจะขึ้นมาได้ถึงห้องเรียนธรรมชาติเท่านั้น หากขึ้นสู่ยอดเขาจะต้องใช้รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ

วนอุทยานภูลังกา โทร : 08-1883-0307, 0-5371-1402

=========================

 

 

9. ดอยหลวงเชียงดาว | จ.เชียงใหม่

 

Doi Chiang Dao

 

          ดอยหลวงเชียงดาว เป็นดอยหรือยอดเขาที่มีความสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย มีความสูง 2,275 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นที่เที่ยวอีกแห่งของเชียงใหม่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติแห่งหนึ่งของภาคเหนือ ใครๆ ก็อยากขึ้นไปสัมผัสความงดงาม ชมวิวธรรมชาติสวย นอนดูทะเลดาว ตื่นเช้าดูทะเลหมอกกันให้ฟินๆ

 

Doi Chiang Dao

 

 

การเดินทางไปดอยหลวงเชียงดาว

การเดินทางโดยรถยนต์

           ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 ระยะทางประมาณ 72 กิโลเมตร ถึงทางแยกไปบ้านถ้ำ (เชียงดาว) บริเวณตัวอำเภอเชียงดาวเข้าสู่ ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร สามารถจอดรถไว้ที่เขตรักษา ฯ และนั่งรถกระบะรับจ้างไป ยังจุดเริ่มเดินทาง

 

การเดินทางโดยรถประจำทาง

             สามารถเดินทางโดยรถทัวร์ มีรถออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ(หมอชิต 2) มีรถทัวร์ 2 บริษัทสายกรุงเทพฯ-ท่าตอนไปถึง อ.เชียงดาวโดยตรงลงที่หน้าโรงแรมเชียงดาวอินน์หรือจากตัวเมืองเชียงใหม่ต่อรถเข้าไป อ.เชียงดาวอีก 70 ก.ม. ทั้งสองวิธีต้อง ต่อรถเข้าไปที่ สนง.เขตฯเชียงดาวอีก 5 ก.ม.

=========================

 

 

10. วัดถ้ำเสือ | จ.กระบี่

 

Wat Tham Sau

 

         ขึ้นเขาชมทะเลหมอกกระบี่ ที่ วัดถ้ำเสือ อยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 9 กิโลเมตร จุดชมวิววัดถ้ำเสือตั้งอยู่บนยอดเขาแก้ว มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล ประมาณ 600 เมตร (เดินขึ้นบันได 1,237 ขั้น) ช่วงที่มักจะเกิดทะเลหมอกคือเดือน กันยายน – มกราคม (ปลายฝนต้นหนาว) สามารถเห็นทะเลหมอกขาวตัดยอดเขาหินปูนที่ซ้อนสลับแปลกตา

          บนยอดเขาสามารถมองเห็น ทิวทัศน์ของเมืองกระบี่ได้รอบทิศ 360 องศา และเป็นที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาทจำลอง พระธาตุเจดีย์ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ อีกด้วย ใครที่ยังไม่เคยขึ้น ต้องลองซักครั้งนะคะ ว่ากันว่าใครที่เดินขึ้นไปถึงยอดเขา พอเห็นวิวแล้วก็จะลืมความเหนื่อยกันเลยทีเดียวค่ะ

 

Wat Tham Sau

 

 

การเดินทางไปวัดถ้ำเสือ

 

          จากตัวเมืองกระบี่ เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกตลาดเก่า ใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) เส้นทางอำเภอเหนือคลอง เลี้ยวซ้ายทางสามแยกถ้ำเสือไปตามถนน (ทางหลวงหมายเลข 4037) ประมาณ 2 กิโลเมตรจะเจอป้ายบอกทางไปวัดถ้ำเสือ

 

 

ที่เที่ยวไทย ที่น่าสนใจอื่นๆ

50 ที่เที่ยว สวยที่สุดในไทย ชาตินี้ต้องไปสักครั้ง !

50 ที่เที่ยว สวยที่สุดในไทย ชาตินี้ต้องไปสักครั้ง !

20 ทริปโดนใจ เที่ยวสุด Slow Life ในเมืองไทย เที่ยวแบบประหยัด สบายกระเป๋า

20 ทริปโดนใจ เที่ยวสุด Slow Life ในเมืองไทย

 

 

อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป 

ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่

Facebook Twitter

และ แอปพลิเคชั่น 

TrueID Application Add friend ที่ ID : @TrueID

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

COMMENT

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ