7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคกลาง เสน่ห์แห่งอารยธรรมโบราณ

     หลังจากพาไปรู้จักกับ สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคโบราณกันแล้ว ขอพาคุณผู้อ่านขยับมาดูอารยธรรมที่ใหม่ขึ้นมาอีกสักหน่อย นั่นคือ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง (Seven Wonders of the Medieval World) ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วงคริสตศตวรรษที่ 5 – 16

 

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคกลาง เสน่ห์แห่งอารยธรรมโบราณ

By Craig Nagy (Frayed), Vancouver, Canada – flickr.com, CC BY-SA 2.0

 

     สำหรับสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคนี้จะมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ และยังคงอยู่มาจนยุคปัจจุบัน ต่างจากยุคโบราณที่ส่วนใหญ่พังทลายหมดแล้ว (ยกเว้นพีระมิดที่ยังอยู่) รวมถึงเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้นในแง่ของอารยธรรม ไม่ใช่แค่ในแถบเมดิเตอเรเนียนตะวันออกเท่านั้น อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นยุคที่มนุษย์เริ่มรู้จักกันมากขึ้น และการเดินทางไปมาหาสู่กันก็สะดวกมากขึ้นนั่นเอง

 

 

     และด้วยความที่ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสภาพดี มีการซ่อมแซมบูรณะกันมาเรื่อยๆ จึงทำให้สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และมีความงดงามรอคอยให้นักเดินทางไปเยือนกันให้ได้สักครั้ง อันได้แก่

 

 

 

1. โคลอสเซียม (Colosseum) หรือ ทวิอัฒจันทร์ฟลาเวียน (Flavian Amphitheatre)

 

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคกลาง เสน่ห์แห่งอารยธรรมโบราณ

     สนามกีฬากลางแจ้งขนาดมหึมา ตั้งตระหง่านกลางกรุงโรม ประเทศอิตาลีมาตั้งแต่ช่วงคริสตศักราชที่ 72 สร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิไททัส และกลายมาเป็นต้นแบบของสนามกีฬาในยุคปัจจุบัน เป็นศูนย์รวมความบันเทิงของชาวโรมันในยุคนั้น และยังเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนที่สุดของอาณาจักรโรม

 

 

     อัฒจันทร์ถูกสร้างเป็นรูปทรงวงรี เพื่อให้ผู้ชมมีความรู้สึกอยู่ใกล้กับตัวนักกีฬา สร้างด้วยอิฐ และหินทราย วัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ใต้อัฒจรรย์มีห้องใต้ดินที่สร้างขึ้นเพื่อขังสิงโต และนักโทษก่อนปล่อยให้ออกมาต่อสู้กันในสนาม นอกจากนี้ยังใช้เป็นสถานที่ประลองฝีมือของเหล่าอัศวิน และนักรบแกลดิเอเตอร์ (Gladiator) ในยุคนั้นด้วย

 

 

2. หลุมฝังศพแห่งอเล็กซานเดรีย (The Catacombs of Kom el Shoqafa) สุสานใต้ดินเมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์

 

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคกลาง เสน่ห์แห่งอารยธรรมโบราณ

By Jerrye & Roy Klotz, MD – Own work, CC BY-SA 3.0

 

     สถานที่ฝังพระศพของกษัตริย์อียิปต์อีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่ใช่พีระมิด แต่จะอยู่ใต้ดินลึกเข้าไปในภูเขาหินทรายเป็นชั้นๆ บางตอนมีความลึกถึง 70-80 ฟุต มีทางเดินกว้าง 3-4 ฟุต ทางเดินจะวกไปเวียนมาเป็นระยะทางนับร้อยไมล์ สำหรับสุสานนี้มัถึง 3 ชั้นด้วยกัน ชั้นที่ 1 มีไว้สำหรับเตรียมการปลงศพ ชั้นที่ 2 เป็นที่เก็บรักษา และชั้นที่ 3 ใช้เป็นที่รวมญาติเพื่อระลึกถึงผู้ตาย

 

 

     ที่บรรจุดพระศพจะอยู่บนผนังอุโมงค์ที่เจาะเป็นช่องลึกเข้าไป มีแท่นบูชาและตะเกียงดวงเล็ก ๆ แขวนไว้ และมีการตกแต่งสุสานอย่างวิจิตรงดงาม แต่ทั้งนี้ยังไม่ปรากฏว่าสุสานแห่งนี้ใครเป็นผู้สร้าง สร้างไว้ให้ผู้ใด และสร้างไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ สันนิษฐานกันว่าสร้างขึ้นในช่วงประมาณคริสตศตวรรษที่ 2

 

 

3. กำแพงเมืองจีน (Great Wall of China) ประเทศจีน

 

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคกลาง เสน่ห์แห่งอารยธรรมโบราณ

     หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง มีการพูดถึงเสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นในนวนิยายหรือภาพยนต์หลายๆ เรื่อง เริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ สำหรับป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าทางตอนเหนือ เริ่มต้นสร้างประมาณปีพ.ศ.338 การก่อสร้างกินเวลายาวนานต่อมาเรื่อยๆ อีกหลายรัชสมัย

 

 

     ถึงปัจจุบัน กำแพงเมืองจีนยังคงครองตำแหน่งกำแพงอิฐที่มีความยาวที่สุดในโลก จากการสำรวจพบว่ายาวประมาณ 22,000 กิโลเมตรเลยทีเดียว ความสูงประมาณ 8-9 เมตร ความกว้างตั้งแต่ 4.5 เมตร ถึง 7.5 เมตร เพียงพอให้ทหารม้ายืนเข้าแถวเรียง 8 สบายๆ มีป้อมรักษาการทุกๆ 200 เมตร และมีระฆังแขวน เพื่อตีบอกสัญญาณเกิดเหตุไว้ประจำทุกหอ รวมทั้งหมดมีไม่ต่ำกว่า 20,000 หอ

 

 

4. สโตนเฮนจ์ (Stonehenge) ประเทศอังกฤษ

 

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคกลาง เสน่ห์แห่งอารยธรรมโบราณ

     หนึ่งในโบราณสถานลึกลับที่ยังคงหาคำตอบที่แน่ชัดไม่ได้ ว่าใครเป็นผู้สร้าง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วง 2,000 – 3,000 ปีก่อนคริศตกาล ตั้งอยู่กลางทุ่งราบซัลลิสเบอร์รี (Salisbury Plain) ห่างจากลอนดอนไปเพียง 10 ไมล์ กองหินสโตนเฮนจ์ ประกอบไปด้วยก้อนหินทรงสูงขนาดใหญ่จำนวน 112 ก้อนวางตั้งเรียงเป็นรูปวงกลมซ้อนกันสามวง บางก้อนล้มนอน บางก้อนวางทับซ้อนอยู่บนยอด วงหินรอบนอกมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 100 ฟุต มีน้ำหนักกว่า 30 ตัน

 

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคกลาง เสน่ห์แห่งอารยธรรมโบราณ

     ที่แปลกก็คือแถบนี้เป็นทุ่งราบกว้างใหญ่ ไม่มีร่องรอยการขนก้อนหินหนักเป็นตันมาตั้งไว้ตรงนี้เลย แถมยังวางซ้อนกันได้ด้วย สันนิษฐานกันว่ามันถูกสร้างขึ้นเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา หรือเพื่อใช้ดูตำแหน่งดวงดาว และฤดูกาล 

 

 

ไขปริศนา ลึกลับ สโตนเฮนจ์ กลุ่มหินปริศนา สร้างมาเพื่ออะไร?

– ไขปริศนา ลึกลับ สโตนเฮนจ์ กลุ่มหินปริศนา สร้างมาเพื่ออะไร?

 

 

5. เจดีย์กระเบื้องเคลือบ เมืองนานกิง (Porcelain Tower of Nanjing) ประเทศจีน

 

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคกลาง เสน่ห์แห่งอารยธรรมโบราณ

     น่าจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางเพียงแห่งเดียวที่ถูกทำลายไปจนหมดสิ้นแล้ว ในช่วงเหตุการณ์กบฏไท่ผิงในราวคริสตศตวรรษที่ 19 ส่วนเจดีย์ที่เราเห็นในปัจจุบันเป็นหอที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่แทนที่แล้วในปี ค.ศ. 2010

 

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคกลาง เสน่ห์แห่งอารยธรรมโบราณ

By Whisper of the heart – Own work, CC BY-SA 4.0

 

     เจดีย์กระเบื้องเคลือบเมืองนานกิงนี้สร้างขึ้นเมื่อคริสตศตวรรษที่ 15 สมัยราชวงศ์หมิง เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมจำนวน 9 ชั้น ความสูงประมาณ 79 เมตร ตัวเจดีย์สร้างด้วยอิฐและกระเบื้องเคลือบ ชายคาแขวนกระดิ่ง 80 ลูกโดยรอบ องค์เจดีย์ก่ออิฐประดับกระเบื้องเคลือบ ยอดแหลมเป็นทรงกลมต่อขึ้นไปเคลือบทอง

 

 

6. หอเอนเมืองปิซา (Leaning Tower of Pisa) ประเทศอิตาลี

 

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคกลาง เสน่ห์แห่งอารยธรรมโบราณ

     หอเอนเมืองปิซา อยู่บริเวณจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) สร้างด้วยหินอ่อนสูง 8 ชั้น น้ำหนักรวมประมาณ 14,500 ตัน เริ่มก่อสร้างปี ค.ศ. 1173 แต่เมื่อสร้างถึงชั้นที่ 3 ฐานด้านหนึ่งของหอเริ่มมีการยุบตัว สถาปนิกจึงพยายามสร้างต่อโดยให้หอเอนกลับไปอีกด้านหนึ่งเพื่อถ่วงสมดุล แต่อีกไม่นานการก่อสร้างก็ชะงักเนื่องจากสงคราม โดยสรุปก็สร้างสำเร็จในปี ค.ศ.1372 (รวมส่วนของหอระฆังด้วย) สิริเวลาในการสร้างทั้งหมด 177 ปี

 

 

7. ฮาเกียโซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) แห่งคอนสแตนติโนเปิล (ปัจจุบันคือ กรุงอีสตันบูล) ประเทศตุรกี

 

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคกลาง เสน่ห์แห่งอารยธรรมโบราณ

     ฮาเกียโซเฟีย มหาวิหารสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ ที่เคยเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาเกือบพันปี ปัจจุบันนี้ยังคงได้รับการรักษาไว้เป็นพิพิธภัณฑ์ แต่ก่อนหน้านั้นฮาเกียโซเฟียถูกปรับเปลี่ยนสถานะไปมามากมายตามแต่สถานการณ์ และผู้ปกครองในแต่ละยุค ตั้งแต่ ค.ศ. 532-537 ที่นี่เป็นโบสถ์ศูนย์กลางของนิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ ต่อมาปี ค.ศ. 1453 ก็ถูกดัดแปลงให้เป็นสุเหร่า จนถึงปี ค.ศ. 1935 รัฐบาลตุรกีจึงได้เปลี่ยนจากสุเหร่ามาเป็นพิพิธภัณฑ์

 

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคกลาง เสน่ห์แห่งอารยธรรมโบราณ

Artur Bogacki / Shutterstock.com

 

     ฮาเกียโซเฟีย มีเนื้อที่ 700 ตารางเมตร มีเสาสลักอย่างงดงามถึง 108 ต้น ประดับประดาด้วยกระจกหลากสี และยอดโดมขนาดใหญ่กลางวิหาร ด้วยความที่เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบคริสเตียน และอิสลามนี่เองจึงทำให้ที่มีมีความงามในแบบที่หาชมที่อื่นไม่ได้จริงๆ

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

– 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคใหม่ มรดกโลกที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

 

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคโบราณ ตำนานที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

– 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคโบราณ ตำนานที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

 

 

10 สถานที่ลึกลับ รอบโลก มนุษย์ต่างดาว เคยมาเยือน

– 10 สถานที่ลึกลับ รอบโลก มนุษย์ต่างดาว เคยมาเยือน

 

 

 

อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป 

ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่

 


Facebook

Twitter


และ แอปพลิเคชั่น 


TrueID Application

Add friend ที่ ID : @TrueID

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

COMMENT

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ

LOAD MORE 5/10 ดูทั้งหมด